คอลัมน์โอ๊ยเล่าเรื่อง: มาเลฟิเซนต์ : นางพญาปีศาจ (Maleficent Mistress of Evil)

ข่าวบันเทิง 19 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว... กาลครั้งต่อมา ครั้งที่สอง... หลังจาก "เจ้าหญิงออโรร่า" พ้นจากคำสาป และ "มาเลฟิเซนต์" ได้มาเป็นแม่ทูนหัวก็ตัดสินใจแต่งงานกับ "เจ้าชายฟิลลิป" เตรียม รวมเมืองมนุษย์กับเมืองมัวร์ดินแดนวิเศษเข้าด้วยกัน ก่อนที่จะเกิดความขัดแย้งระหว่าง "มาเลฟิเซนต์" กับ "ราชินีอิงกริต" พระมารดา "เจ้าชายฟิลลิป" จนทำให้เกิดสงคราม

หลังจาก "ดิสนีย์" นำเอาเจ้าหญิงนิทรา (Sleeping Beuty) (1959) กลับมาสร้างใหม่ในรูปแบบคนแสดงใน "มาเลฟิเซนต์กำเนิดนางฟ้าปีศาจ" (Maleficent) นำเสนอในมุมมองใหม่ๆ ผ่านทางนางฟ้า ผู้สร้างคำสาปจากเข็มเครื่องปั่นฝ้าย จนหนังประสบความสำเร็จมากมายทั้งรายได้และคำชม (สิ่งที่ชอบมากๆ คือ รู้จักเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็กๆ เพิ่งจะรู้ว่าชื่อ "เจ้าหญิงออโรร่า" (ชื่อเหมือนร้านทองยี่ห้อดัง) "เจ้าชายฟิลลิป" และ "มาเลฟิเซนต์" หลังที่คุ้นชินกับคำชื่อตัวละครเพียงว่า เจ้าหญิงนิทรา, เจ้าชาย และนางฟ้าใจร้าย มาตลอด) จนมาปีนี้ 5 ปีให้หลัง ก็มี มาเลฟิเซนต์ : นางพญาปีศาจ (Maleficent Mistress of Evil) ภาคต่อตามออกมา

"แองเจลีน่า โจลี" รับบทเป็น "มาเลฟีเซนต์" ที่ดูดีทรงพลังไม่แพ้ภาคที่แล้วยังคงสวยสง่าสมกับเป็น "ราชินี" ของ "มนุษย์นก" มีบทหลากหลายที่ทำให้หนังสนุก โดนใจจนคนดูต้องรัก มีครบรส อาทิ บทเปิ่นๆ ตอนเข้าร่วมงานเลี้ยง การผิดหวังเมื่อถูกคนรักหักหลัง ความโกรธจนกลายเป็นความแค้น หรือแม้แต่การให้อภัยกับศัตรู ฯลฯ พลังการแสดงของเธอเหลือล้น เด่นในทุกๆ ฉากที่ปรากฏตัว รอยยิ้มเธอช่างมีเสน่ห์ชวนหลงใหล

"แอล เฟรมมิ่ง" ในบท "เจ้าหญิงออโรร่า" สวยใส น่ารัก ภาพความเป็นเจ้าหญิงในนิทาน เด่นชัดออกมาแบบเต็มๆ จนอดไม่ได้ที่จะต้องหลงรักเธอตั้งแต่ต้นจนจบ

"มิเชลล์ ไฟเฟอร์" มารับบท "ราชินีอิงกริช" ดูสง่าสมกับเป็นควีน ทั้งยังดูเป็นแม่ผัวตัวร้าย จอมวางแผน ทั้งสามสาวทำให้เรื่องดูเข้มข้น ดูสนุกตั้งแต่ต้นจนจบ ให้ความรู้สึกของความเป็นหนังที่แสดงให้เห็นถึงพลังอันน่ากลัวของผู้หญิง เป็นหนังผู้หญิงจริงๆ

ส่วนตัวละครผู้ชายทั้งหลายเลยโดนข่มจนหมด แพ้ทางพลัง ในตัวของฝ่ายหญิง ทั้งจากในตัวเรื่องคาแร็กเตอร์ตัวละคร และพลังของ นักแสดง ไม่ว่าจะเป็น "เจ้าชายฟิลลิป, คิงส์จอห์น พระบิดา" สองผู้นำมนุษย์นก หรือแม้แต่ลูกน้องคนสนิทของ "มาเลฟิเซนต์" (จริงๆ แล้วบรรดา การ์ตูนดีสนีย์แนวๆ เจ้าหญิง เจ้าชาย ตัวละครฝ่ายหญิงจะเด่นมาตลอด)

"ฮาริส ดิกคินสัน" มารับบท "เจ้าชายฟิลลิป" แทน "เบรนตัน ทเวทส์" ที่แสดงไว้ในภาคแรก หน้าตาดูหล่อสมเป็นเจ้าชายหนุ่ม แต่ไม่รู้เป็นไง ไม่รู้สึกถึงออร่าในตัวสักเท่าไหร่ "แซม ไรลี่ย์" กลับมารับบทเดิม "ดีอาวัล" อีกาสมุนคนสนิทผู้ชายตัวเอกที่น่ารักเหมือนเดิม

จากภาคแรกมาภาคนี้ตัวละครเดิมมีแค่ มาเลฟิเซนต์, เจ้าหญิงออโรร่า, เจ้าชายฟิลลิป, ดีอาวัล และบรรดาสามนางฟ้ากับผองสัตว์วิเศษในเมืองมัวร์ (ที่ชวนให้นึกถึงสัตว์ในตระกูลมาร์เวล) ตัวละครใหม่ๆคือบรรดาพระญาติกับทหารของฝั่งเจ้าชายที่เด่นๆ คือ ขุนพลคู่บัลลังก์กับทหารหญิงผู้เก่งกาจเล็กพริกขี้หนูของราชินี และสองผู้นำมนุษย์นก ที่คนหนึ่งรักสันติ อีกคนหนึ่งคิดว่าต้องมีสงครามเพื่อความอยู่รอด

บรรยากาศของภาคนี้ดูกันแบบสบายๆ ในแบบแฟนตาซีแนว เจ้าหญิง-เจ้าชาย ชวนให้นึกสมัยเด็กดูการ์ตูนดิสนีย์ เพียงแต่เป็นคนเล่นซีจี เทคนิคพิเศษอลังการงานสร้างดูสมจริง ดูไปยิ้มไป มีผสมดราม่าที่ไม่ถึงกับเสียน้ำตา แอ๊กชั่นดูดี สนุกไปกับสงครามมนุษย์นกกับคน ในขณะที่ ตัวเรื่องไม่ซับซ้อน พอเดาเนื้อหาได้ในภาคแรก ชัดเจนถึงการตีความ "เจ้าหญิงนิทรา" ในแบบใหม่ๆ สนุกไปกับมุมมองใหม่ๆ เน้นไปที่ "เจ้าหญิง ออโรร่า" แต่ในภาคนี้ขยายเรื่องใหม่ข้ามฟากมาดูญาติๆ ฝั่ง "เจ้าชาย ฟิลลิป" ถ้าใครไม่ได้ดูภาคแรกหรือเริ่มเลือนรางไม่ต้องตกใจ ยังคงดูภาคนี้ ได้อย่างสนุก ดูกันแบบเพลิน ระดับ 8/10 คะแนน


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ