สปท.ชงแก้พรบ.อุทยานนิรโทษกรรมคนบุกรุกป่า

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 31 มกราคม 2560 00:00:59 น.

รัฐสภา * ที่ประชุมสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้มีการพิจารณารายงานเรื่องการจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินป่าไม้และเพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศ : มาตรการแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ร่าง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.... และร่าง พ.ร.บ.สงวนและคุ้ม ครองสัตว์ป่า พ.ศ....คณะกรรมาธิ การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม ที่มีนางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ เป็นประธาน

โดยรายงานดังกล่าวมีสาระสำคัญคือ การออกมาตร การและปรับปรุงกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการครอบครองที่ดินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ซึ่งตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 30 มิ.ย.2541 มีผู้ครอบครองที่ดินในเขตป่าอนุรักษ์ จำนวน 5.9 ล้านไร่ ทั้งนี้ กรรมาธิการฯ มีข้อเสนอให้มีคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ตามกฎหมาย ซึ่งแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี เพื่อกำกับดูแลและแก้ไขปัญหา โดยพื้นที่ ที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดี นาย ทุนหรือผู้บุกรุกรายใหม่ภายหลังคำสั่ง คสช. ที่ 66/2557 จะต้องถูกดำเนินคดีทุกราย นอกจากนั้นต้องมีการปรับแก้ พ.ร.บ.อุท ยานฯ 2504 และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2535 ให้ เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เปิดให้ มีการอภิปรายอย่างกว้างขวาง โดยสมาชิกส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางแก้ปัญหาที่ดินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ซึ่งต้องเปิดโอกาส ให้ประชาชนมีส่วนร่วม รวมทั้ง การจัดทำแนวเขตอุทยานฯ ต้องมีความชัดเจน ในที่สุดที่ประ ชุม สปท.ได้มีมติเห็นชอบในราย งาน และร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับ ด้วยมติ 159 คะแนน งดออกเสียง 7 คะแนน  จากนั้นกรรมา ธิการฯ จะนำข้อเสนอแนะของสมาชิกมาปรับปรุงและนำเสนอต่อประธาน สปท.และ ครม.ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาระ สำคัญของร่าง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ....ในหมวด 5 เรื่อง บทกำหนดบทลงโทษ  มาตรา 46 ระบุว่า บรรดาอสังหาริม ทรัพย์จำพวกสิ่งปลูกสร้างที่ตกเป็นของแผ่นดินแล้ว ไม่ต้องอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุ และอาจนำมาใช้ประโยชน์ในภารกิจของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตามหลักเกณฑ์และวิธี และวิธีการที่อธิบดีกำหนด โดย ความเห็นชอบของคณะกรรมการ

นอกจากนั้นยังมีการระบุในมาตรา 52 ด้วยว่า อธิบดีมีอำนาจอนุญาตเป็นหนังสือให้ราษฎรที่อยู่อาศัยหรือทำกินอยู่แล้วในเขตอุทยานแห่งใดอยู่ก่อนวันที่ พ.ร.บ.นี้บังคับใช้ สามารถอยู่อาศัยหรือทำกินในที่ดินที่ได้อยู่อาศัยหรือทำกินอยู่แล้วได้เป็นการชั่วคราว แต่ต้องไม่เกิน 20 ไร่ต่อครอบครัว และมีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี แต่ไม่เกิน 20 ปี แต่ไม่ถือว่าได้สิทธิในที่ดินตามกฎหมาย โดยให้สิทธิ์ตกทอดถึงทายาทได้ และให้อำนาจอธิบดีในการพิจารณาอนุญาต หรือเพิก ถอนสิทธิ์ รวมทั้งเรียกเก็บค่าธรรม เนียมในการใช้พื้นที่และการตกทอดสิทธิ์ได้.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง