ผู้ปกครองวางใจ จากงานวิจัยพบว่า การจัดฝึกอบรมหรือการจัดสัมมนาด้านคุณธรรมจริยธรรมต่อครูในโรงเรียนเป็นผลดีที่ช่วยให้ครูเข้าใจเด็กพิเศษเพิ่มมากขึ้น

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 6 สิงหาคม 2559 00:00:44 น.

ในปัจจุบัน ครูอาจารย์ที่สอนอยู่ในโรงเรียนยังไม่มีความพร้อมหรือความเข้าใจต่อเด็กที่มีความต้องการพิเศษในด้านของคุณธรรมจริยธรรมเท่าที่ควร ทำให้รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการที่เป็นหัวแรงหลักในการพัฒนาการศึกษาชาติต้องทำการบ้านอย่างหนักเพื่อให้ครูนั้นได้มีประสิทธิภาพสูงสุดในด้านคุณธรรมจริยธรรมของการสินเด็กนักเรียนปกติ และเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

จากผลการวิจัยของสุรศักดิ์ สีลูกวัด นักศึกษาปริญญาโท สาขาการศึกษาเพื่อการพัฒนา จิตวิทยาคณูการศึกษาพิเศษ คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคำแหงกล่าวว่า "ได้ทำการศึกษาวิจัยผลของพฤติกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรมของครูผู้สอนในโรงเรียนเรียนร่วมสำนักงานเขตสายไหม สังกัดกรุงเทพมหานคร มีทั้งหมด 4 ด้าน ได้แก่ พฤติกรรมคุณธรรมจริยธรรมที่มีต่อศิษย์พฤติกรรมคุณธรรมจริยธรรมที่มีต่อตนเอง พฤติกรรมคุณธรรมจริยธรรมที่มีต่ออาชีพ และพฤติกรรมคุณธรรมจริยธรรมที่มีต่อสังคม พบว่า โรงเรียนสังกัด กรุงเทพมหานคร ในทุกเขตได้รับนโยบายจาก สำนักงานศึกษากรุงเทพมหานครให้ครูในโรงเรียนเรียนร่วมได้มีโอกาสเข้าร่วม อมรมสัมมนา เพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจต่อการจัดการเรียนร่วม ตลอดจนการแสดงออกทางด้านพฤติกรรมคุณธรรมจริยธรรมของครูผู้สอนในโรงเรียนร่วมที่มีต่อเด็กพิเศษ เพื่อให้ครูได้มีทัศนคติและพฤติกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรมต่อเด็กที่มีความต้องการพิเศษอย่างแท้จริง จึงทำให้พฤติกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรมของครูผู้สอนในโรงเรียนเรียนร่วม โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากที่สุด ซึ่งสอดค้ลองกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 6 บัญญัติไว้ว่า "การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญาความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรม และวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข" ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผลการจัดอบรมสัมมนาเป็นผลดีต่อการสร้างคุณค่าของคุณธรรมจริยธรรมของครูผู้สอนได้"

สุรศักดิ์ สีลูกวัด ผู้วิจัยยังกล่าวต่ออีกว่า "ผลการวิจัยยังพบอีกว่า ไม่ว่าจะเป็นเพศชาย หรือหญิง หรือแม้กระทั่งวุฒิการศึกษาที่แตกต่างกันนั้นไม่สำคัญ ทั้งเพศหญิงและชาย ต่างก็มีความเข้าใจ ในด้านคุณธรรมจริยธรรม ตลอดจนหน้าที่ความเป็นครูต่อความเท่าเทียมกันระหว่างเด็กพิเศษกับเด็กปกติอีกด้วย สำหรับประสบการณ์การทำงานก็ไม่มีความแตกต่างกัน เพราะการทำงานของครูผู้สอนของแต่ละบุคคลย่อมได้รับการถ่ายทอดด้านคุณธรรมจริยธรรมจากรุ่นสู่รุ่นเสมอ"

ดังนั้น เป็นผลดีที่สำหรับเด็กปกติ กับเด็กพิเศษและโดยเฉพาะผู้ปกครอง ที่ครูอาจารย์ในโรงเรียนถ้ามีการฝึกอบรมหรือสัมมนาในด้านของคุณธรรมจริยธรรมอยู่เป็นประจำก็อาจจะทำให้เป็นที่ไว้วางใจของผู้ปกครองได้อย่างแท้จริง แต่ทั้งนี้การอบรมที่ได้ผลนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับเนื้อหาสาระของการจัดสัมมนาหรือการอบรมและทัศนคติความใส่ใจของครูที่มีต่อสัมมนาหรือการอบรมนั้นๆ อีกด้วย ผู้ใหญ่ในกระทรวงศึกษาธิการหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง นอกจากจะจัดให้มีการฝึกอบรมในด้านคุณธรรมจริยธรรมของครูแล้ว ยังจะต้องทำให้ครูมีส่วนร่วมในกิจกรรมนั้นๆ อย่างแท้จริง ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเกิดผลดีต่อทุกฝ่ายอย่างแน่นอน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง