คอลัมน์: เสียบซึ่งหน้า: ระวัง 'น้ำผึ้งหยดเดียว'

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 11 มีนาคม 2560 00:00:56 น.
คมเฉือนคม

เห็นด้วยกับ "ผู้ว่าฯ สิทธิชัย ศักดา" ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ที่แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงระดับจังหวัดขึ้นมาดำเนินการ กรณีเหตุ เจ้าหน้าที่ทหารพรานใช้อาวุธปืนประจำกาย ยิงใส่รถกระ บะตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองนราธิวาส ขณะขับรถไล่ติดตามคนร้าย เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา

แม้ "ทหาร" จะออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพร้อมยอมรับเรื่องดังกล่าว
"เข้าใจผิด"!!!
เนื่องจากทหารคิดว่าเป็นกลุ่มคนร้าย แต่เท่าที่สดับตรับฟังเสียงฝ่าย "ตำรวจ" ดูจะยัง
"ข้องใจ"!!!

เพราะวันที่ "ผู้ว่าฯ สิทธิชัย" ลงไปเยี่ยมปลอบขวัญและให้กำลังใจตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ สอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ส.ต.ท.วัชระ แสงสุรินทร์ ผบ.หมู่งานสืบสวน สภ. เมืองนราธิวาส หนึ่งในตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ เล่าว่า....คนร้ายมีรถยนต์ด้วยกัน 2 คัน โดยคันที่เป็นกระบะยี่ห้ออีซูซุพยายามขับเบียดเพื่อให้รถยนต์เก๋งอีกคันที่เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามหลบหนี ด้วยการเบียดและพยายามเบรกเพื่อให้รถของเจ้าหน้าที่ชนท้าย จนรถเก๋งหลบหนีไปได้ จนถึงที่เกิดเหตุทหารพรานใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากการเข้าใจผิด ถูก ด.ต.เชาวลิต ที่เป็นพลขับเข้าที่ศีรษะจนรถเสียหลักตกไหล่ทาง และถูก อ.ส.อามาน จนเสียชีวิต

"จากนั้นผมได้เปิดประตูรถคลานไปหมอบที่ใต้ต้นไม้ริมทาง และตะโกนให้ทหารพรานทราบว่า เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ถูกทหารพรานใช้อาวุธปืนยิงซ้ำ จนผมต้องคลานเข้าใกล้ในรัศมีประมาณ 10 เมตร เพื่อแสดงบัตรว่าเป็นเจ้าหน้าที่อีกครั้ง แต่ทหารก็ไม่หยุดยิง ผมจึงวิ่งไปที่ร้านน้ำชาของชาวบ้านเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่พบชาวบ้านก็ได้หมอบเช่นกัน

เวลาผ่านไป 5 นาที รถเกราะได้วิ่งเข้ามา ผมจึงไปขอความช่วยเหลือรถเกราะ พร้อมแสดงตัวว่าเป็นตำรวจ ทหารจึงได้หยุดยิง ผมจึงไปเรียก อ.ส.ที่นั่งกระบะหลัง แล้วทหารพรานได้ยึดอาวุธปืนของผมและผู้เสียชีวิตไป พร้อมสั่งให้ผมหมอบลงและได้เข้ามาเตะเข้าที่หน้าหลายที ทั้งๆ ที่ได้แสดงบัตรที่คล้องไว้ที่คอว่าเป็นตำรวจ ในการไล่ติดตามคนร้ายพร้อมผู้ต้องหาที่อยู่ในรถอีก 1 คน ซึ่งผู้ต้องหาที่ผมควบคุมตัวไว้ในรถก็ยังถูกเจ้าหน้าที่ทหารเตะกุญแจมือคล้องไว้ ก่อนที่ชาวบ้านจะมาห้าม"

ฟัง ส.ต.ท.วัชระเล่า บอกตามตรงไม่สบายใจ และเชื่อว่าตำรวจที่ได้ฟังก็คงไม่สบายใจเหมือนกัน เพราะพฤติกรรมทหารที่แสดงในครั้งนี้ รุนแรงและเหี้ยมเกรียมเกินไป ขนาดตะโกนบอกเป็นตำรวจแล้วยังโดนเตะ ยังโดนทำร้าย ถ้าเป็นชาวบ้าน เป็นคนในพื้นที่ถูกจับ ถูกควบคุมตัว ไม่อยากคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น

จำได้ว่าได้ยินผู้ใหญ่ในรัฐบาล ผู้ใหญ่ทางการทหาร ย้ำถึงการปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พื้นที่ที่อ่อนไหว ให้ใช้ความระมัดระวัง ใช้ความละมุนละ ม่อม ไม่ให้ใช้ความรุนแรง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นถ้าเป็นไปตามที่ ส.ต.ท.วัชระเล่าไว้ ต้องบอกว่าตรงกันข้ามชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ

คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงระดับจังหวัด ที่มี "สุรพร พร้อมมูล" รองผู้ว่าฯ นราธิวาส เป็นหัวหน้า และ "สมหวัง เรืองเพ็ง" ปลัด จ.นราธิวาส เป็นเลขาฯ รวมทั้งมีตัวแทนฝ่ายทหารชุดเฉพาะกิจนราธิวาส กองบังคับการตำรวจภูธร และตัวแทนฝ่ายปกครอง เป็นคณะกรรมการ ต้องรีบสอบสวนหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด และต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

ก่อนที่จะกลายเป็น "น้ำผึ้งหยดเดียว"!!!!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง