'สุริยะ'แนะเอกชนจับมือญี่ปุ่น หาโอกาสลงทุนประเทศเพื่อนบ้าน

ข่าวเศรษฐกิจ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวในงานสัมมนาเจรจาจับคู่ธุรกิจ "The 4 th Business Connecting 2019" ในหัวข้อ "ยุทธศาสตร์ไทยแลนด์พลัสวัน สู่ความเป็นไปได้ทางความร่วมมือ ระหว่างผู้ประกอบการไทยและญี่ปุ่น" ว่า ไทยและญี่ปุ่น มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันทั้งด้านการค้า การลงทุน และอุตสาหกรรมมายาวนาน จะเห็นได้จากตัวเลขการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ หรือ FDI นักลงทุนญี่ปุ่น ยังคงเป็นลำดับที่ 1 ซึ่งตั้งแต่เดือนมกราคม- กันยายน ปี 2562 มีการยื่นขอส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน( บีโอไอ)แล้วกว่า 59,187 ล้านบาท หรือคิดเป็น 24% ของจำนวนโครงการลงทุนต่างชาติทั้งหมด

การจัดสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งนโยบายที่ทำให้เล็งเห็นโอกาสทางการค้าและการลงทุนของภาคเอกชนทั้งสองฝ่ายเป็นการเน้นย้ำความร่วมมือระหว่างไทยละญี่ปุ่น อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสทางความร่วมมือกับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน โดยศูนย์ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งมหานครโตเกียว หรือ Tokyo SME Support Center กับกระทรวงอุตสาหกรรม จะร่วมมือกันเพื่อให้เกิดโอกาสการลงทุนร่วมกันของผู้ประกอบการทั้งสองประเทศเพื่อขยายตลาดสู่ประเทศเพื่อนบ้านต่อไปในอนาคต

นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรม ส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวว่า กระทรวงให้ความสำคัญกับความร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่น โดยที่ผ่านมามีความร่วมมือกับหลายหน่วยงานที่สำคัญของรัฐบาลกลางประเทศญี่ปุ่น ก่อให้เกิดโครงการความร่วมมือด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมขึ้นเป็นจำนวนมาก และนอกเหนือจากความร่วมมือกับรัฐบาลส่วนกลางแล้ว กระทรวงยังให้ความสำคัญกับรัฐบาลท้องถิ่น และภาคเอกชนอีกด้วย

สำหรับ Tokyo SME Support Center ได้เล็งเห็นความสำคัญ ในการพัฒนาและสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการไทยและญี่ปุ่น เพื่อขยายการค้า การลงทุน ไปยังประเทศเพื่อนบ้านของไทย โดยใช้ไทยเป็นศูนย์กลาง CLM ได้แก่ กัมพูชา ลาว และเมียนมา ตามยุทธศาสตร์ไทยแลนด์พลัสวัน (Thailand Plus One) ซึ่งจะเป็นผลดี ของทั้งสองประเทศในอนาคต

"ขณะนี้ไทยมีปัญหาขาดแคลนแรงงาน มีแรงงานระดับพื้นฐานที่เป็นต่างด้าวถึง 3 ล้านคน ซึ่งเป็นแรงงานภาคอุตสาหกรรม 1 ล้านคน ดังนั้นผู้ประกอบต้องมองหาโอกาสในการประกอบธุรกิจเพิ่ม อาทิ การจับคู่กับผู้ประกอบการจากญี่ปุ่นเข้าไปขยายตลาดในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีต้นทุนแรงงานที่ต่ำกว่าไทย รวมถึงทรัพยากรที่ยังมีอยู่จำนวนมาก บวกกับอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจสูง ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่จะเข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน" นายณัฐพลกล่าว

นายมาซาฮิโกะ โฮซากะ ประธานศูนย์ส่งเสริมฯ ประจำประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการญี่ปุ่น ต้องการขยายตลาดสู่ประเทศไทย ซึ่ง เป็นศูนย์กลางของอาเซียนเป็นจำนวนมาก ซึ่งตั้งแต่ก่อตั้งสำนักงานประเทศไทยมาเข้าสู่ ปีที่ 5 มีผู้ประกอบการมาใช้บริการขอรับ คำปรึกษาด้านกฎหมาย การบัญชี การตลาด ยุทธศาสตร์การบริหารบริษัท รวมถึงเข้าร่วมสัมมนาภายในและใช้บริการจับคู่ธุรกิจกว่า 1,000 รายทุกปี


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ