คดีภาพเด็ด'ตั๊ก บงกช'หลุดไม่จบ 'โรส'โร่แจ้งตร.โดนหมิ่นประมาท

ข่าวทั่วไป -- อาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2558 18:24:00 น.

28 มิ.ย.58 จากกรณีภาพหลุดบนเรือยอร์ชที่ดาราสาวชื่อดัง ตั๊ก บงกช เบญจรงคกุล ภรรยา ของ นายบุญชัย เบญจรงคกุล หรือ เจ้าสัวบุญชัย ระหว่างไปพักผ่อนส่วนตัวเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้เกิดการปะทะคารมผ่านโซเชียล มีเดีย ระหว่าง “ตั๊ก บงกช” กับ โรส เขมณัฐ เอี่ยมประเสริฐ เจ้าของเรือให้เช่า จนถึงขั้นให้ทนายความเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธินเพื่อเอาผิดบุคคลที่เกี่ยวข้องดังที่ปรากฏเป็นข่าวมาแล้วนั้น

ล่าสุด น.ส.เขมณัฐ หรือ โรส อายุ 29 ปี ชาวจ.ภูเก็ต นำสำเนาหลักฐานข้อความและภาพของ "ตั๊ก-บงกช" ที่โพสต์ข้อความด่าตนเอง ผ่านทางไอจี เข้าพบ พ.ต.อ.ชวลิต เพชรศรีเปีย ผกก.สภ.ทุ่งทอง จ.ภูเก็ต เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและ ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

โดย น.ส.เขมณัฐ เปิดเผยว่า เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา คนของเจ้าสัวบุญชัย ได้ติดต่อขอเช่าเรือยอร์ช เพื่อพาครอบครัวและคณะ ไปล่องทะเลอันดามัน โดยตนเองมีหน้าที่ไปดูแลความเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกต่าง ๆ บนเรือ ซึ่งในวันนั้น ตนเองไม่ได้ถ่ายรูป ภรรยาเจ้าสัว หรือ ตั๊ก บงกช แต่อย่างใด ซึ่งก่อนที่ทริปดังกล่าวจะเกิดขึ้น คนของเจ้าสัวได้สอบถามถึงเจ้าหน้าที่ประจำเรือยอร์ช ว่ามีหญิงสาว หรือ ไม่ เนื่องจากผู้ร่วมคณะส่วนใหญ่มีแต่ผู้หญิง จึงอยากจะได้ผู้หญิงมาดูแลความเรียบร้อย ซึ่งตนเองได้แจ้งกลับไปว่า มี ตนเองจึงขึ้นไปดูแล จากนั้นทริปดังกล่าวจบลงด้วยความเรียบร้อย

น.ส.เขมณัฐ กล่าวด้วยว่า จนกระทั่งมีเพื่อน ๆ ได้นำข้อความที่ภรรยาเจ้าสัวโพสต์ผ่านไอจีมาให้ตนเองดู ถึงกับตกใจกับข้อความที่เจ้าตัวเขียน รู้สึกช็อค กับข้อความทั้งหมด โดยเนื้อหามีแต่ข้อความหยาบคาย และให้ร้าย ตนเองจึงได้โพสต์ข้อความกลับไปยังไอจีของดาราดังกล่าว เพื่ออธิบายสิ่งที่เจ้าตัวเขียน แต่กลับไร้ประโยชน์ จนกระทั่งมีคนที่นำภาพดาราสาว ไปโพสต์ในโซเชียลมีเดีย ว่าเป็นฝึมือของตน แล้วก็อยากให้ออกมาแสดงความรับผิดชอบ ก่อนเรื่องจะเงียบหายไป ทั้งที่ความจริงแล้วตนไม่ได้กระทำความผิดแต่อย่างใด จึงได้ปรึกษากับทางทนายความ พร้อมนำหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดี เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเอง โดยเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทเจ้าของเรือยอร์ช แต่อย่างใด เป็นเรื่องระหว่างตนเองกับผู้โพสต์ข้อความ

ด้าน พ.ต.อ.ชวลิต กล่าวว่า จากนี้ไปเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ที่จะดำเนินการสอบปากคำผู้เสียหาย ที่มีความประสงค์จะแจ้งความเพื่อดำเนินคดีดังกล่าวกับบุคคลนั้น ๆ ไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ จากผู้เสียหายเพื่อส่งหมายเรียกไปถึงบุคคลที่ถูกพาดพิง มาให้ปากคำกับเจ้าพนักงานสอบ สวนตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งถ้าไม่มาให้ปากคำพนักงานสอบสวน จะรวบรวมหลักฐานเสนอต่อศาล อนุมัติหมายจับตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีอาญา อย่างไรก็ตามทางตำรวจพร้อมให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง