เรื่องกล้วยๆจากผลไม้มหัศจรรย์อาหารธรรมชาติดีต่อระบบขับถ่าย

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม 2560 00:00:55 น.

"ได้เห็นภาพแข่งกินกล้วย" เลยทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ผลไม้สีเหลืองสวยงามนี้จะมีประโยชน์ต่อร่างกายสักแค่ไหนกันนะ หรือจะกินแค่แก้หิว หรือแข่งขันเอามันส์เท่านั้นหรือ?? โดยเฉพาะคุณตาคุณยายที่รับประทานผลไม้ธรรมชาติดังกล่าวมาช้านาน ประจวบกับปัญหาสุขภาพที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อย่างการบดเคี้ยว ที่ส่งผลให้ "ลำไส้บีบตัวไม่ดี" หรือมีปัญหาท้องอืดท้องเฟ้อบ่อยๆ...ไฉนเลยที่จะปล่อยให้กล้วย 1 หวี เหี่ยวทิ้งไปเปล่าๆ ในฐานะที่ผูกพันกันมานาน... พญ.ธิศรา วีรสมัย สูตินรีแพทย์และหัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลพญาไท 1 ได้ไขข้อมูลเกี่ยวกับสารพัดประโยชน์ของ "กล้วย 1 ผล" เพื่อเล่าสู่กันฟัง

ทันที่พูดคุย พญ.ธิศราไม่รั้งรอให้ข้อมูลว่า "ก่อนคุยเรื่อง "กล้วย" หมอขออธิบายถึงปัญหาสุขภาพของผู้สูงวัยก่อนว่า คุณตาคุณยายส่วนใหญ่มักมีปัญหา "ลำไส้บีบตัวได้ไม่ดี" ซึ่งมีสาเหตุมาจากการที่เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด โดยเฉพาะอาหารที่แข็งและเหนียว ประกอบกับต่อมรับรสของผู้สูงวัยทำงานได้ไม่ดี จึงเป็นสาเหตุทำให้รีบกลืนอาหารเร็วเกินไปจนเกิดปัญหา "ท้องอืด" และ "ท้องผูก" ตามมา

นอกจากนี้ ในผู้สูงวัยที่ป่วย "โรคความดันโลหิตสูง" และจำเป็นต้องกินยาลดความดัน จึงทำให้คนกลุ่มนี้มักขาดเกลือแร่และธาตุโพแทสเซียม (มีบทบาทในการรักษาระดับการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ และทำให้กล้ามเนื้อในร่างกายทำงานได้อย่างเหมาะสม) ดังนั้น "กล้วย" จึงถือเป็นผลไม้มหัศจรรย์ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้สูงวัยในแง่ป้องกันปัญหาสุขภาพดังกล่าว เพราะใน "กล้วยน้ำว้า 1 หวี" อุดมไปด้วย เกลือแร่และแร่ธาตุโพแทสเซียม จึงเป็นตัวช่วยเสริมแร่ธาตุทั้ง 2 และในกล้วยยังมี วิตามินซี และ แคลเซียมสูง รวมอยู่ด้วยนอกจากนี้ สรรพคุณของกล้วยที่เคี้ยวง่าย ย่อยง่าย จึงช่วยลดปัญหา "อาการสำไล้บีบตัวได้ไม่ดี" หรือทำให้คุณตาคุณยาย "ขับถ่ายได้สะดวก" นั่นเอง และพลังจากแป้งธรรมชาติที่อยู่ในกล้วยยังช่วยลดอาการ "ท้องเสีย" ได้ชนิดที่ไม่ต้องไปซื้อยาแก้ท้องเสียกิน ที่น่าสนใจไปกว่านี้ สำหรับผู้สูงอายุที่มักเป็นแผลในปากจากภาวะร้อนใน การบริโภค "กล้วยน้ำว้าสุก" จะช่วยลดแผลในปากได้เช่นกัน เพราะในกล้วยมี "สารเพคติน" ที่ทำหน้าที่สร้างเซลล์ และเชื่อมหรือยืดระหว่างเซลล์ผิวหนังเข้าด้วยกัน

ได้รู้รับถึงสรรพคุณที่รอบด้านของ "กล้วย" แล้ว การที่คุณตาคุณยายจะกินผลไม้ดังกล่าวให้ได้ประโยชน์มากที่สุด หมอแนะนำว่า "สำหรับผู้สูงวัยที่มีปัญหาลำไส้และการดูดซึมได้ไม่ดี" ควรรับประทาน "กล้วยน้ำว้าสุก" แต่ถ้าหากคุณตาคุณยายป่วย "โรคริดสีดวง" ก็ควรกิน "กล้วยหอม 1 ผล" จะช่วยทำให้อุจจาระนิ่มและถ่ายง่ายมากยิ่งขึ้น หรือจะกินเป็น "กล้วยน้ำว้าต้ม" โรยด้วยน้ำผึ้งเล็กน้อย ก็จะช่วยให้การขับถ่ายง่าย สบายท้องมากขึ้น

ส่วนการบริโภค "กล้วยบวชชี" ในกรณีของผู้ใหญ่ที่อยู่ในช่วงวัยทองซึ่งพบได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายนั้น ไม่ควรบริโภคเมนูจากกล้วยดังกล่าว เพราะผู้สูงวัยกลุ่มนี้มีปัญหาการขาดฮอร์โมนเพศสูงอยู่แล้ว หากได้รับกะทิก็จะยิ่งเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอล หรือไขมันในเลือดให้สูงขึ้นอีก จึงควรหลีกเลี่ยง".

บรรยายใต้ภาพ
คุณตาคุณยายที่ป่วย "โรคริดสีดวง" กิน "กล้วยหอม" 1 ผลจะช่วยให้อุจจาระนิ่มและถ่ายง่าย
"กล้วยบวชชี" เมนูขนมหวานที่ผู้ใหญ่วัยทองควรหลีกเลี่ยง เพราะจะทำให้เกิดภาวะไขมันในเลือดสูงได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
"กล้วยน้ำว้าสุก" ช่วยเรื่องขับถ่าย เหมาะสำหรับ "ผู้สูงวัยป่วยโรคลำไส้บีบตัวได้ไม่ดี"

ผู้สูงวัยที่ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมักขาดเกลือแร่และแร่ธาตุโพแทสเซียม ที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง การบริโภค "กล้วยน้ำว้าสุก" ช่วยเติมแร่ธาตุทั้ง 2 ชนิด

พญ.ธิศรา วีรสมัย
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง