เยาวชนแห่งชาติร้องขอผู้ใหญ่โปรดฟัง...เราบ้าง

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 1 ตุลาคม 2559 00:00:00 น.

วันเยาวชนแห่งชาติปีนี้ ซึ่งตรงกับวันที่ 20 กันยายน  แม้จะล่วงเลยผ่านพ้นไปแล้ว แต่ปัญหาอนาคตของชาติที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้ากลับยังไม่ลดลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอบายมุข เด็กติดสุราบุหรี่เพิ่มขึ้น หรือปัญหาการศึกษา ครอบครัว และอีกมากมายที่สะท้อนออกมาเป็นระยะกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนของสังคมออกมาแก้ไขไปพร้อมๆ กัน

ดังเช่นงาน เวทีเสวนาหัวข้อ "เสียงเด็กและเยาวชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางนโยบาย" ที่มีตัวแทนเยาวชนจาก 4 ภาคทั่วประเทศ ร่วมสะท้อนปัญหาและผลกระทบต่อเด็กเยาวชน จัดโดยองค์กรยูนิเซฟ ประเทศไทย มูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งจัดขึ้นในวันเยาวชนแห่งชาติประจำปี 2559

นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เล่าว่า จากผลสำรวจของมูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนาร่วมกับเครือข่ายฯ ลงพื้นที่สำรวจ "ปัญหาเด็กและเยาวชน กับการมีส่วนร่วมทางสังคม" ในกลุ่มนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาถึงอุดมศึกษา 1,661 ราย จาก 4 ภาคทั่วประเทศ พบว่า เกินครึ่งมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิขั้นพื้นฐานของตนเอง เมื่อถามถึงการมีส่วนร่วมคิดและตัดสินใจ พบว่า 42.26% แค่ร่วมคิดแต่ไม่เคยได้ร่วมตัดสินใจ และ 18.42% ไม่มีโอกาสทั้งร่วมคิดและร่วมตัดสินใจ

ปัญหาที่เยาวชนต้องเผชิญ ได้แก่ ความรุนแรงในครอบครัว โรงเรียน ชุมชน 18.45%, เหล้า บุหรี่ พนัน 18.20%, แหล่งมั่วสุม 16.19%, สื่อไม่สร้างสรรค์ 13.67%, พื้นที่ไม่ปลอดภัย 11.80%, การถูกกีดกันทางสังคม 7.59%

ทั้งนี้ ที่มาของปัญหาเกิดจากกฎหมายการบังคับใช้อ่อนแอ ความไม่เท่าเทียมขาดทักษะชีวิต มีทัศนคติเชิงลบ ครอบครัวอ่อนแอ และนโยบายรัฐบาลไม่เอื้ออำนวย ทำให้ส่งผลตามมา ได้แก่ ครอบครัวแตกแยก สุขภาพจิตคุณภาพชีวิตแย่ ไม่มีความปลอดภัยในชีวิต  ขาดโอกาสทางการศึกษา

"สำหรับแนวทางแก้ปัญหาที่เยาวชนอยากให้เกิดขึ้นจริงคือ ส่งเสริมพื้นที่ปลอดภัยสร้างสรรค์ 23.03%,    ครอบครัวชุมชนโรงเรียนใส่ใจแก้ไขปัญหา 18.83%,  เยาวชนมีส่วนร่วม 16.87% ที่สำคัญ 10.19% ต้อง การให้รัฐบาลมีนโยบายปกป้องเด็กและเยาว ชนที่เป็นจริง ทั้งนี้ สิ่งที่เยาวชนต้องการมีส่วนร่วมแก้ปัญหามากที่สุดคือ การศึกษา 28.34% รองลงมาสุขภาพ 12.19%, ความรุนแรง 11.09%, เพศ 11.56% และการเมือง 2.88%

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจดังกล่าวสะ ท้อนชัดเจนว่า เยาวชนต้องการให้ผู้ใหญ่รับฟังเสียงของเขาบ้าง ขอให้เขาได้มีโอกาสร่วมแก้ไขปัญหา มีพื้นที่ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ และร่วมลงมือทำ" นายธีรภัทร์กล่าว

นายคงเดช กี่สุขพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสารนิเทศ (ดิจิทัล) องค์การยูนิเซฟ ประ เทศไทย กล่าวว่า เสียงของเยาวชนมีความสำคัญตามหลักขั้นพื้นฐานของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในกว่า 190 ประเทศที่ร่วมลงนามเป็นภาคี และในยุคดิจิทัลนี้ ยูนิเซฟได้เล็งเห็นถึงศักยภาพในการเข้าถึงเด็กและเยาวชนของเทคโนโลยีการสื่อสาร จึงได้ริเริ่มให้มีระบบยูรีพอร์ตซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมสิทธิในการมีส่วนร่วมของเด็กเยาวชนให้ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านระบบโพลในรูปแบบแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน

ปัจจุบันมีมากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก ที่เข้าร่วมใช้งานระบบยูรีพอร์ตและมีสมาชิกที่เรียกว่า ยูรีพอร์ตเตอร์ (U-Reporter) มากกว่า 2 ล้านคน โดยหลักการของยูรีพอร์ต คือจะมีคณะกรรมการยูรีพอร์ตในการคิดประเด็นคำถามที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชนเพื่อสอบถามยูรีพอร์ตเตอร์ในแต่ละเดือน ซึ่งสมาชิกเหล่านี้จะสามารถตอบกลับความคิดเห็นได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน U-Report

จากนั้นคำตอบจะถูกรวบรวมและแสดงผลบนเว็บไซต์ ซึ่งผู้ที่กำลังติดตามประเด็นดังกล่าวอยู่ สามารถนำไปใช้ได้ทันที เช่น การนำเสนอข่าว นำไปเป็นข้อมูลให้กับภาครัฐเอกชน เอ็นจีโอ นักวิชาการ โดยการเข้าร่วมเป็นสมาชิก ทำได้ง่ายด้วยการดาวน์โหลดแอป U-Report หรือดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://thailand.ureport.in หรือเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/UReportThailand

"เชื่อว่าระบบนี้จะช่วยให้เปลี่ยนเสียงทุกเสียงของเด็กและเยาวชนให้กลายเป็นแรงผลักดันเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคม ทั้งในระดับปฏิบัติการ ระดับกิจกรรม ไปจนถึงเชิงยุทธศาสตร์และนโยบาย โดยยูรีพอร์ตนี้จะเป็นเครื่องมือในการรวบรวมความคิดเห็นของเด็กและเยาวชนเป็นจำนวนมากๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยผ่านทางแอปพลิเคชันและไม่มีเปิดเผยตัวตนผู้ที่ตอบแบบสอบถาม" นายคงเดชกล่าว

ด้านนางเข็มพร วิรุณราพันธ์ ผู้จัดการสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน ภาคี สสส. กล่าวว่า ปัจจุบันสังคมให้ความสำคัญกับเยาวชนน้อยมาก ทั้งที่เขาควรจะได้รับการส่งเสริมพัฒนาให้เกิดคุณภาพในทุกระดับ ซึ่งต้องเน้นที่การส่งเสริมสร้างกระบวนการการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม มีกระบวนการพื้นที่สื่อสร้างสรรค์ รวมถึงจัดกระบวนการสภาพแวดล้อมรอบตัวให้มีความปลอดภัย มีสื่อดีๆ ที่ช่วยสร้างการเรียนรู้และเกิดภูมิคุ้มกันที่ดี ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้เขาจะซึมซับจนเกิดเป็นความรับผิดชอบมีมิติเชิงบวก ดังนั้นกระบวนการทำงานคือ ต้องให้เด็กเยาวชนได้ลงมือทำแก้ปัญหาจนเกิดเป็นการเรียนรู้ และเกิดการยอมรับจากผู้ใหญ่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสังคมในที่สุด

อีกด้านหนึ่ง รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล เรียกร้องให้ผู้สูบบุหรี่ทุกคนไม่สูบบุหรี่ในทุกที่ที่มีเด็กและเยาวชนอยู่ด้วย เพื่อลดโอกาสการเสพติดบุหรี่ของเยาวชน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันเยาวชนจากการติดยาเสพติด สุรา และอบายมุขอื่น เช่น การเที่ยวกลางคืน และการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร นอกเหนือจากผลเสียต่อสุขภาพที่การสูบบุหรี่ของวัยรุ่นจะทำให้สุขภาพไม่สมบูรณ์เท่าวัยรุ่นที่ไม่สูบบุหรี่ ทำให้ปอดพัฒนาไม่เต็มที่ ออกกำลังกายได้น้อยกว่าวัยรุ่นที่ไม่สูบบุหรี่ มีอาการทางระบบทางเดินหายใจมากกว่า เช่น ไอ เหนื่อยง่าย

โดยรายงานขององค์การอนามัยโลกระบุว่า วัยรุ่นที่ได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้าน มีโอกาสติดบุหรี่เพิ่มขึ้น 1.4 ถึง 2.1 เท่า และวัยรุ่นที่ได้รับควันบุหรี่มือสองที่อื่นนอกบ้าน มีโอกาสติดบุหรี่เพิ่มขึ้น 1.3 เท่า ถึง 1.8 เท่าของวัยรุ่นที่ไม่ได้รับควันบุหรี่มือสอง หลักฐานยังพบว่า  การสูบบุหรี่ของพ่อแม่เพิ่มความเสี่ยงที่ลูกจะติดบุหรี่  โดยเฉพาะหากพ่อแม่สูบบุหรี่ในบ้าน และการไม่สูบบุหรี่ในบ้านลดโอกาสที่ลูกจะเสพติดบุหรี่

ที่กล่าวมาคือตัวอย่างปัญหาเร่งด่วน ที่จะต้องรีบแก้ไขก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อสร้างเยาวชนของชาติที่มีคุณภาพออกมารับใช้ส่วนรวม.
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง