จี้'บิ๊กตู่'เลิกให้สิทธิ์'อผศ.'รับงาน

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 30 พฤษภาคม 2559 00:00:26 น.

ไทยโพสต์ * "เรืองไกร" จ่อร้อง "บิ๊กตู่" ยกเลิกสิทธิพิเศษ อผศ.รับงาน จี้เร่งตรวจสอบ เหตุพบข้อมูลทำงานไม่เสร็จตามสัญญาจำนวนมาก หวั่นจ่ายค่าปรับอื้อ ขณะที่ "ไก่อู" ปัดประชารัฐเอื้อนายทุน วอนเปิดใจกว้าง

เมื่อวันอาทิตย์ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สมาชิกพรรคเพื่อไทยได้ตรวจสอบกรณีองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ (อผศ.) ได้รับสิทธิพิเศษจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2557 ในการรับขุดลอกคูคลองโดยวิธีพิเศษ ซึ่งมีเงื่อนไขว่า อผศ.ต้องทำงานเองจะนำไปจ้างช่วงไม่ได้ แต่จากการติดตามการทำงานและลงพื้นที่งานจริงได้พบข้อมูลที่น่าเชื่อว่า อผศ.ไม่สามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ได้รับสิทธิพิเศษ และมีงานที่ทำไม่เสร็จตามสัญญาจำนวนมาก อีกทั้งไม่มีเครื่องมือเครื่องจักรที่เพียงพอ ซึ่งงานที่ทำไม่เสร็จจะทำให้ อผศ.ต้องเสียค่าปรับตามมาด้วย

นายเรืองไกรกล่าวว่า เมื่อนำข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่จริงมาตรวจสอบกับข้อมูลการตรวจสอบของราชการ พบว่าสำนักงานตรวจสอบภายในของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการออกรายงานเมื่อเมษายน 2559 โดยระบุในส่วนงานของ อผศ.ว่า ทำงานไม่แล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งระบุว่างานที่ อผศ.รับไปจากโครงการเงินกู้ มีจำนวน 759.7999 ล้านบาท สัญญาสิ้นสุดตั้งแต่ปลายปี 2558  แต่ทำงานไม่เสร็จตามสัญญาและมีการเบิกเงินไปเพียง 290.2092 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 38.20   และยังมีเอกสารราชการของกระทรวงการคลังและกรมชลประทานที่ระบุว่า การจ้าง อผศ.โดยวิธีกรณีพิเศษนั้นไม่สามารถจ่ายเงินล่วงหน้าตามสัญญาได้ทั้งแบบ 15% หรือ 50% และต้องเรียกหลักประกันสัญญาจาก อผศ.ด้วย นอกจากนี้ กรณีที่ กทม.จ้าง อผศ.ขุดลอกนั้น อาจมีปัญหาว่าไม่สามารถทำได้โดยวิธีกรณีพิเศษ เนื่องจากติดขัดที่ข้อบัญญัติของ กทม.เรื่องการพัสดุ พ.ศ.2538 อีกด้วย

นายเรืองไกรกล่าวว่า เมื่อนำข้อมูลที่ตรวจพบจากการลงพื้นที่จริงมาพิจารณาประกอบกับรายงานของกระทรวงเกษตรฯ โดย ไปตรวจสอบข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐ ยังพบข้อมูลเพิ่มเติมที่สุ่ม ตรวจได้อีกจำนวนมากที่ อผศ.รับ งานโดยวิธีกรณีพิเศษจากหน่วยงานของรัฐต่างๆ คือ กรมชลประทานรวม 180  โครงการ 1,239,352,940.28 บาท, ปภ.รวม 657 โครงการ 1,855,666,120.88 บาท ฯลฯ ซึ่งรวมแล้ว 851 โครงการ มูลค่า 3,138,921,700.16 บาท

"ทั้งนี้จะไปยื่นร้องเรียนเรื่องดังกล่าวถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ เวลา 09.30 น. ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของรัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลสั่งระงับยกเลิก เร่งตรวจสอบ ป้อง กันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น" นายเรืองไกรกล่าว

วันเดียวกัน มีความเคลื่อน ไหวของรัฐบาล หลังจากมีกระแสข่าวการจัดตั้งบริษัทประชารัฐนั้นเอื้อประโยชน์ต่อนายทุน โดย พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า   รัฐบาลอยากให้ทุกฝ่ายเปิดใจกว้าง มองการดำเนินงานโครงการนี้ในหลายๆ มุม โดยเฉพาะประ โยชน์ทางด้านเศรษฐกิจของชาติและการสร้างความเข้มแข็งของประชาชนในระยะยาว ไม่ใช่มอง เพียงว่าเมื่อมีนายทุนเข้ามาเกี่ยว ข้องแล้วจะเป็นเรื่องของผลประ โยชน์ทางธุรกิจแต่เพียงอย่างเดียว

"แนวคิดในการให้บริษัทใหญ่เข้ามาร่วมดำเนินการ เปรียบเสมือนการส่งเสริมให้ผู้ที่แข็งแรงมีโอกาสช่วยเหลือดูแลผู้ที่อ่อนแอกว่า เมื่อผู้ที่อ่อนแอสามารถยืนได้ด้วยตัวเอง ทั้งหมดก็จะเดินหน้าไปพร้อมกันได้ บริษัทประชารัฐรักสามัคคีฯ ในระยะแรกเป็นการนำ 76 จังหวัดมาถือหุ้นใหญ่ 76% ส่วนอีก 24%  เป็นการถือหุ้นของบริษัทเอกชนรายใหญ่ เช่น ทรู, เอไอเอส, บุญรอด, ไทยเบฟ, สหพัฒน์, กลุ่มมิตรผล  ฯลฯ โดยการถือหุ้นของกรรมการเหล่านี้เป็นเงินสนับสนุน จะไม่มีผลตอบแทนหรือเงินปันผลใดๆ ส่วนในระยะต่อไปบริษัทนี้จะมีสัดส่วนของกรรมการที่มาจาก 5 กลุ่ม คือ ภาครัฐ, เอกชน, ประชาชน, วิชาการ และประชาสังคม สัดส่วนกลุ่มละ 20%" พล.ต.สรรเสริญกล่าว

พล.ต.สรรเสริญกล่าวต่อว่า คณะกรรมการสานพลังประชา รัฐ เป็นการผนึกกำลังกันของทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมายเพื่อพลิก ฟื้นเศรษฐกิจและขับเคลื่อนประ เทศไทยให้กลับมาโดดเด่นเหมือนในอดีต ซึ่งแต่ละคณะจะกำหนดมาตรการที่สามารถเห็นผลได้รวด เร็วภายใน 6-12 เดือน เพื่อเพิ่ม ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศตามนโยบายของรัฐ บาล.

ADVERTISEMENT