ส่งออกหดแค่0.01% 'พาณิชย์'ไม่หวั่นสหรัฐฯตัดGSP

ข่าวเศรษฐกิจ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงกรณีที่สหรัฐฯประกาศจะตัดสิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากรทางการค้าหรือ GSP (จีเอสพี) ที่เคยให้ไทยบางรายการ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562 ว่า การส่งออกไทยจะได้รับผลกระทบประมาณ 0.01% ของการ ส่งออกรวมของไทยเฉลี่ยรายปี แต่จะมีสินค้า บางรายการที่ใช้สิทธิ์มากอาจได้รับผลกระทบมากกว่ารายการอื่น

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2562 สหรัฐประกาศตัดสิทธิจีเอสพีประเทศไทย 573 รายการ (40% จากจำนวนสินค้าที่ไทยใช้สิทธิปี 2561 รวม 1,485 รายการ) มีผลบังคับใช้ 25 เมษายน 2563 และมีการคืนสิทธิให้ไทย 7 รายการ โดยปี 2561 ไทยมีการใช้สิทธิจีเอสพีเพียง 355 รายการ (จาก 573 รายการ) มูลค่า 1,279.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอัตราการใช้สิทธิเฉลี่ย 66.7% อาทิ อาหารทะเลแปรรูป อาหารจำพวกพาสต้า ถั่วชนิดต่างๆ แยมผลไม้ น้ำผลไม้ ซอสถั่วเหลือง เคมีภัณฑ์ อุปกรณ์เครื่องครัว และของใช้ในบ้าน มอเตอร์ไฟฟ้า เหล็กแผ่นและ สเตนเลส เครื่องดนตรี และอุปกรณ์ตกปลา

นางสาวพิมพ์ชนกกล่าวเพิ่มเติมว่า การถูกตัดสิทธิจีเอสพี ทำให้ต้นทุนส่งออกไทยจะเพิ่มขึ้น ประมาณ 50.33 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากสินค้าไทยกลุ่มนี้จะถูกเก็บภาษีนำเข้าสูงขึ้นเฉลี่ย 4.5% สนค.ประเมินว่าการถูกตัดสิทธิจีเอสพี ส่งผลกระทบ ต่อการส่งออกไทยอย่างจำกัด อัตราภาษีที่สูงขึ้นอาจทำให้มูลค่าการส่งออกไปสหรัฐ สำหรับสินค้ากลุ่มที่โดนตัดสิทธิปี 2563 เมื่อมาตรการมีผลบังคับใช้ ลดลงมูลค่า 28.8-32.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.01 ของมูลค่าการส่งออกรวมของไทย

ทั้งนี้ การส่งออกไทยมีจุดเด่นในการ กระจายตัวของสินค้ากลุ่มใหม่ที่มีแนวโน้มขยายตัว ได้ดีต่อเนื่องในอนาคต อาทิ เครื่องนุ่งห่มรถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน และเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร เครื่องครัว และของใช้ในบ้าน จะช่วยยังสนับสนุนการส่งออกของไทยในตลาดสหรัฐต่อไปได้ แต่การถูกตัด จีเอสพี ทำให้ความได้เปรียบด้านต้นทุนภาษี หมดไปและไทยจะเผชิญการแข่งขันสูงขึ้น ดังนั้น การรักษาคุณภาพและมาตรฐานสินค้า เป็นสิ่งสำคัญ ผู้ส่งออกควรกระชับสัมพันธ์กับผู้นำเข้าพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับการ ส่งเสริมการส่งออกและการตลาดเชิงรุก เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด

สำหรับกลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มากที่สุด ซึ่งมีการพึ่งพาสิทธิจีเอสพีมากกว่าร้อยละ 50 และส่วนแบ่งตลาดต่ำกว่าร้อยละ 10 ได้แก่ คอนโซล โต๊ะและฐานรองอื่นๆ ที่ติดตั้งด้วยเครื่องอุปกรณ์ (HS8537) รถจักรยานยนต์ (HS8711) แว่นสายตาหรือแว่นกันลม/กันฝุ่น (HS9004) หลอดหรือท่ออ่อนทำจากยางวัลแคไนซ์ (HS4009) อ่างล้างหน้า (HS6910) เครื่องสูบของเหลว (HS8413) สารเคลือบผิว Epoxy Resin (HS3907) เครื่องสูบลมหรือสูบสุญญากาศ (HS8414) อาหารปรุงแต่งที่ทำจากธัญพืช (HS1904) ยางนอกชนิดอัดลม (HS4011) หากไทยสามารถกระจายความเสี่ยงส่งออกสินค้าที่ถูกตัดสิทธิไปยังตลาดอื่นๆ ได้ จะช่วยลดกระทบต่อการส่งออกไทยได้


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ