'ส้วม'อย่าคิดว่าไม่สำคัญ2562ยังมีเสี่ยง'อุจจาระร่วง'

ข่าวทั่วไป 21 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) "อหิวาตกโรค" หรือที่คนโบราณ เรียกว่า "โรคห่า" หรือที่สมัยใหม่ เรียกว่า "โรคอุจจาระร่วง" เป็นโรคระบบทางเดินอาหารที่ติดต่อจากการบริโภคน้ำหรืออาหารที่มีเชื้อแบคทีเรียซึ่งก่อให้เกิดโรคเข้าไป โดยมีแมลงวันเป็นพาหะ ผู้ป่วยจะมีอาการท้องเสียอย่างรุนแรงและอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ในอดีตที่ความรู้ด้านการแพทย์และสาธารณสุขยังมีจำกัด โดยเฉพาะการ ขับถ่ายสิ่งปฏิกูลลงสู่ธรรมชาติโดยตรง เมื่อ เกิดอหิวาตกโรคระบาดมักมีผู้ป่วยและ ผู้เสียชีวิตจำนวนมาก บางครั้งถึงกับต้องย้ายเมืองหนีกันทีเดียว

สำหรับประเทศไทย แม้จะไม่มีรายงานการระบาดครั้งใหญ่ๆ ของอหิวาตกโรคมานานแล้ว ประกอบกับระบบห้องน้ำห้องส้วมตามบ้านเรือนและสถานที่ต่างๆ ที่พัฒนามาตามลำดับเรื่องความสะอาดถูกสุขอนามัย แต่ระบบจัดการสิ่งปฏิกูลที่รวมมาจากห้องส้วมยังถือว่ามีค่อนข้างน้อย แม้กระทั่งในเมืองหลวงอย่าง กรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่มีระบบบำบัดที่ดี แต่ด้วยพื้นที่ที่ครอบคลุมถึง 52 เขต พบว่ามีระบบบำบัดเพียง 2 แห่ง คือ ที่เขตหนองแขม และแขวงอ่อนนุช ซึ่งสามารถบำบัดได้เพียงร้อยละ 20-30 ของสิ่งปฏิกูลทั้งหมดที่เกิดขึ้น

ศ.ดร.ธรรมรัตน์ คุตตะเทพ อาจารย์ภาควิชาพลังงานสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) กล่าวถึงความเข้าใจผิดๆ ที่ว่า "เมื่อพูดถึงสิ่งปฏิกูลที่ออกมาจากส้วม หลายคน มักคิดว่าปลายทางของมันคือปุ๋ย เอาไปทิ้งสวนไร่นาได้โดยไม่ต้องผ่านการบำบัดใดๆ แต่จริงๆ แล้ว สิ่งปฏิกูล เหล่านั้นยังคงมีเชื้อโรคปนอยู่มาก" หากพื้นที่สวนไร่นาอยู่ไกลแหล่งน้ำ การแพร่กระจายของเชื้ออาจไม่มาก แต่หากอยู่ใกล้แหล่งน้ำ ความเสี่ยงย่อมเพิ่มขึ้นไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการปนเปื้อนในดิน ในแหล่งน้ำ หรือซึมลงสู่น้ำใต้ดิน

"เรามักคิดว่าไม่มีปัญหาหรอก เราไม่มีปัญหาอหิวาตกโรคอย่างอินเดีย มีส้วมอยู่แล้ว และมีระบบบำบัดน้ำเสียในระดับหนึ่ง แต่ถ้ามาดูกันจริงๆ จากสถิติเรายังมีคนป่วยอุจจาระร่วง อยู่มาก และเพิ่มขึ้นทุกปี แม้อัตราการตายจากโรคอุจจาระร่วงน้อยลงเยอะ แต่คนที่ติดเชื้อ ไม่ว่าจากโรคอุจจาระร่วง หรือโรคติดเชื้อพยาธิต่างๆ ก็สูงขึ้นทุกปี ถ้าเราไม่มีการจัดการต่อไปย่อมเป็นปัญหาใหญ่" ศ.ดร.ธรรมรัตน์ กล่าว

ศ.ดร.ธรรมรัตน์ เล่าต่อไปถึง "โครงการวางแผนการจัดการ สิ่งปฏิกูลที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดปัญหาด้านสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม" ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) หรือชื่อเดิมคือ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) มีเป้าหมายเพื่อลดและป้องกันการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับและการเกิดอุจจาระร่วง ซึ่งตนเองเป็นหัวหน้าโครงการ

โครงการนี้นำร่องใน 3 พื้นที่เฝ้าระวัง ได้แก่ 1.เทศบาลตำบลตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร 2.องค์การบริการส่วนตำบลนาตาล อ.เต่างอย จ.สกลนคร และ 3.องค์การบริการส่วนตำบลถ้ำลอด อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นพื้นที่ค่อนข้างห่างไกลและยากต่อการเข้าถึง เหตุที่ต้องทำเพราะแม้จะมีการพัฒนาวัคซีนที่ดี ในราคาถูกที่เข้าถึงได้ แต่หากผู้คนยังอยู่ในสภาพแวดล้อม ที่มีเชื้อโรคอยู่ วัคซีนก็สู้ไม่ได้ จึงหันมาพัฒนาระบบสุขาภิบาล หนึ่งในนั้นคือการจัดการสิ่งปฏิกูล ด้วยวิธีการวางแผน การมีส่วนร่วม และสร้างความตระหนักในเรื่องของสิ่งแวดล้อม

"จังหวัดสกลนครพบผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสุขลักษณะการใช้ส้วมและการจัดการสิ่งปฏิกูลในพื้นที่ แหล่งน้ำที่ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค และการกินอาหารสุกๆ ดิบๆ เมื่อถ่ายออกมาถ้าไม่มีการบำบัดที่ดี สิ่งปฏิกูลเหล่านั้นอาจปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำ ไข่พยาธิเข้าสู่ปลา เมื่อคนบริโภคปลาไข่พยาธินั้นจะกลับเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารอีกครั้ง แม้จะมีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครสาธารณสุขที่คอยเฝ้าระวังและแจกยาถ่ายพยาธิให้ก็ตาม แต่นั่นคือความ สูญเสีย เป็นภาระที่รัฐต้องแบกรับ ค่าใช้จ่ายจำนวนมากในแต่ละปี"ศ.ดร.ธรรมรัตน์ ยกตัวอย่าง

ขณะที่ อัจฉรา ทวีสาร นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญประจำโครงการ ภาควิชา พลังงาน สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ AIT เปิดเผยว่า จากประเมินภาพรวมการจัดการสิ่งปฏิกูลใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ พบมีเพียงร้อยละ 30 ของปริมาณ สิ่งปฏิกูลที่ได้รับการจัดการ ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 70 ไม่ได้รับการจัดการใดๆ แต่ถูกปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อมโดยตรง ส่วนใน 3 พื้นที่นำร่องของโครงการ ข้างต้น ซึ่งพบการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับค่อนข้างสูง สาเหตุนอกจากพฤติกรรมการกินแล้ว กระบวนการจัดการสิ่งปฏิกูลในพื้นที่ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งด้วย

อาทิ "เทศบาลตำบลตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร" แม้จะมีรถสูบสิ่งปฏิกูลของเทศบาลในพื้นที่ และมีระบบการจัดการสิ่งปฏิกูลค่อนข้าง มีประสิทธิภาพ แต่ยังพบอัตราการ ติดเชื้อพยาธิใบไม้สูง สาเหตุหนึ่งมาจากลักษณะถังกักเก็บสิ่งปฏิกูลในบ้านเรือน ที่มีลักษณะก้นบ่อเปิด ซึ่งหากไม่ได้รับการจัดการที่ดี หากอยู่ใกล้แหล่งน้ำอาจเกิดการปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำได้

ในทางกลับกัน "องค์การบริหาร ส่วนตำบลนาตาล อ.เต่างอย จ.สกลนคร"ไม่มีระบบการจัดการสิ่งปฏิกูลในพื้นที่ บริการเก็บขนสิ่งปฏิกูลในพื้นที่ ผู้ประกอบการภาคเอกชนจะเป็น ผู้ดำเนินการที่นี่พบอัตราการติดเชื้อ พยาธิสูง ทำให้โรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตำบล (รพ.สต.) ต้องลงพื้นที่ ไปสุ่มตรวจการติดเชื้อพยาธิใบไม้อยู่ทุกปี เมื่อตรวจพบจะให้ยา ดูผิวเผินสุขอนามัยน่าจะดี แต่อัตราการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ส่วน "องค์การบริหารส่วนตำบล ถ้ำลอด อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน"เป็นพื้นที่ห่างไกล เดินทางเข้าถึงยากลำบาก ส่วนใหญ่มีการจัดการสิ่งปฏิกูลที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ยังมีการขับถ่ายโดยใช้การขุดหลุม เมื่อเต็มก็จะย้ายไปขุดที่ใหม่ รวมทั้งการแหล่งน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติโดยตรงไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ เช่น การต้มก่อนนำน้ำมาดื่มหรือปรุงอาหาร จึงพบผู้ป่วยอุจจาระร่วงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะหมู่บ้านที่อยู่เชิงเขา หรือ หมู่บ้านที่อยู่ท้ายน้ำในช่วงฤดูฝน

นอกจากนี้ "ปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการดำเนินการก่อสร้างระบบบำบัด มีความเป็นไปได้ยาก เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เขตอนุรักษ์" ทั้งนี้ร้อยละ 10 ของพื้นที่ยังไม่มีส้วม บางบ้านมีการใช้ส้วมร่วมกัน สิ่งที่ทำได้เริ่มจากการสร้างความเข้าใจเรื่องการจัดการสิ่งปฏิกูลที่ถูกต้อง โดยเฉพาะกรณีชาวบ้านดื่มน้ำจากแหล่งธรรมชาติโดยตรง หากน้ำมีเชื้อโรคเจือปนก็จะเป็นสาเหตุของการเกิดอุจจาระร่วงได้ และเสนอให้นำเทคโนโลยีที่จะเน้นการบำบัดที่แหล่งกำเนิดขึ้นไปติดบนพื้นที่ เพราะการเดินทางค่อนข้างยากลำบาก

การกำหนดแนวทางการจัดการสิ่งปฏิกูลในแต่ละพื้นที่ย่อมขึ้นอยู่กับบริบทของพื้นที่นั้นๆ ด้วย การเสนอแนะแนวทางการจัดการสิ่งปฏิกูลของโครงการนี้ก็เช่นกัน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้เป็นแนวทางในการกำหนดรูปแบบการจัดการสิ่งปฏิกูลสำหรับพื้นที่อื่นต่อไป!!!


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ