ตามรอยเส้นทาง'เห็ดหลินจือ'จากสายพระเนตรอันยาวไกล ห่วงใยสุขภาพคนไทย

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 8 กันยายน 2559 00:00:20 น.

แม้ประเทศไทยไม่ใช่ต้นกำเนิด "เห็ดหลินจือ" หรือ "เห็ดหมื่นปี" แต่ประเทศไทยก็มีการเพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือมานานกว่า 20 ปีแล้ว เห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรจีนที่มีงานวิจัยมากมายระบุว่าเป็นเห็ดมหัศจรรย์ มีฤทธิ์ในการสร้างเสริมสุขภาพ รวมทั้งใช้ในการป้องกันและรักษาโรค

ปัจจุบัน แหล่งเพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือในประเทศไทยที่ถือว่ามีคุณภาพเทียบเท่าเห็ดหลินจือในประเทศจีนก็คือ เห็ดหลินจือที่ผลิตที่ โครงการพิเศษสวนเกษตรเมืองงาย ต.แม่งาย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นโครงการส่วนพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชเสาวนีย์ริเริ่ม โดยทรงซื้อที่ดินจำนวนกว่า 318 ไร่ 82 ตารางวา มาเป็นศูนย์ทดลองพัฒนาพันธุ์พืชนานาชนิด แต่ปัจจุบันพืชหลักที่ทำเป็นล่ำเป็นสันนั้นก็คือการเพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือ

ที่มาของการเพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือในประเทศไทย เริ่มจากช่วงก่อนปี 2531 เห็ดหลินจือมีราคาแพงมาก หาซื้อได้ยาก ต้องนำเข้าจากประเทศจีน ทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริเพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือขึ้น เนื่องจากโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ก็เคยเพาะเลี้ยงเห็ดชนิดอื่นๆ มาแล้ว โดยอาศัยเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในสวนจิตรลดามาเพาะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสนพระทัยเห็ดหลินจือ ทรงรับรู้ถึงสรรพคุณทางยาของเห็ดหลินจือว่ามีผลดีต่อสุขภาพมากมาย โครงการเพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือจึงเริ่มขึ้นครั้งแรกที่โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา และเริ่มเพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือสายพันธุ์ G2 (Ganoderma Lucidum 2) ขึ้น สามารถเพาะเลี้ยงได้สำเร็จ ต่อมามีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือชนิดต่างๆ ได้แก่ เห็ดชนิดแห้ง เห็ดแกรนูลสำหรับชงเห็ดหลินจือ เห็ดหลินจือสกัดบรรจุแคปซูล เม็ดอมเห็ดหลินจืด น้ำเห็ดหลินจือกระป๋อง ออกจำหน่ายให้ประชาชนในราคาย่อมเยาว์ ซึ่งได้รับการตอบรับดีมาก เนื่องจากประชาชนเชื่อมั่นว่าเห็ดหลินจือที่ผลิตจากโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาว่ามีคุณภาพและมีความปลอดภัย

ต่อมาในปี 2549 นายซัง ตุง ฟู กรรมการบริษัท พีพัฒนาพร จำกัด ได้มอบเห็ดหลินจือสายพันธุ์ G9 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ผสมระหว่างเห็ดหลินจือเกาหลีกับเห็ดหลินจือป่าสีม่วงมาผสมกัน ให้กับโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดานำไปทดลองวิจัยพัฒนา ซึ่งเห็ดพันธุ์นี้ศาสตราจารย์อี้ฉวนอี้ จากศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพด้านรักษาโรคนิวส์ไฮต้าเหลียน ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยการเกษตรประเทศจีนพัฒนาขึ้น เพราะมีดอกใหญ่ หนา และมีสปอร์มาก นอกจากนี้ยังมีปริมาณสารสำคัญหรือสารออกฤทธิ์สูงกว่าเห็ดหลินจือสายพันธุ์อื่นๆ อีกด้วย

ส่วนการเพาะเลี้ยงเห็ดของโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เรียกว่าทำแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่การแยกเชื้อ
บริสุทธิ์ การเลี้ยงเชื้อด้วยเมล็ดพืช การเตรียมวัสดุเพาะ
นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังมี
พระราชดำริให้มีการถ่ายทอดความรู้การ
เพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือให้กับประชาชน

ด้วย เพื่อให้สามารถนำไปประกอบอาชีพได้ การเพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือจึงค่อยๆ แพร่หลายในประเทศไทย ทำให้คนไทยมีโอกาสซื้อเห็ดหลินจือในราคาที่ไม่แพง จนปัจจุบันนำไปสู่การ

ต่อยอดในเรื่องงานวิจัยทางการแพทย์
และเภสัชกรรมเพื่อใช้เป็นยาต้าน

มะเร็ง  โดยเฉพาะสปอร์ของเห็ดหลินจือ นับว่ามีสรรพคุณทางยาสูงมาก แต่ที่ผ่านมามีการใช้แต่ดอกเห็ดและทิ้งสปอร์ไปอย่างน่าเสียดาย ขณะที่วงการวิจัยเห็ดหลินจือในต่างประเทศ มีรายงานการศึกษาในสาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา ระบุว่า สารสกัดจากสปอร์เห็ดหลินจือมีประสิทธิภาพสูงกว่าตัวดอกเห็ดในแง่การรักษามะเร็ง และสามารถยืดอายุพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายได้

แม้จะมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเห็ดหลินจือในต่างประเทศแล้ว แต่ประเทศไทยก็พยายามค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับเห็ดหลินจือด้วยองค์ความรู้ของประเทศ เพื่อหาคำตอบว่าเห็ดหลินจือที่เพาะเลี้ยงในประเทศไทยมีปริมาณและคุณภาพสารสำคัญแตกต่างจากเห็ดหลินจือจากต่างประเทศหรือไม่ ในช่วงปี 2551-2554 มีการศึกษาวิจัยประสิทธิภาพเห็ดหลินจือเพื่อเป็นยาต้านมะเร็งขึ้น ในชื่อที่เป็นทางการว่า "โครงการวิจัยเห็ดหลินจือและสปอร์เห็ดหลินจือในประเทศไทย" โดยเป็นความร่วมมือระหว่างโครงการพิเศษสวนเกษตรเมืองงายในพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ กับอีก 12 หน่วยงาน ได้แก่ สถาบันการแพทย์ไทย-จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ สถาบันการตรวจสอบสุขภาพและมาตรฐานการผลิต มหาวิทยาลัยแม่โจ้ สำนักวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา องค์การเภสัชกรรม และสำนักงานสาธารณสุขเชียงใหม่

การวิจัยที่ใช้เวลา 5 ปีที่เป็นโครงการแบบเบ็ดเสร็จเพราะทำการวิจัยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เริ่มตั้งแต่การผลิตจนถึงมือผู้บริโภค ทำให้รู้ว่าสารสำคัญและคุณประโยชน์ของเห็ดหลินจือที่ปลูกในประเทศไทยไม่แพ้เห็ดหลินจือที่ปลูกในต่างประเทศ สามารถนำมาใช้สร้างเสริมสุขภาพ และป้องกันโรคได้ ทำให้คนไทยมีทางเลือกใหม่ในการดูแลสุขภาพและรักษาโรค นอกเหนือจากการรักษาด้วยการแพทย์สมัยใหม่ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ผลการวิจัยหลายแห่งระบุตรงกันว่า สปอร์และสารสกัดจากเห็ดหลินจือช่วยหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย โดยคณะแพทยศาสตร์ มช. พบว่าสปอร์และสารสำคัญในเห็ดหลินจือสามารถหยุดยั้งเซลล์มะเร็งรังไข่ มะเร็งมดลูก มะเร็งเต้านมในผู้ป่วยระยะสุดท้ายได้อย่างน่าพอใจ โดยวิจัยเทียบกับกลุ่มผู้ป่วยที่ให้ยาหลอก เปรียบเทียบกับกลุ่มผู้ป่วยที่กินเห็ดหลินจือ พบว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีอัตราการรอดชีวิตนานกว่าผู้ที่ไม่ได้รับเห็ดหลินจือ

นอกจากนี้ การวิจัยคณะเภสัชฯ ของ ม.มหิดลยังระบุอีกว่า การกินเห็ดหลินจือนานๆ ไม่มีผลข้างเคียงหรือมีสารตกค้างที่ตับหรือไต ต่างจากการกินยาแผนปัจจุบันที่หากกินนานๆ มักจะเกิดสารตกค้างสะสมที่เป็นอันตรายต่อตับและไต

ด้านสายพันธุ์ ผลจากการวิจัยทำให้เกิดการพัฒนาเห็ดหลินจือสายพันธุ์ใหม่ อาทิ MG1, MG2, MG5 โดยพบว่า MG2 และทำให้รู้ว่าเป็นสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูง คุ้มค่าต่อการลงทุนในเชิงพาณิชย์ และวิธีการเก็บสปอร์ที่ดีที่สุดคือ การใช้แปรงสีฟันปัดเขี่ยสปอร์ออกจากดอก ซึ่งเป็นเทคนิคที่ทำให้ได้สปอร์เห็ดจำนวนมาก ดีกว่าวิธีการอื่นๆ แม้แต่ประเทศจีนเองซึ่งเคยใช้พัดลมดูดแต่ก็ยังได้สปอร์ไม่มาก ยังขอวิธีการของไทยไปใช้ ส่วนมูลค่าสปอร์จากเห็ดหลินจือที่โครงการพิเศษฯ เมืองงายผลิตขึ้น มีราคาตกกิโลกรัมละ 20,000-30,000 บาท

โครงการวิจัยข้างต้นจบลงในปี 2554 ยังไม่มีการวิจัยเกี่ยวกับเห็ดหลินจือต่อเนื่องออกมาอีก พร้อมๆ กับข้อมูลการวิจัยคุณประโยชน์จากเห็ดหลินจือก็ยังไม่แพร่หลาย การวิจัยที่ขาดช่วงไปหลังปี 2554 เกิดจากปัญหาขาดแคลนเงินทุนวิจัย โดยการวิจัยเมื่อช่วงปี 2551-2554 นั้น กรมแพทย์แผนไทยฯ เป็นผู้สนับสนุนหลัก โดยให้เงินทุนถึง 40 ล้านบาท แต่พอมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารในกรมแพทย์แผนไทยฯ การสนับสนุนก็หยุดลง โดยเฉพาะการวิจัยคุณประโยชน์สปอร์ของเห็ดหลินจือต่อการรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งต้องมีการวิจัยในคน หาผลที่ชัดเจน ไม่ได้รับการสานต่อ แม้ว่าในต่างประเทศจะยอมรับว่าสปอร์เห็ดหลินจือมีฤทธิ์ในการหยุดยั้งเซลล์มะเร็งได้ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มีบริษัท สหพัฒนพิบูลฯ และองค์การเภสัชกรรมแห่งประเทศไทย (อภ.) ได้ประสานกับโครงการพิเศษฯ เมืองงาย ที่จะรับผลิตสารสกัดเห็ดหลินจือจากโครงการออกจำหน่าย แต่สารสกัดจากสปอร์เห็ดหลินจือยังไม่สามารถวางขายเป็นทางการได้ เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีความเห็นว่า สปอร์เห็ดหลินจือคือยาแผนโบราณ ต้องผ่านการพิจารณาขออนุญาตขึ้นทะเบียนจาก อย.ก่อน ขณะที่ดอกเห็ดหลินจือถือว่าเป็นอาหารเสริม ไม่จำเป็นต้องมีการขออนุญาต

เส้นทางของเห็ดหลินจือในประเทศไทยที่ก่อเกิดขึ้นจากแนวพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยทรงต้องการให้คนไทยสามารถเข้าถึงการบริโภคเห็ดหลินจือ สามารถบริโภคเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ แต่จนบัดนี้สถานการณ์ยังคงไม่เป็นไปตามพระราชประสงค์ เพราะการบริโภคเห็ดหลินจือในราคาไม่แพง นั่นหมายถึงต้องมีการผลิตเห็ดหลินจือภายในประเทศเอง แต่ยังคงจำกัดในวงแคบ มีเกษตรกรเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่เพาะเลี้ยง สาเหตุที่มีเกษตรกรทำเห็ดหลินจือน้อยเพราะคนส่วนใหญ่ยังไม่ประจักษ์ในสรรพคุณ ทำให้หากผลิตมากก็จะไม่มีตลาดรองรับ

อีกทั้ง การขาดการต่อยอดงานวิจัยในระดับคลินิกที่จะสร้างความมั่นใจ สร้างการยอมรับสรรพคุณของเห็ดหลินจือในการรักษาโรค ซึ่งจะส่งผลต่อการทำตลาดเห็ดหลินจือที่ผลิตในประเทศ และการที่ อย.ยังคงพิจารณาว่าสปอร์เห็ดหลินจือนั้นเป็นยา ทำให้ภาคเอกชนไม่สามารถนำไปจำหน่ายเข้าถึงมือประชาชนได้ เป็นอุปสรรคทำให้เห็ดหลินจือยังคงเป็นได้แค่อาหารเสริมสุขภาพ ล้วนเป็นปัจจัยแวดล้อมบีบรัดเห็ดหลินจือให้ถูกจำกัดการเติบโต และรอคอยการคลี่คลายปัญหาจากหลายๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป.

คุณสมบัติเห็ดหลินจือ

ในเห็ดหลินจือมีสารสำคัญ คือ1.กลุ่มพอลิแซ็ก คาไรด์ มีฤทธิ์เสริมระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยกำจัดเซลล์มะเร็ง พบได้ทั้งในส่วนสปอร์และดอกเห็ด แต่พบในส่วนสปอร์มากที่สุด

2.มีสารไทรเทอร์ปีน มีฤทธิ์ช่วยกำจัดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง พบในส่วนสปอร์มากกว่าดอกเห็ด เป็นกลุ่มสารประกอบที่แตกต่างกันประมาณ 100 ชนิด โดยเฉพาะกรดกาโรเดอริก เป็นตัวยับยั้งการหลั่งสารฮีสตามีน สารก่อโรคภูมิแพ้ ช่วยลดความดันโลหิตและไขมันในเลือด ป้องกันไขมันอุดตันเส้นเลือด และบำบัดหลังเกิดการอุดตันแล้ว นอกจากนี้ยังพบมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในตับและการต้านสารพิษที่มีต่อตับ

3.สารประกอบมาร์เนียม เป็นตัวส่งเสริมกระบวนการทำงานของร่างกาย สามารถรวมตัวและช่วยกำจัดสารพิษและสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ลดความเจ็บปวดในผู้ป่วยมะเร็ง

4.สเตียรอยด์ พบในเห็ดหลินจือ คือ ลาโนสเตอโรน หรือกาโนสเตอโรน มีฤทธิ์ลดพิษที่มีต่อตับ โปรวิตามินดี 2 ที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม ฟอสฟอรัสในลำไส้ และเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน

5.มีสารชนิดนิวคลีโอไทด์ นักวิจัยค้นพบสารอะดิโนไซน์ เป็นสารอินทรีย์ที่เก็บพลังงานจากการหายใจ และแตกตัวให้พลังงานในระดับสูงเมื่อร่างกายต้องการ และมีผลบรรเทาอาการเจ็บปวด ป้องกันการอุดตันลิ่มเลือด ลดอัตราการเกิดโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต และยังพบสาร อาร์เอ็นเอชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติคล้ายอินเตอร์ เฟอรอน ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง