พรรคเล็กซัดก๊วนกินรวบแนะสกัดธุรกิจการเมือง!

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 00:00:13 น.

กรุงเทพฯ * "ประวิตร" ย้ำปรองดองไม่เกี่ยวนิรโทษกรรม ยังไม่จัดคิว "เพื่อไทย" โชว์วิชั่น พรรคเล็กสะท้อนปัญหา ชี้ความขัดแย้งเกิดจากการสูญเสียประโยชน์ของกลุ่มการเมืองเก่า-กลุ่มการเมืองใหม่กินรวบถ่ายเดียว  คอร์รัปชันลุกลาม ตอกย้ำต้องปฏิรูปทุกฝ่าย

เมื่อวันพุธ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระ ทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคเพื่อไทย (พท.) ระบุว่า ถ้าไม่มีนิรโทษกรรมปรองดองไม่เกิด ว่าหากพรรคเพื่อไทยมีข้อเสนอให้ไปเสนอกับคณะอนุกรรมการรับฟังความเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน แต่ก่อนหน้านี้เคยบอกไปแล้วว่าการสร้างความปรองดองนั้นจะไม่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรม

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ต้องการพบ พล.อ.ประวิตร เพื่อพูดคุยปรองดอง ว่า การเข้ามาพบให้เข้ามาตามกระบวนการรับ ฟังความคิดเห็น ควรเข้าผ่านระบบช่องทาง ทั้งเวทีส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคหรือท้องถิ่น เพราะการพูดคุยปรองดองต้องเคารพประ ชาชนที่มีส่วนได้เสียด้วย ไม่ใช่ฟังเพียงแค่คู่ขัดแย้ง

"พรรคเพื่อไทยตอบรับการเข้าร่วมการพูดคุยปรองดองแล้วจากการประสานพูดคุยกัน ส่วนจะพูดคุยวันที่ 8 มี.ค.หรือไม่นั้น อยู่ที่ดุลพินิจของกลาโหม เพื่อจัดลำดับไม่ให้เหลื่อมล้ำกัน โดยเราจะเป็นผู้กำหนด แต่ต้องประสานความพร้อมกับพรรคด้วย" พล.ต.คงชีพกล่าว

ขณะเดียวกัน พล.ต.คงชีพ ในฐานะโฆษกประธานคณะอนุกรรมการด้านการประ ชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ในชุดคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ยังแถลงข่าวภายหลังพรรคการเมืองขนาดเล็ก ประกอบด้วย พรรคประชาสามัคคี, พรรคประชาธรรม, พรรคประชาธิปไตยประชาชน, พรรคปฏิรูปไท, พรรคคนกีฬา และพรรคเพื่อชีวิต เข้าเสนอแนะแนวทางการปรองดอง เมื่อวันที่ 20-21 ก.พ.

โดย พล.ต.คงชีพระบุว่า ตัวแทนพรรคเล็กสะท้อนมุมมองโครงสร้างระบบการเมืองว่าการไม่เคารพสิทธิ กฎหมายและ ทุจริตคอร์รัปชันคือปัญหาความขัดแย้ง อีกทั้งมองโครงสร้างการเมืองเชิงระบบแบ่ง เป็น 5 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มการเมืองเก่า, กลุ่ม การเมืองใหม่, กลุ่มประชาชน, องค์กรอิสระ และกลุ่มผู้สนับสนุนทุนการเมือง โดยกลุ่ม ประชาชนมีพื้นฐานความเหลื่อมล้ำทาง สังคม ขาดโอกาสการศึกษา การเข้าถึง สาธารณสุข การเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดิน และการเข้าถึงแหล่งทุน     พล.ต.คงชีพ กล่าวต่อว่า พรรคเล็กยังมองว่าการสูญเสียประโยชน์ของกลุ่มการเมืองเก่า และการได้ประโยชน์ของกลุ่มการเมืองใหม่ เป็นรอยต่อความขัดแย้ง เนื่องจากกลุ่มการเมืองใหม่ต้องการรวบรัดอำนาจ เลยเกิดปัญหาตามมา ทั้งการใช้กลไกกฎหมาย แทรกแซงองค์กรอิสระ เกิดการทุจริตคอร์รัปชันทั้ง 2 ฝ่าย ท้ายที่สุดก็ไม่ยอมรับกติกาต่อกัน พร้อมมองว่าองค์กรอิสระถูกแทรกแซง ไม่วางตัวเป็นกลาง ขาดความน่าเชื่อถือ ไม่มีความเป็นธรรม มีความสองมาตรฐาน จนทำให้องค์กรอิสระภายใต้รัฐธรรมนูญไม่ได้รับการยอมรับจากคนในสังคม ขณะเดียวกันกลุ่มทุนที่สนับสนุนการเมืองเองทั้ง 2 ฝ่ายก็ต้องการโอกาสธุรกิจ เกิดเป็นกลุ่มทุนใหญ่ขึ้นมา สร้างความเหลื่อมล้ำทางธุรกิจ ทำให้แข่งขันอย่างไม่เท่าเทียมกัน

"ทุกพรรคเห็นตรงกันว่าการปฏิรูปต้องทำพร้อมๆ กันทุกกลุ่มทุกฝ่าย โดยมองว่าการเมืองต้องปฏิรูปก่อน ระบบการเมืองไม่มีปัญหา แต่มีปัญหาอยู่ที่ตัวบุคคล ดังนั้นพรรคการเมืองจำเป็นต้องคัดคนมีคุณภาพ มีความน่าเชื่อถือมาให้ประชาชนเลือก ไม่ทำการเมืองเชิงธุรกิจ ไม่ผูกขาดอำนาจรัฐ ต้องยึดโยงหลักนิติรัฐ นิติธรรม และคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นหลัก" พล.ต.คงชีพกล่าว และว่า ในที่นี้การคืนอำนาจประชาธิปไตยเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วม ควรดำเนินการตั้งแต่ระดับท้องถิ่นควบคู่กันไปกับการเมืองส่วนกลางอีกด้วย

พล.ต.คงชีพกล่าวว่า ขอให้ทุกพรรค เปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็นอย่างไม่มีอคติ โดยนำปัญหาในอดีตมาเป็นข้อพิจารณา และสิ่งที่ละเลยไม่ได้คือการรับฟังความคิด เห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกิดจากเหตุการณ์ทางการเมือง ทั้งนี้ กระบวนการสร้างความปรองดองเป็นของประชาชน จึงอยากให้ช่วยกันเดินหน้าและประคับประคอง โดยไม่สร้างเงื่อนไข และยืนยันว่ากระบวนการดังกล่าวทุกกลุ่มมีความตั้งใจ และมีความเป็น กลาง พร้อมทั้งเปิดกว้างรับฟังทุกฝ่าย โดยให้อิสระในการเสนอความคิดเห็นอย่างไม่จำกัด

"ในวันที่ 23 ก.พ. เวลา 13.30-16.30 น. จะเชิญ พรรคกสิกรไท, พรรคประชาชนไทย และพรรคเพื่อฟ้าดิน  ส่วนวันที่ 24 ก.พ. จะเชิญพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า, พรรครักษ์ท้องถิ่นไทย และพรรคไทยรักธรรม เข้าร่วมหารือ และเสนอแนะแนวทางปรองดองที่ศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม" พล.ต.คงชีพกล่าว

วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการกองทัพ เรือ พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) เป็นประธานการประชุมผู้บัญชาการ 4 เหล่าทัพ ครั้งที่ 3/2560 โดยได้กำชับให้เหล่าทัพสนับสนุนและร่วมมือกับคณะกรรมการบริหารราช การแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) รวมไปถึงคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง และคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง

ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ  (สปท.) คนที่ 1 กล่าวถึงกรณีนายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำ พท. ออกมาวิจารณ์การปฏิรูปเริ่มช้าไป ไม่เปิดกว้าง ไร้ทิศทาง จะทำให้ประเทศล้าหลังว่า นายจาตุรนต์คงตกข่าว ตามไม่ทัน หรือรู้แต่มุ่งดิสเครดิตรัฐบาล ความจริงการปฏิรูปเดินมากว่า 2 ปี ไม่ใช่แค่เพิ่งเริ่มต้น ตั้งแต่ยุคสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จนถึง สปท. ได้เปิดเวทีแสดงความเห็นเรื่องปฏิรูปทั้ง 11 ด้านครบทุกจังหวัดกว่า 1,000 เวที

"การชี้แนะแบบสร้างสรรค์เพื่ออนา คตของทุกคน ไม่ใช่เรื่องที่จะมาดูถูกดูแคลน ดิสเครดิตการปฏิรูปเพื่อผลประโยชน์ทาง การเมือง ซึ่งไม่ยุติธรรมสำหรับคนทุกภาคส่วนที่เขาช่วยกันทุ่มเททำงานมากว่า 2 ปี" นายอลงกรณ์ระบุ

ส่วนนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรม การร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังปาฐกถาพิเศษ ในเวทีเสวนาเรื่องร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ข้อมูลข่าวสารสาธารณะว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวสภานิติ บัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และ สปท.ร่วมกันทำเพื่อให้สอดรับกับบทบัญญัติรัฐธรรม นูญที่จะให้ประชาชนที่จะเปิดเผยข้อมูล ให้ประชาชนได้รับทราบ ซึ่งไม่เกี่ยวกับ กรธ. แต่หากทำได้ตามที่กำหนดในกฎหมายจะทำให้สังคมเปลี่ยนแปลง เพราะจะรู้ในข้อมูล ที่ราชการใช้เป็นฐานความคิด และสามารถแลกเปลี่ยนความเห็นกันได้อย่างเท่าเทียมกันทุกคน รวมทั้งทำให้ประชาชนมีโอกาสติดตามตรวจสอบภาครัฐได้มากขึ้น

เมื่อถามถึงร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิเสรีภาพส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชนที่ลดจำนวนบุคคลจากหน่วยงานภาครัฐเหลือปลัดกระทรวง 2 คน นายมีชัยกล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียด แต่การเอาปลัดกระทรวงเข้ามา ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุ ประสงค์ ยืนยันว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติไม่ได้ระบุถึงการควบคุมสื่อ มีแต่เรื่องของจรรยาบรรณที่สื่อต้องไปคิดกันเอาเองว่าจะควบคุมจรรยาบรรณอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพ เพราะหากมีการทำผิดและใช้วิธีการลาออก ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ซึ่งสื่อเองต้องมีสิทธิเสรีภาพและจรรยาบรรณด้วย

นายมีชัยยังกล่าวถึงกรณี สนช.กังวล ต่อมาตรา 77 วรรคสอง ของร่างรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ก่อนตรากฎหมายรัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความเห็นของผู้เกี่ยวข้อง ต้องวิเคราะห์ผลกระทบต่อกฎหมายอย่างรอบด้านว่า เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาในการปฏิบัติ สนช.ไม่ต้องทำอะไรให้ยุ่งยาก การรับฟังไม่ใช่ของเสียหาย เพราะการเปิดเผยข้อมูลสามารถเปิดเผยได้ทั้งโทรทัศน์ เว็บไซต์ เพื่อให้ประชาชนที่สนใจสามารถรับทราบได้.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง