เร่งสรุปสำนวนส่งอัยการคดีค้ามนุษย์ จ่อออกหมายจับขรก.-พลเรือน

ข่าวทั่วไป -- พฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2558 16:01:00 น.

24 ก.ย. 58 ที่ห้องประชุมชัยจินดา สภ.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทีมงานชุดคลี่คลายคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา และคดีฟอกเงิน นำโดย พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค8  ประชุมและเร่งสรุปสำนวนการสอบสวนส่งอัยการสูงสุด เพื่อให้ทันภายในสิ้นเดือน กันยายน นี้ และเดินหน้าสืบสวนสอบสวนเอาผิดผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีค้ามนุษย์ และคดีฟอกเงินอย่างจริงจัง เพื่อให้ขบวนการนี้หมดไปจากประเทศไทย ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี หลังถูกต่างชาติตราหน้าว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ค้ามนุษย์ ล่าสุดพบหลักฐานเพิ่มเติมและเตรียมออกหมายจับผู้ต้องหาอีกจำนวนหนึ่ง

พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ รอง ผบช.ภ.8 เปิดเผยอีกว่า ความคืบหน้าของคดี ขณะนี้คณะทำงานซึ่งประกอบไปด้วยทั้งพนักงานอัยการ พนักงานสอบสวน รวมกว่า 80 นาย และยังมีพนักงานสอบสวนที่ทางอัยการสูงสุดจัดมาให้อีกจำนวนหนึ่ง พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา และพนักงานอัยการจังหวัดนาทวี  เข้ามาร่วมทำการสอบสวนคดีนี้อย่างต่อเนื่อง โดยทำงานกันอย่างหนักหามรุ่งหามค่ำ โดยไม่มีวันหยุดเพื่อให้คดีค้ามนุษย์ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ และเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลให้หมดสิ้นไป เพื่อให้ประเทศไทยซึ่งถูกต่างชาติตราหน้าว่าเป็นประเทศค้ามนุษย์ให้มีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น และตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งการว่าให้ดำเนินการใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาด ไม่เลือกปฎิบัติหรือมีเรื่องส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ได้กลั่นแกล้งใครทำตามพยานหลักฐานที่ปรากฎ ที่สำคัญให้เกียรติกันทุกฝ่าย

พล.ต.ต.ปวีณ ฯ รองผบช.ภ.8 ยังกล่าวอีกว่าคณะทำงานทุกฝ่ายมีความตั้งใจทำงานโดยคำนึงถือผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ทำงานตลอดเกือบ 5 เดือนที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้สำนวนคดีใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว คาดว่าก่อนสิ้นเดือนนี้จะสามารถสรุปสำนวนการสอบสวนส่งให้อัยการสูงสุด แต่ก่อนจะสรุปสำนวน ทางเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานที่ปรากฏ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ทำให้มีการออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมทั้งคดีค้ามนุษย์ และฟอกเงิน อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งในจำนวนนี้มีทั้งพลเรือนและข้าราชการ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากกลัวเสียรูปคดี

นอกจากนี้ ชุดสืบสวนยังคงเร่งจับกุมตัวผู้ต้องหารายสำคัญที่ยังหลบหนี โดยเฉพาะนายสุพัฒน์ สันติปิยกุล หรือโกต๊อก ชาว ต.ปาดังเบซาร์ หนึ่งในผู้ต้องหารายสำคัญคดีค้ามนุษย์และฟอกเงินเครือข่ายตำบลปาดังเบซาร์ อ.สะเดา ที่หลบหนี ซึ่งจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบมีเงินหมุนเวียนในบัญชีนับพันล้านบาท คาดว่าหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้เร่งประสานกับทางเจ้าหน้าที่ประเทศมาเลเซียเพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง