คอลัมน์ซอกแซกอาเซียน

ข่าวทั่วไป 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ชาญพิทยา ฉิมพาลี

chanpithya@apterr.org

ปกติเวลาเดินทางไปที่ไหนๆ ท่านรองอธิบดีกรมเกษตรของเมียนมาก็จะพาพวกเราไปไหว้พระ แกคงทราบว่าคนไทยเวลาไปเมียนมา วัตถุประสงค์หลักคือการไหว้พระทำบุญ ความจริงคราวนี้ที่ไปรัฐกะเหรี่ยง แกก็ได้วางแผนว่า ระหว่างทางที่เราไปทำงานจะพาพวกเราแวะไปไหว้พระสำคัญที่คนไทย รู้จักดีและนิยมไปกันมาก คือ พระธาตุอินแขวน อยู่ไม่ไกลจากเส้นทางไปเมืองพะอัน ผมและคณะเคยเฉียดไปแถวนั้นถึง 2 ครั้ง แต่ยังมีบุญวาสนาไม่ถึง ไม่มีเวลาแวะไปไหว้เลยครับ ทราบว่าทางเมียนมาได้สร้างกระเช้าลอยฟ้าเข้าไป เป็นที่ตื่นตาและสะดวกต่อนักท่องเที่ยวอย่างมากในปัจจุบัน

ผมพักอยู่ที่ โรงแรมชานเมืองพะอัน เป็นโรงแรมใหญ่

พอสมควร ห้องพักก็ใหญ่โต ถึงจะไม่ดูหรูหราเหมือนโรงแรมในเมืองใหญ่ รองอธิบดี จัดอาหารเย็นที่โรงแรมเลย ไม่ต้องไปกิน ข้างนอก มีท่านเกษตรจังหวัด เอ้ย เกษตรรัฐ มาเป็นเจ้าบ้านคอยบริการดูแลเจ้านายจากกรมส่วนกลาง เรื่องหัวหน้าหน่วยงานระดับรัฐหรือเขตนี้ ขออนุญาตเล่าขั้นจังหวะนิดครับ เพราะว่าธรรมเนียมปฏิบัติแตกต่างจากของไทยเรา คือ เวลาเจ้านายผู้ใหญ่ส่วนกลาง เช่นอธิบดี หรือรองอธิบดีเดินทางไปเยี่ยม ตัวหัวหน้าประจำรัฐหรือเขตจะต้องเดินทางมารับที่เขตแดนเลยนะครับ ไม่ใช่รอรับที่สำนักงานในเมือง อีกทั้งจะต้องตาม ประกบไปตลอดจนเสร็จภารกิจและหลังจากนั้นก็จะต้องเดินทางไปส่งเจ้านายที่เขตแดนของตัวเพื่อส่งต่อเจ้านายให้กับหัวหน้าประจำรัฐในอีกรัฐหนึ่งที่ติดต่อกันซึ่งต้องมารอรับเหมือนกัน เท่าที่ผมเดินทางโดยรถยนต์ ผมเห็นเป็นอย่างนี้ตลอด ของไทยจะเอาอย่างแบบนี้บ้างก็คงไม่มีใครว่านะ

ในการช่วยเหลือข้าวอุทกภัยครั้งนี้เป็นข้าวของญี่ปุ่น ดังนั้น นอกจากจะมี ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นที่ประจำแอปเตอร์ไปด้วยแล้ว ทางสถานทูตญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในเมืองย่างกุ้งก็ยังได้ส่งเลขานุการทูตซึ่งเป็นสุภาพสตรีมาร่วมอีกคน เป็นสาวญี่ปุ่นที่เล่าว่าเคยมาอยู่ จังหวัดเชียงราย เลยพูดภาษาไทยได้ ตอนเช้าหลังจากรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมแล้ว คณะก็ออกเดินทางเข้าเมืองพะอันไปยังห้องประชุมทำเนียบรัฐบาลรัฐกระเหรี่ยง ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีการส่งมอบข้าวช่วยเหลือ โดยพวกเราไม่ลืมที่จะใส่เสื้อประจำชาติ กระเหรี่ยงที่เขาให้มาเมื่อวานไปด้วย ถึงที่ประชุมขณะที่คนยังมาไม่มากนัก เพราะเรามากันก่อนเวลา ก็เป็นการดีที่เราได้มีโอกาสซักซ้อมทำความเข้าใจกับขั้นตอนพิธีการต่างๆ และได้มีโอกาสทักทายโอภาปราศรัยกับผู้หลักผู้ใหญ่หลายคน เริ่มตั้งแต่ท่านรัฐมนตรีจากรัฐบาลกลาง ท่านอธิบดีกรมเกษตร ท่านรัฐมนตรีเกษตรของรัฐ ท่านรัฐมนตรีสวัสดิการของรัฐ และก็ใครๆ อีกหลายคนจำไม่ได้ แต่ท่านมุขมนตรี ซึ่งเป็นประธานในพิธีตอนนี้ยังไม่มา

พูดถึงคณะบริหารรัฐหรือเขตต่างๆ ของเมียนมา เท่าที่ได้พบมาหลายแห่ง พวกนี้ส่วนมากสังกัดพรรคเดียวกับ ออง ซาน ซู จี เกือบทั้งนั้น ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนเป็นรัฐบาลระดับรัฐ แสดงให้เห็นถึงความนิยมในตัวผู้นำของคนเมียนมา แม้จะต้องแข่งขันกับพรรคทหารหรือพรรคที่หนุนโดยฝ่ายทหาร แต่พรรคของออง ซาน ซู จี กลับชนะได้รับการเลือกตั้งอย่างท่วมท้น ทั้งระดับรัฐบาลกลางและระดับรัฐ ผมไปมาหลายรัฐ มาก ล้วนแล้วเป็นคนของออง ซาน ซู จี ครับ

หลังจากที่มีการกล่าวปราศรัยโดยหลายคน รวมทั้งผมในฐานะผู้แทนของแอปเตอร์ และผู้แทนสถานทูตญี่ปุ่นซึ่งเธอได้กล่าวปราศรัยเป็นภาษาเมียนมา ก็มาถึงช่วงสำคัญ คือ การกล่าวของท่านมุขมนตรีรัฐกะเหรี่ยง ท่านได้เล่าสถานการณ์อุทกภัยและความเสียหายต่างๆ และได้ขอบคุณ ทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแอปเตอร์ที่กรุณาประสานความช่วยเหลืออุทัยภัยที่เกิดขึ้นในรัฐกะเหรี่ยงครั้งนี้ อีกทั้งได้หารือกับกระทรวง เกษตรฯ ของรัฐบาลกลางว่าจะทำอย่างไรที่จะทำเขื่อนกั้นน้ำในแม่น้ำสาละวิน เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้เป็นการถาวร

หลังจากเสร็จพิธีซึ่งต้องเร่งรีบพอสมควร เพราะช่วงบ่ายจะต้องไปทำพิธีส่งมอบข้าวในอีกรัฐหนึ่ง คือ มอญ ต้องเดินทาง ตามถนนที่ไม่ค่อยดีนัก ตัดมาทางทิศตะวันตก ไปยังชายทะเลอันดามัน ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงของรัฐมอญ ได้แก่เมืองที่มีชื่อหลายชื่อ แต่ในที่นี้ขอเรียกว่า เมือง "มะละแหม่ง" ก็แล้วกันครับ ใช้เวลาเดินทาง ประมาณเกือบๆ ชั่วโมง ส่วนประสบการณ์สนุกที่เกิดขึ้นในเมืองมะละแหม่งจะเป็นยังไงบ้าง ต้องอดใจรอนิดหนึ่ง ผมขออนุญาตยกไปเล่าต่อในคราวหน้าครับ


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ