คอลัมน์โซไซตี้: วว.จับมือพันธมิตรมุ่งบูรณาการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโลก สัมมนาบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน

ข่าวบันเทิง 26 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสมาคมการบรรจุภัณฑ์ไทย โดยการสนับสนุนจาก Messe (D

sseldorf, Germany) และ Messe (D

sseldorf,Asia) จัดงานสัมมนา เรื่อง "บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน : Sustainable Packaging for Circular Economy" เพื่อถ่ายทอดความรู้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการบรรจุภัณฑ์จากประเทศสมาชิกในเอเชีย มุ่งสู่ การบูรณาการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของโลกที่ยั่งยืน เมื่อเร็วๆ นี้ ณ welcome Hall ไบเทค บางนา

ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. ประธานเปิดงานสัมมนา กล่าวว่า การสัมมนาวิชาการในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดกิจกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ของสหพันธ์การบรรจุภัณฑ์แห่ง เอเชีย (Asian Packaging Federation, APF) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของหน่วยงานบรรจุภัณฑ์แห่งเอเชีย ประกอบด้วย สมาชิกที่เป็นหน่วยงานด้านการบรรจุภัณฑ์ แห่งชาติของแต่ละประเทศในแถบเอเชียและแปซิฟิก รวม 15 ประเทศ เช่น ออสเตรเลีย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ ตุรกี และประเทศไทย เป็นต้น ทั้งนี้ วว. โดย ศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย (ศบท.) ได้เข้าร่วม เป็นสมาชิก APF ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 เป็นต้นมา และในปัจจุบัน ดร.พัชทรา มณีสินธุ์ ผู้อำนวยการ ศูนย์การบรรจุหีบห่อไทย วว. ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ APF ซึ่งในทุกๆ ปี APF จะจัดการประชุมประจำปี โดยประเทศสมาชิกหมุนเวียนกันเป็น เจ้าภาพ

สำหรับปี พ.ศ. 2562 ประเทศไทยได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ระหว่างวันที่ 16-19 กันยายน 2562 ซึ่งมีกิจกรรม ประกอบด้วย การตัดสินการประกวดและมอบรางวัลบรรจุภัณฑ์ ระดับเอเชีย (Asia Star 2019) การประชุม คณะกรรมการบริหารและสมาชิกสามัญของ 9 ประเทศ ตลอดจนการจัดสัมมนาวิชาการ Asian Packaging Seminar ภายใต้หัวข้อ "Sustainable Packaging for Circular Economy" หรือ "บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน" ซึ่ง วว.ร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ และสมาคมบรรจุภัณฑ์ไทย จัดขึ้น โดยการสนับสนุนจาก Messe (D

sseldorf, Germany) และ Messe (D sseldorf, Asia)ผู้ว่าการ วว. กล่าวต่อว่า การจัดสัมมนาวิชาการนานาชาติในครั้งนี้ ได้รับการตอบรับด้วยดี จากผู้สนใจทั้งในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และ เกี่ยวเนื่อง มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาทั้งสิ้นจำนวน 195 คน ประกอบด้วย ผู้ประกอบการและผู้สนใจจำนวน 45 คน จาก 12 ประเทศ ทั้งใน เอเชียและยุโรป และชาวไทยลงทะเบียน 150 คน แบ่งเป็นภาคเอกชนมากกว่า 60 บริษัท และผู้แทนหน่วยราชการและมหาวิทยาลัย จำนวน 90 คน ซึ่งการสัมมนามีหัวข้อการบรรยายที่น่าสนใจและ เป็นประโยชน์ต่อการร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการประกอบธุรกิจ ผ่านการบรรยายถ่ายทอดความรู้ โดยวิทยากรทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ ในหัวข้อต่างๆ อาทิ แนวโน้มการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยสร้าง สังคมที่ยั่งยืน มองผ่านงานแสดงนิทรรศการบรรจุภัณฑ์ Interpack 2020, แนวโน้มของอุตสาหกรรม การผลิตและบรรจุภัณฑ์ในปัจจุบัน, ความพยายาม ในการลดขยะให้เป็นศูนย์ โดยผู้แทนจาก Packaging Council Singapore ถ่ายทอดแนวทางของประเทศสิงคโปร์ ที่พยายามจะลดขยะบรรจุภัณฑ์ เนื่องจากปัจจุบันจะไม่มีพื้นที่เหลือพอในการฝังกลบ ขยะอีกต่อไปแล้ว, ปัญหาและแนวทางในการจัดการพลาสติกในทะเล โดย ผู้เชี่ยวชาญจาก Japan Packaging Institute ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในปัจจุบันของโลก, กระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนสร้างได้...ด้วยการใช้ที่น้อยลง, จากงานวิจัย พื้นฐานไปสู่นวัตกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพคุณภาพสูง และแนวโน้มและการใช้งานบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทย

"ความร่วมมือของ วว. กับทุกภาคส่วน ในการจัดกิจกรรมดังกล่าว เป็นภารกิจที่เราภาคภูมิใจ ในการเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สร้างความตระหนักและมีความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม ผ่านการบริหารจัดการด้านบรรจุภัณฑ์ ในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจาก บรรจุภัณฑ์ ทั้งในแง่การประกอบธุรกิจ และการร่วมสร้างพฤติกรรมการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ให้คุ้มค่าที่สุดและให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตั้งแต่การผลิต การใช้ และวนกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นวัตถุดิบใหม่ ด้วยองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ประเทศไทย 4.0 โดยเป็นประเทศที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดขยะหรือของเสียเหลือศูนย์ เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจภายในประเทศ เกิดนวัตกรรมใหม่ และการจ้างงาน เพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ที่ยั่งยืน อันจะนำมาซึ่งความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม บนโลกของเราต่อไป" ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต กล่าวสรุป


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ