'ตากฟ้า7'ฝ้ายพันธุ์ใหม่สายแข็งต้านโรค-ทนเพลี้ย

ข่าวทั่วไป 21 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

โรคใบหงิก สำหรับเป็นทางเลือกให้เกษตรกร ปลูกในพื้นที่ขนาดเล็ก ปราศจากการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดโรค และแมลง รองรับแนวคิดผลิตฝ้ายปลอดภัยต่อสุขภาพผู้ผลิต ผู้บริโภค ตลอดจนอนุรักษ์ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

          นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า วิถีผลิตฝ้ายปัจจุบันของเกษตรกรเปลี่ยนแปลงจากการปลูกในพื้นที่ขนาดใหญ่ติดต่อกัน  ทำให้การปฏิบัติ ดูแล รักษาไม่ทั่วถึง ปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่ขนาดเล็กไม่เกิน 1 ไร่ต่อครอบครัว รวมทั้งนิยมใช้พันธุ์ฝ้ายที่ทนทานแมลงศัตรู เพื่อลดใช้สารเคมีป้องกันกำจัดแมลง ทำให้ดูแลรักษาง่าย ปลอดภัยต่อสุขภาพผู้ผลิตและบริโภค ดังนั้น เพื่อเป็นการตอบรับต่อความต้องการของเกษตรกร ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์    กรมวิชาการเกษตรจึงคัดเลือกสายพันธุ์ฝ้ายที่ทนทานโรค และแมลงศัตรูฝ้ายสำคัญที่รวบรวมไว้ในแหล่งเชื้อพันธุกรรมมาประเมินผลผลิตในสภาพปลูกแบบปลอดการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดแมลงศัตรูฝ้าย เพื่อคัดเลือก ให้ได้สายพันธุ์ฝ้ายใบขนพันธุ์ใหม่ ที่ให้ผล ผลิตสูง ทนเพลี้ยจักจั่น และต้านทานต่อ

อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าวต่อว่า ฝ้ายพันธุ์ตากฟ้า 7 ผ่านการรับรองพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตรเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ลักษณะเด่นคือ ให้ผลผลิตฝ้ายปุยทั้งเมล็ดสูง 196 กิโลกรัมต่อไร่ สมอใหญ่มีน้ำหนักปุยสูงถึง 4.91 กรัมต่อสมอ ซึ่งการที่สมอมีขนาดใหญ่ทำให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวสะดวก เปอร์เซ็นต์หีบ ความยาว และความละเอียดอ่อนของเส้นใยดี โดยมีเปอร์เซ็นต์หีบ 36.4% มีความยาวเส้นใย 1.02 นิ้ว ที่สำคัญเป็นพันธุ์ฝ้ายทนเพลี้ยจักจั่นฝ้ายและต้านทานต่อโรค ใบหงิก ปลูกได้ในแหล่งผลิตฝ้ายของประเทศไทยทั่วไป จากการประเมินการยอมรับพันธุ์ฝ้ายตากฟ้า 7 โดยจัดทำแบบสอบถามเกษตรกรใน จ.นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ อุบลราชธานี เชียงใหม่ มุกดาหาร และเลย สรุปได้ว่าเกษตรกรมากกว่า 95% ชอบมากด้านผลผลิตสูง สมอใหญ่ ทรงต้นโปร่ง ต้านทานต่อโรคใบหงิก เมล็ดมีเปอร์เซ็นต์งอกที่ดี เจริญเติบโตดี ดูแลรักษาง่าย ทนทานต่อโรคแมลงศัตรู และเก็บเกี่ยวง่าย

"ฝ้ายพันธุ์ตากฟ้า 7 ปรับปรุงพันธุ์ขึ้นมา เพื่อเป็นทางเลือกให้เกษตรกรนำไปปลูกได้ในพื้นที่ขนาดเล็กปราศจากการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดโรคและแมลง ปัจจุบันศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์มีความพร้อมของเมล็ดพันธุ์คัดของฝ้ายพันธุ์ตากฟ้า 7 จำนวน 50 กิโลกรัม ซึ่งเมล็ดพันธุ์คัดดังกล่าว ใช้ปลูกเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์หลักได้ถึง 25 ไร่ ซึ่งจะผลิตเมล็ดพันธุ์หลักได้ประมาณ 2,500 กิโลกรัม รวมทั้งยังรองรับแนวคิดผลิตฝ้ายที่ปลอดภัยต่อสุขภาพผู้ผลิต ผู้บริโภค ตลอดจนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ รูปแบบใหม่ๆ สร้างงานให้ชนบทแบบพึ่งตนเอง เริ่มจากรวมกลุ่มของเกษตรกรผู้ปลูกไปจนถึงกลุ่มผู้แปรรูปผลผลิต สร้างรายได้ให้ชุมชนแบบครบวงจรและยั่งยืน" อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าว


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ