วิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชน: สาหร่าย.... กับประโยชน์ด้านการชะลอวัย

ข่าวกีฬา 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

วัชรี กัลยาลัง

ศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย

อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่ามนุษย์มีการนำสาหร่ายมาใช้ประโยชน์ตั้งแต่ ในสมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งการนำมาทำเป็นอาหาร นำไปผลิตยา และอาหารเสริมเพื่อบำรุงร่างกาย นำไปใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง และครีมบำรุงผิว อาหารสัตว์ และผลิตปุ๋ยหมักสำหรับใช้ในการเกษตร นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งประโยชน์ที่สำคัญของสาหร่ายที่หลายคนยังไม่รู้ คือ ประโยชน์ทางด้านการชะลอวัยและการฟื้นฟูผิวพรรณให้กลับมาอ่อนวัยอีกครั้ง โดยสาหร่าย ที่กำลังได้รับความสนใจและขึ้นชื่อในเรื่องการช่วยชะลอวัยมาก ที่สุดชนิดหนึ่ง ได้แก่ สาหร่ายฮีมาโตคอกคัส พลูวิเอลิส (Haematococcus pluvialis) เป็นสาหร่ายสีเขียวเซลล์เดียว ขนาดเล็ก (Microalgae) ส่วนเหตุผลที่ทำให้สาหร่ายฮีมาโตคอกคัส พลูวิเอลิส ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากนั้นก็เพราะสาหร่ายชนิดนี้เป็นแหล่งสะสมของสารแอสตาแซนธิน (Astaxanthin) สารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มแซนโทรฟิลล์ ตระกูลแคโรทีนอยด์มากที่สุดเมื่อเทียบกับอาหารชนิดอื่น เช่น แครอท ฟักทอง มะเขือเทศ เคย กุ้ง ปู ยีสต์ ปลาแซลมอล ปลาเทราต์ ไข่ปลาคาเวียร์ เป็นต้น

สำหรับกลไกการสร้างสารแอสตาแซนธินในสาหร่าย ฮีมาโตคอกคัส พลูวิเอลิส เกิดขึ้นจากการปรับตัวของเซลล์สาหร่าย ในสภาวะที่ไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต อาทิ ภาวะขาดน้ำ ภาวะขาดอาหาร ภาวะขาดแคลนแร่ธาตุ มีปริมาณเกลือสูง อุณหภูมิสูงขึ้น อุณหภูมิต่ำลง แสงแดดหรือสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายต่อเซลล์สาหร่ายฮีมาโตคอกคัส พลูวิเอลิสจะมีการสร้างผนังเซลล์ที่หนาขึ้น และผลิตสารแอสตาแซนธินเก็บสะสมไว้ในเซลล์เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์ถูกทำลาย ซึ่งทำให้สาหร่ายชนิดนี้สามารถมีชีวิตรอดอยู่ได้ ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตได้นาน ด้วยเหตุนี้ สาหร่ายฮีมาโตคอกคัส พลูวิเอลิสจึงเป็นแหล่งผลิตสารแอสตาแซนธิน จากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด (สารแอสตาแซนธินที่จำหน่ายอยู่ในปัจจุบันมี 2 แบบ คือ แอสตาแซนธินสังเคราะห์และแอสตาแซนธินจากธรรมชาติ) ถึงแม้ว่าจะมีความพยายามศึกษา กระบวนการผลิตจากสาหร่ายชนิดอื่นๆ แต่ก็ไม่ได้ผลดีเท่าผลิตจากสาหร่ายฮีมาโตคอกคัส พลูวิเอลิส โดยสารแอสตาแซนธินจากธรรมชาตินี้ผลิตได้ในปริมาณน้อยส่งผลให้มีราคาแพง ส่วนใหญ่ ผลิตขึ้นเพื่อใช้บริโภคเป็นอาหารเสริมบำรุงสุขภาพสำหรับมนุษย์และ ผสมลงไปในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง จึงไม่เหมาะที่นำไปเลี้ยงสัตว์ เหมือนสารแอสตาแซนธินสังเคราะห์ที่มีราคาถูกกว่า

หากถามว่าสารแอสตาแซนธินที่พบในสาหร่ายฮีมาโตคอกคัส พลูวิเอลิสและอาหารอื่นๆ มีประโยชน์อย่างไรบ้างนั้น อาจกล่าวได้ว่า สารแอนตาแซนธินเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต้านกระบวนการออกซิเดชั่นในร่างกาย โดยมีงานวิจัยหลายชิ้นที่ศึกษาพบค่าการต้านอนุมูลอิสระของสารแอนตาแซนธินสูงกว่าสารต้านอนุมูลอิสระ ชนิดอื่นๆ หลายเท่า เช่น วิตามินซี 6,000 เท่า เรสเวอราทรอล 3,000 เท่า Coenzyme Q10 800 เท่า คาทีซิน 560 เท่า วิตามินอี 550 เท่า แอลฟา ไลโปอิก เอซิด 75 เท่า และเบต้าโรทีน 40 เท่า จนทำให้สารแอสตาแซนธินได้รับการขนานนามว่าเป็น "The Natural Powerful antioxidant known in The World" ดังนั้นการ รับประทานอาหารเสริมและอาหารที่มีสารแอสตาแซนธิน จึงเป็น การช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ ป้องกันการอักเสบภายในร่างกาย กระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย และลดอัตราความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายแรงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน จอประสาทตาเสื่อม ต้อกระจก อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน โรคมะเร็ง อีกด้วย

นอกจากนั้นยังมีการศึกษาทางคลินิกอีกหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าการรับประทานสารแอสตาแซนธินช่วยฟื้นฟูผิวพรรณให้กลับมาเต่งตึงและดูสุขภาพดีอีกครั้ง อย่างงานวิจัยของนักวิจัย ญี่ปุ่นที่ให้อาสาสมัครผู้หญิงรับประทานสารแอสตาแซนธินปริมาณ 6 มิลลิกรัมต่อวัน ร่วมกับการทาสารแอสตาแซนธิน 2 มิลลิกรัมต่อวัน ต่อเนื่องเป็นเวลา 8 สัปดาห์ พบว่าริ้วรอยบริเวณหางตา ของอาสาสมัครลดลง ผิวหนังดูเรียบเนียนยืดหยุ่นขึ้น อีกทั้งผิวยังมีความชุ่มชื้น เรียกได้ว่าสารแอสตาแซนธินช่วยให้ผิวเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม การชะลอวัยนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการรับประทานสารต้านอนุมูลอิสระเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ควรหมั่นออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ รวมทั้ง ต้องลดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ได้แก่ สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง พักผ่อนน้อย ไม่ออกกำลังกาย เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้มีสุขภาพแข็งแรง ผิวพรรณเต่งตึง และดูอ่อนกว่าอายุจริงแล้ว


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ