ขับเคลื่อน'ศูนย์ฝึกเยาวชนปลอดบุหรี่'ตัดวงจรยาเสพติด

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- ศุกร์ที่ 6 มกราคม 2560 00:00:49 น.

ข้อมูลจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน สังกัดกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน โดยกระทรวงยุติธรรม พบว่า ยาเสพติดเป็นคดีที่เด็กและเยาวชนต้องโทษมากที่สุด โดยแบ่งเป็นยาบ้า ยาไอซ์ กัญชา กระท่อม ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบว่าเด็กเหล่านี้มีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะสูบบุหรี่มากกว่าร้อยละ 90 ดังนั้น เด็กที่สูบบุหรี่มาก่อนต้องโทษแล้วจึงยังคงสูบบุหรี่ต่อเมื่อต้องเข้าสู่เรือนจำและศูนย์ฝึกฯ

ปัจจุบัน ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน สังกัดกรมพินิจฯ มีทั้งหมด 19 ศูนย์ กระจายไปยังแต่ละจังหวัด ซึ่งเป็นสถานที่รับเด็กและเยาวชนที่ใกล้กำหนดพ้นโทษจากเรือนจำสถานพินิจมาฝึกอาชีพ ปรับทัศนคติและพฤติกรรมราวๆ 1 ปี

หากจะรณรงค์เฉพาะนักสูบที่โตแล้วอาจไม่ทันการณ์และดูเหมือนการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ด้วยเหตุนี้ รศ.ดร.ผ่องศรี ศรีมรกต คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมมือกับเครือข่ายพยาบาลเพื่อการควบคุมยาสูบแห่งประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงจัดโครงการ 'ศูนย์ฝึกเด็กและเยาวชนปลอดบุหรี่' ขึ้นตั้งแต่ปี 2557

อรพรรณ เลาหัตถพงษ์ภูริ ผู้ตรวจการราชการ กรมพินิจฯ กล่าวว่า ทางศูนย์ฝึกเด็กและเยาวชนปลอดบุหรี่ได้ใช้เครื่องตรวจวัดค่าลมหายใจเป็นตัวประเมินการตรวจวัดแสดงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งก่อนโครงการจะเกิดขึ้นได้เข้าไปตรวจค้น และพบว่าเด็กลักลอบนำบุหรี่เข้าไปข้างใน เมื่อมีโครงการนี้เชื่อมั่นว่าจะทำให้เด็กและเยาวชนลด ละ เลิก ซึ่งเป็นการตัดวงจรแรกเพื่อลดความเสี่ยงในการเข้าสู่วงจรยาเสพติดอื่นๆ และสอดคล้องกับนโยบายที่ต้องการให้บุคลากร เจ้าหน้าที่เป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็กและเยาวชน

ด้าน รศ.ดร.ผ่องศรี ศรีมรกต คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หัวหน้าแผนงาน กล่าวว่า สสส.ช่วยสนับสนุนจนโครงการสำเร็จ มีส่วนเติมเต็มการแก้ไขปัญหาดังกล่าว นอกจากนั้นยังช่วยลดอุปสรรคในการดำเนินโครงการ ทุนที่ได้รับจาก สสส.มีคุณค่าอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการนำไปใช้จ่ายในการสร้างสิ่งจูงใจแก่เด็ก หัวใจสำคัญในการดำเนินงาน คือ ทีมพยาบาลที่ประจำแต่ละศูนย์ แล้วยังมีทีมนักจิตวิทยา ครูหน่วยฝึกอาชีพ พนักงานพินิจเป็นผู้ร่วมสนับสนุน

กิจกรรมภายในศูนย์มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งการจัดประกวดแต่งคำขวัญหรือเรียงความเรื่องเด็กอยากเลิกบุหรี่เพื่อใคร ประกวดวาดภาพระบายสีเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา กิจกรรมกีฬาพาเลิกบุหรี่ กิจกรรมธรรมะบำบัด บริการน้ำยาบ้วนปาก รวมถึงการเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์เลิกบุหรี่จากเจ้าหน้าที่ที่สามารถเลิกได้และผู้ป่วยไร้กล่องเสียง นอกจากนี้มีการพัฒนาแกนนำไปเรียนนวดกดจุดสะท้อนเท้าเพื่อกลับไปนวดให้ผู้ปกครองจนเป็นเหตุจูงใจให้ผู้ปกครองตั้งใจเลิกบุหรี่อีกด้วย เด็กๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมจะได้คะแนนสะสมความดี สามารถนำไปแลกสิทธิ์กลับไปเยี่ยมบ้านได้ ถือเป็นความสุขที่พวกเขาต่างปรารถนา

รศ.ดร.ผ่องศรี หัวหน้าแผนงาน กล่าวด้วยว่า ในช่วงปีแรกเริ่มนำร่องที่ศูนย์ฝึกและอบรมสิรินธร พบว่า ก่อนเริ่มโครงการมีเจ้าหน้าที่สูบบุหรี่ทั้งสิ้น 16 คน จากจำนวนนี้มีเจ้าหน้าที่ร่วมโครงการทั้งหมด 12 คน หลังร่วมโครงการแล้วสามารถเลิกบุหรี่ได้ถึง 4 คน หรือร้อยละ 33 ส่วนของเยาวชนที่ร่วมโครงการทั้ง 2 รุ่น มีทั้งหมด 175 คน ผลจากการติดตามการเลิกบุหรี่ครบ 6 เดือน มีทั้งสิ้น 28 คน หรือร้อยละ 32.56 ในปี 2558 ได้มีการขยายเพิ่มอีก 3 ศูนย์ ได้แก่ บ้านมุทิตา อุเบกขา และสถานแรกรับเด็กและเยาวชน จ.นนทบุรี

ขณะนั้นมีเครื่องเป่าวัดลมหายใจเพียง 1 เครื่องเท่านั้น ทำให้การใช้งานยังต้องหมุนเวียนทั้ง 4 ศูนย์ แต่ในปี 2559 ทาง สสส.ได้สนับสนุนการขยายแผนงานต่อเนื่อง โดยขยายเครือข่ายเพิ่ม 6 ศูนย์ในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงกรุงเทพฯ รวมเป็นทั้งหมด 10 ศูนย์ และมอบกระเป๋าเดินทางไว้ประจำแต่ละศูนย์ให้เป็นการเลิกบุหรี่เคลื่อนที่ และตรวจวัดค่าคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นประจำ

"ส่วนใหญ่เด็กและเยาวชนในศูนย์ที่สูบบุหรี่ มีสาเหตุจากเห็นแบบอย่างการสูบบุหรี่จากผู้ปกครอง อิทธิพลจากสื่อโฆษณา และเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้น้อย โดยมีแนวโน้มการสูบบุหรี่เร็วกว่าบ้านที่ผู้ปกครองไม่สูบบุหรี่ โครงการนี้เป็นการสร้างสุขภาพที่ดีให้กับเด็กและเยาวชน โดยที่เจ้าหน้าที่ไม่เลือกปฏิบัติและไม่มีความเหลื่อมล้ำ" หัวหน้าแผนงาน กล่าว

เชื่อว่า หากปัญหาบุหรี่ถูกแก้ไขอย่างจริงจัง ถูกวิธี และตรงจุด จะสามารถสร้างเด็กและเยาวชน ที่จะเติบโตก้าวขึ้นมามาขับเคลื่อนสังคมและประเทศชาติอย่างมีคุณภาพ และที่สำคัญที่สุดยังเป็นการลดภาระจากครอบครัว สังคมและเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล.

บรรยายใต้ภาพ
รศ.ดร.ผ่องศรี ศรีมรกต
อรพรรณ เลาหัตถพงษ์ภูริ
คู่มือสร้างสิ่งแวดล้อมปลอดบุหรี่ใช้ตามศูนย์ฝึกอบรมเยาวชน
สสส.สนับสนุนแผนงานมอบกระเป๋าเลิกบุหรี่เคลื่อนที่
ทีมพยาบาลและนักจิตวิทยาร่วมพัฒนาศักยภาพเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ตามศูนย์ฝึกเยาวชน
เจ้าหน้าที่แต่ละศูนย์แลกเปลี่ยนประสบการณ์ช่วยเด็กเลิกบุหรี่
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง