คอลัมน์คุยกัน 7วัน หน: ชาวเวียดนามลักลอบเข้าอังกฤษอย่างไร

ข่าวทั่วไป 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

@koopnot01

ข่าวการพบศพ 39 ศพอยู่ใน ตู้คอนเทนเนอร์แช่เย็นหลังรถบรรทุกในเทศมณฑลเอสเซกส์ ชานกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้ หลายฝ่ายหันมาสนใจการลักลอบเข้าเมือง ไปยังต่างแดนอย่างผิดกฎหมายอีกครั้ง และยิ่งตกใจมากขึ้นไปอีก เมื่อพบว่า ผู้เสียชีวิตจำนวนมาก อาจเป็นชาวเวียดนาม ไม่ใช่ชาวจีนตามที่เป็นข่าวในตอนแรก ทำให้เกิดความสนใจว่าทำไมชาวเวียดนาม ต้องการเข้าประเทศอังกฤษ

จากข้อมูลพบว่า ผู้อพยพส่วนใหญ่ ที่หาทางเข้ายุโรปหรืออังกฤษ มักจะมาจากไม่กี่จังหวัดในเวียดนาม ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่มีการนิยมส่งลูกหลานออกไปทำงาน ต่างประเทศมาแล้วหลายทศวรรษ ไม่ว่า จะเป็นการไปอย่างถูกกฎหมายหรือลักลอบ เข้าเมืองก็ตาม เพราะต้องการหาเงิน ส่งกลับไปเลี้ยงดูครอบครัวที่บ้านเกิด

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การอพยพจากเวียดนามไปอังกฤษมักมาจากเมืองทางตอนเหนือ เช่น ไห่ฟอง และกว่าง บินห์ แต่เมื่อไม่นานมานี้ ก็มี ประชาชนจากจังหวัดเงีย อาน, กว่าง บินห์ และห่าติ๋ญ ซึ่งอยู่ตอนกลางของประเทศเพิ่มมากขึ้นด้วย เพราะเป็นจังหวัดที่ ยากจน คาดการณ์ว่า ชาวเวียดนามลักลอบ เข้ายุโรปปีละประมาณ 18,000 คน ในขณะที่ลักลอบเข้าสหรัฐเพียงหลักพันคน ต่อปีเท่านั้น

สำนักข่าวบีบีซีระบุว่า อังกฤษ ดูเหมือนจะเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม ที่สุด เพราะพวกเขารู้ว่ามาแล้วจะได้งาน และอาจได้เงินเยอะในการส่งกลับประเทศ นอกจากนี้ ในอังกฤษยังมีเครือข่าย ชาวเวียดนามที่ใหญ่ ที่สามารถช่วย ผู้มาใหม่จัดหาที่พักและงานได้ ในขณะที่ อังกฤษเอง ต้องการแรงงานทักษะต่ำ จำนวนมาก โดยเฉพาะตามร้านอาหารเวียดนาม ร้านทำเล็บ และอุตสาหกรรม กัญชาผิดกฎหมาย

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีช่องทางเข้าเมืองถูกกฎหมายสำหรับ แรงงานเวียดนามทักษะต่ำ จึงทำให้ พวกเขาต้องหาวิธีเสี่ยงอันตรายลักลอบเข้ามา โดยมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่ไม่ถูก ด้วย สนนราคาอยู่ที่ระหว่าง 10,000 ถึง 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 300,000- 450,000 บาท สำหรับผู้ที่มีงบประมาณน้อย และใช้เวลาในการเดินทางนาน ส่วนคนที่มีเงินมากหน่อย ระหว่าง 40,000- 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.2-1.5 ล้านบาท ก็ใช้วิธีสบายๆ โดยการนั่งเครื่องบิน เข้ามา

บีบีซีระบุว่า จำนวนเงินที่มากขนาดนี้ อาจเทียบเท่ากับเงินเดือนปกติในชนบทของเวียดนามถึง 30 ปี ซึ่งถือเป็นเงินมหาศาล แต่หลายๆ ครอบครัวก็มองว่า มันคุ้มค่า เพราะต้องการให้ ลูกหลานมีอนาคตที่ดีกว่านี้ แม้จะ ต้องไปหายืม หรือกู้นอกระบบ รวมถึง ขายที่นามาก็ตาม สหประชาชาติระบุว่า ผู้อพยพเวียดนามนั้นอาจสร้างรายได้ ให้กับขบวนการค้ามนุษย์ที่พาพวกเขาไปยุโรปได้ถึงปีละ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 9,000 ล้านบาทเลยทีเดียว

ด้านคณะกรรมการต่อต้านการค้าทาสอิสระ เผยว่า การเดินทางเข้าอังกฤษของผู้อพยพมีสองแบบคือ แบบประหยัด และพรีเมียม บริการพรีเมียมคือใช้เส้นทางตรงให้มากที่สุด เช่น ผู้เข้าเมืองได้รับวีซ่าเชงเก้นเพื่อธุรกิจ และบินตรงไปที่กรุงปารีส แล้วจะต้องถูกเก็บตัวไว้ตามเซฟเฮาส์ เพื่อรอเดินทางต่อไปอังกฤษสำหรับการเดินทางแบบประหยัด คือการไปถึงยุโรป ด้วยวิธีการที่อาจต้องใช้เวลา หลายเดือน คือเดินทางจากต้นทาง ในที่นี้คือเวียดนาม ไปยังจีน ข้ามไปยุโรป ตะวันออก เพื่อเข้าสู่ยุโรปตะวันตก ก่อนไป ถึงอังกฤษ อย่างเช่นกรณีที่เกิดขึ้นกับ ผู้อพยพในตู้คอนเทนเนอร์แช่เย็นชุดนี้ ที่พวกเขาไปถึงฝรั่งเศส ข้ามไปเบลเยียม ต้องหลบไปอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์เพื่อหวังเดินทางเข้าไปอังกฤษ

สำหรับคนอื่นๆ ที่ไม่ได้จ่ายเงิน ส่วนนี้ อาจต้องเสี่ยงโชคด้วยการหดตัว เก็บแขนขาให้ดีภายในช่องโค้งแคบๆ เหนือล้อของรถบรรทุก

แต่โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นมา มักไม่ได้เป็นเครื่องป้องปรามคนรุ่นหลัง ถึงแม้ในผู้เสียชีวิตทั้ง 39 ศพ จำนวนมากได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นชาวเวียดนาม ทั้งหมด ทว่ามันก็ยังไม่เพียงพอที่จะ ขวางกั้น ไม่ให้ผู้อพยพในอนาคตตัดสินใจเลือกไปในเส้นทางเดียวกันนี้

ไมเคิล โบรโซว์สกี้ ผู้ก่อตั้ง เอ็นจีโอ บลูดราก้อน กลุ่มเอ็นจีโอต่อต้านการ ค้ามนุษย์ซึ่งตั้งฐานในเวียดนาม บอกไว้อย่างน่าสนใจว่า

"ถ้าหากใครสักคนหนึ่งรู้สึกสิ้นหวัง กันจริงๆ หรือถ้าชีวิตของพวกเขาดู ไม่มีความหวังอะไรเอาเสียเลย ... ในหมู่พวกเขาก็อาจจะยังมีคนคิดว่า .เราคง จะต้องโชคดี."

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ