'พุทธะอิสระ'บุกทวงคืบหน้า3คดี ดีเอสไอรับบปากเสร็จทัน30พ.ย.

ข่าวทั่วไป -- ศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2558 15:55:00 น.

16 ต.ค. 58 เมื่อเวลา 12.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)หลวงปู่พุทธอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม   พร้อมประชาชนจำนวนเกือบ 200 คน เดินทางมาทวงถามความคืบหน้ากรณีพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรมกายรับเชคจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด และคดีรถหรูของพระน้ำฝน รวมทั้งคดีปาราชิกของพระธัมมชโย ภายหลังจากที่มายื่นเรื่องให้เอาผิดผู้เกี่ยวข้องในคดีดังกล่าวแล้วมานานกว่า 8 เดือน ตนทราบว่าทางพนักงานสอบสวนดีเอสไอได้มีการสรุปสำนวนคดีแล้ว แต่ทำไมจึงยังไม่มีการสั่งฟ้องคดี อาตมาอยากให้พนักงานสอบสวนเร่งดำเนินคดีให้แล้วเสร็จก่อนวันพระราชทานเพลิงศพของสมเด็จพระสังฆราชฯ ซึ่งจะมีการจัดพิธีในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ เพื่อเป็นการล้างมลทินให้กับสมเด็จพระสังฆราชฯ และพระพุทธศาสนา

ทั้งนี้ ทางกระทรวงยุติธรรม ได้มีนายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาราชการแทนอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.ไพสิฐ วงศ์เมือง รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ3 พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ  ได้เชิญหลวงปู่พุทธะอิสระ เข้ารับฟังการชี้แจงคดีเพื่อสอบถามความคืบหน้า 3 คดี คือ 1.คดีพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ที่มีพระลิขิตว่าพระเทพญาณมหามุณี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ได้อาบัติปาราชิกแล้ว 2.คดีรถหรูเลี่ยงภาษีที่พบว่ามีพระในมหาเถรสมาคม (มส.) และพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝนเข้าไปมีความเกี่ยวข้อง และ 3.คดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด เป็นเวลานานประมาณ 30 นาที หลังจากนั้นได้ร่วมกันมาชี้แจงให้ประชาชนรับทราบ

โดยหลวงปู่พุทธอิสระ กล่าวว่า ตนได้รับฟังการชี้แจงว่าเป็นผลสืบเนื่องมาจากสองสาเหตุ ตนจะเป็นผู้ทำหน้าที่กล่าวหาพระธรรมชโยกระทำผิดเอง แต่ในส่วนของการชี้มูลความผิดนั้นตนคัดค้านกรณีทางกระทรวงยุติธรรมจะให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและมหาเถรสมาคมเป็นผู้ทำหน้าที่ชี้ข้อมูลในคดีดังกล่าวนั้นตนเห็นว่าไม่เหมาะสมเนื่องจากผู้ที่เป็นกรรมการอยู่ในทั้งสองหน่วยงานเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและพระบางคนได้รับเงินจากระธรรมชโยแล้วจึงเกรงว่าจะขาดความเป็นกลางดังนั้นตนจึงอยากเสนอให้ผู้ตรวจการแผ่นและสถาบันบัณฑิตยสถานเข้าทำหน้าที่เป็นผู้ชี้มูล

ด้าน นายกอบเกียรติ กล่าวว่า หลังจากที่ได้พูดคุยกับพระพุทธอิสระ ในเรื่องของคดีพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชฯ ได้ข้อสรุปว่ายังขาดองค์ประกอบทางคดี 2 เรื่องคือ 1.หาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้ที่นำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และนำไปเผยแพร่ในเว็บไซด์ และ 2.ต้องศึกษาเรื่องคำสอนของพระพุทธศาสนา ซึ่งถ้าครบองค์ประกอบทั้งสองเรื่องนี้ ทางพนักงานสอบสวนจึงจะสามารถดำเนินการสั่งคดีได้ อีกทั้ง ยังต้องมีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีนี้ด้วย ซึ่งในวันนี้ พระพุทธอิสระก็จะเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ พร้อมให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอจะเร่งทำคดีนี้ให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 30 พ.ย.นี้

พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวชี้แจงความคืบหน้าในคดีสหกรณ์ฯคลองจั่น ว่า ทางดีเอสไอได้ดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับคดีสหกรณ์ฯคลองจั่น ทั้งหมด 7 คดี แบ่งเป็นคดีฟอกเงิน 4 คดี คดีอาญา 3 คดี ซึ่งทางเราได้ดำเนินคดีทั้งหมดครบแล้ว โดยในคดีที่ 146/2557 ซึ่งเป็นคดีที่ทางวัดพระธรรมกายมีส่วนในการรับเช็ค 22 ฉบับ มูลค่ากว่า 1,200 ล้านบาท พนักงานสอบสวนจะนำหลักฐานส่งให้พนักงานอัยการ เพื่อสั่งดำเนินคดีต่อไป ซึ่งคาดว่าในปลายเดือน ต.ค.นี้

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า คดีรถหรูของพระน้ำฝนจะเอาไปรวมกับคดีรถหรูอื่นๆที่ราคาต่ำกว่า 4 ล้านบาท ซึ่งมีรถของพระ 2 รูปอยู่ในจำนวนดังกล่าวที่เข้าข่ายส่งฟ้องจำนวนกว่า 6,800 พันคัน ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ศุลกากรกับดีเอสไอ โดยทางเจ้าหน้าที่ศุลกากรหลังตรวจสอบข้อมูลรถแต่ละคันเสร็จจะรวบรวมทะยอยส่งมาให้ทางดีเอสไอรวบรวมส่งฟ้องต่อไป

หลังเสร็จการชี้แจงกับประชาชนแล้วหลวงปู่พุทธะอิสระ กล่าวว่า อาตมาพร้อมประชาชนจะเดินทางไปสอบความคืบหน้าในคดีที่พระธัมมชโยกระทำการแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ที่สภ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบของ สน.ทุ่งสองห้อง รวมจำนวน 100 คน มาคอยให้ความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง