รุมต้านรัฐบาลถอยเลื่อนจับนั่งกระบะ รวมถึงแค็บ-เข็มขัดนิรภัยไว้หลังสงกรานต์

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 6 เมษายน 2560 00:00:39 น.
สว.ค้านจับกระบะผบก.สั่งชี้แจง

เริ่มบังคับใช้กฎหมายวันแรกให้คาดเข็มขัดนิรภัย ห้ามนั่งกระบะท้าย และในแค็บ ก็มีเสียงค้านดังระงมจากทั่วประเทศ กระทั่งสารวัตรยังออกมาติงจนถูกสั่งชี้แจง ในที่สุดรัฐบาลจำต้องกลับลำ

ไทยโพสต์ * ตามคาด ชาวบ้านโอดโอยอื้ออึง มาตรการจับปรับนั่งกระบะท้าย ในแค็บ ชี้ไม่สอดคล้องกับสังคมไทยในชนบท ขอนแก่นแค่ 2 ชั่วโมงรวบกว่า 100 ราย เจอคนละ 200 ที่หนองคาย ชาวลาวข้ามฝั่งมาก็ไม่รอด บางพื้นที่ดีหน่อยเน้นตักเตือน ประชาสัมพันธ์ สารวัตรใจกล้าโพสต์แนะกวดขันความเร็วจะเหมาะกว่า บิ๊ก สตช.ลั่นตำรวจต้องทำตามกฎหมาย แต่ก็ให้ผู้ปฏิบัติรู้จักผ่อนปรน

เมื่อวันพุธ โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความเฟซบุ๊กของตำรวจนายหนึ่ง ชื่อ "สารวัตรเอก" หรือ พ.ต.ท.เอกราช หุ่นงาม สารวัตรอำนวยการ สภ.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ที่โพสต์ความเห็นเรื่องการบังคับใช้กฎหมายห้ามรถกระบะให้คนนั่งที่กระบะหลัง ความว่า

"การออกกฎหมาย ไม่ควรก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับชีวิตคน ดังนั้นควรรับฟังเหตุผลของคนทุกระดับชั้น ว่าออกแบบไหนเขารับได้ หรือออกแบบไหนเขาจะเดือดร้อน เพราะถ้าคนชั้นสูงและร่ำรวยออกกฎหมายจะคิดไม่ถึงความลำบากของคนจน และถ้าออกโดยคนจนล้วนๆ ก็จะไม่รู้ถึงภาพกว้างในสังคมระดับใหญ่ สำคัญการออกกฎหมายควรกำหนดเป้าหมายความต้องการให้ชัดเจนหลายๆ ด้านแล้วนำมาประชุมหารือสรุปว่าจะเอาด้านไหนที่เหมาะสมที่สุด เช่น จะเอาเป็นผลประโยชน์ด้านทรัพย์สินเข้าส่วนรวม หรือจะเอาประโยชน์ด้านความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนเป็นหลัก เหมือนครั้งหนึ่งเคยบอกให้รวมๆ กันไปรถคันเดียวหลายๆ คน เพื่อนลดรถบนถนน จราจรจะได้ไม่ติดขัด และเป็นการประหยัดน้ำมันช่วยชาติ แต่ตอนนี้ห้ามนั่งรถเกินสี่คนต่อคัน รวมถึงห้ามนั่งกระบะหลังโดยมองถึงความปลอดภัย แต่ผมมองว่าความปลอดภัยน่าจะห้ามความเร็วมากกว่า เศรษฐกิจตอนนี้ควรผ่อนปรนกันแบบกลางๆ จะมีความสุขกว่า ไว้เศรษฐกิจดีๆ เมื่อไรค่อยทำก็ยังทัน ผมแค่แสดงความคิดเห็นส่วนตัวในฐานะประชาชนคนหนึ่งเองนะครับ!!"

ต่อมา พ.ต.อ.วิมล พิทักษ์บูรพา รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร เปิดเผยว่า พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จว.ชุมพร มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.เอกราชทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีโพสต์ข้อความดังกล่าว ซึ่งหาก ภ.จว.ชุมพรพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการกระทำผิดจริงตามที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ ก็จะมีการตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย เพราะแม้จะอ้างว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวในฐานะประชาชนคนหนึ่ง แต่มาโพสต์ในเฟซบุ๊กที่เป็นสาธารณะทั้งที่ตัวเองเป็นตำรวจอยู่ ก็ไม่ใช่เรื่องถูกต้อง

ทั้งนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่งกำหนดให้ผู้โดยสาร คนขับรถยนต์ จะต้องรัดเข็มขัดนิรภัยเพื่อความปลอดภัยทุกที่นั่ง ซึ่งตำรวจระบุว่าผู้ที่ฝ่าฝืนจะถูกปรับรายละ 500 บาท สำหรับรถกระบะ ห้ามบรรทุกคนที่กระบะหลัง นอกจากนี้ รถกระบะที่มีแค็บก็ห้ามบรรทุกคนโดยสารที่แค็บ เพราะวัตถุประสงค์ของแค็บมีไว้เพื่อตั้งวางสิ่งของเท่านั้น ข้อหาสำหรับผู้ฝ่าฝืนคือ ใช้รถยนต์ผิดประเภท

ด้านการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ที่จังหวัดอ่างทอง พ.ต.อ.อภิชาต โกมุติกานนท์ ผกก.สภ.วิเศษชัยชาญ นำตำรวจจราจรร่วมกับทหาร เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตั้งด่านตรวจเน้นในเรื่องการคาดเข็มขัดนิรภัย ตลอดจนการดื่มสุราขณะขับรถ การบรรทุกผู้โดยสารภายในแค็บ

นางอัมพร เพ็ญสูตร อายุ 46 ปี กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายห้ามนั่งในแค็บรถกระบะและกระบะท้าย เพราะทำให้ครอบครัวที่มีทั้งลูกและหลานต้องเดินทางลำบาก ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตนเองและครอบครัวจะต้องเดินทางกลับบ้านของสามีที่อยู่ต่างจังหวัด ไม่รู้ว่าจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับหรือเปล่า

ส่วนนายพนม ด้วงละม้าย อายุ 44 ปี กล่าวว่า มีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ต้องเดินทางไปรับเหมาก่อสร้างตามสถานที่ต่างๆ ทั้งในจังหวัดอ่างทองและจังหวัดใกล้เคียง จึงได้ออกรถกระบะเพื่อเอาไว้บรรทุกวัสดุอุปกรณ์การก่อสร้าง เครื่องมือ และคนงาน เมื่อมีกฎหมายบังคับเช่นนี้ทำให้เดือดร้อน จะไปซื้อรถคันใหม่เพื่อทำมาหากินก็จะเพิ่มหนี้สินเข้าไปอีก

ขอนแก่น พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์ ผกก.สภ. เมืองขอนแก่น นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรตั้งจุดตรวจบริเวณสี่แยกโนนตุ่น เส้นทางเลี่ยงเมืองสายขอนแก่นกาฬสินธุ์ จากการสังเกตการณ์ของผู้สื่อข่าว พบว่าเพียง 2 ชั่วโมง สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดตาม ม.44 มากกว่า 100 ราย ทั้งหมดถูกจับปรับรายละ 200 บาท

พ.ต.อ.นพดลกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบถึงความรู้สึกของชาวบ้าน แต่ตำรวจมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเอง วันนี้ถึงแม้ว่าจะมีการตรวจจับจริง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะปรับในขั้นต่ำ และทำความเข้าใจเนื่องจากประชาชนบางคนยังไม่ทราบกฎหมาย บางรายก็ว่ากล่าวตักเตือนไปก็มี แล้วแต่กรณี ซึ่งรถกระบะบางคันมีคนนั่งมาที่ท้ายกระบะมาเป็นจำนวนมาก ก็ให้ขึ้นรถตู้ของตำรวจพาไปส่งในตัวเมือง ส่วนขากลับก็ให้ขึ้นรถโดยสารกลับแทน เพราะเกรงว่าจะโดนด่านอื่นจับอีก

นายบัณฑิต ดอนนาง อายุ 65 ปี ขับรถยนต์กระบะแค็บพาญาติพี่น้องจากหมู่บ้านเข้ามาซื้อกองบวชไปทำบุญ ถูกตำรวจจับปรับ 200 บาท โดยเป็นรายแรก กล่าวว่า ไม่รู้เรื่องกฎหมายที่ห้ามนั่งท้ายกระบะรถ ซึ่งถ้าจะพูดถึงความปลอดภัย ตนก็เห็นด้วยกับกฎหมาย แต่ว่าประชาชนเดือดร้อนแบบนี้ก็อยากให้เจ้าหน้าที่อนุโลมด้วย เพราะชาวบ้านที่อยู่ตามบ้านนอก ส่วนใหญ่เงินจะขึ้นรถโดยสารก็ไม่มี เมื่อมีรถเข้ามาในเมืองก็ขออาศัยกันมาหลายๆ คนพร้อมกัน เป็นการประหยัดค่าโดยสาร ส่วนใหญ่ที่มาด้วยกันก็เป็นเครือญาติกันทั้งนั้น

หนองคาย พ.ต.ท.อรรถศักดิ์ ศิริพาณิชย์ รอง ผกก. (ป.) สภ.เมืองหนองคาย นำตำรวจจราจรตั้งจุดตรวจบริเวณถนนเลี่ยงเมือง ทางไปสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ชั่วไม่นานก็จับปรับผู้นั่งรถไม่คาดเข็มขัดนิรภัยรวมกว่า 50 ราย ส่วนผู้โดยสารที่นั่งมาในแค็บ ตำรวจได้ว่ากล่าวตักเตือน ทั้งนี้ มีชาวลาวจำนวนไม่น้อยถูกปรับไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ต่างบอกว่าไม่รู้เรื่องกฎหมายใช้บังคับ จะได้กลับไปบอกเพื่อนทางฝั่งลาว ว่าถ้าจะข้ามมาฝั่งไทยต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกคน

สงขลา ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอหาดใหญ่ แห่งที่ 1 เจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ บขส.หาดใหญ่ ตรวจรถตู้โดยสารสาธารณะให้ปฏิบัติตามกฎหมาย นอกจากนี้ ตำรวจจราจร สภ. คอหงส์  ประจำจุดตรวจด้านความมั่นคงถนนกาญจนวนิช ขาเข้าตัวเมืองหาดใหญ่ เริ่มควบคุมและตรวจสอบรถโดยสารและรถกระบะมีแค็บ แต่ในวันแรกยังไม่มีการจับกุม หรือใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดกับรถที่ทำผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่เพียงแต่ชี้แจงและประสัมพันธ์ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย

สุรินทร์ นายไชยา วรรณศรี ประธานสโมสรวรรณศิลป์สุรินทร์ และนักเขียน กล่าวว่า ขอเป็นตัวแทนให้กับประชาชนส่วนใหญ่ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว การห้ามนั่งกระบะท้ายยังพอที่จะเข้าใจได้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาก็อาจจะสูญเสีย แต่ว่ารถกระบะแค็บ คนส่วนใหญ่ที่ซื้อรถยนต์แค็บมา ตนเชื่อว่าต่างก็คาดหวังจะนำมาใช้ในครอบครัว พาลูกพาเมียนั่งไปต่างจังหวัด ไปต่างอำเภอ หรือไปงานบุญต่างๆ แต่ขณะนี้ตำรวจบอกว่าจะไม่อะลุ้มอล่วย นั่งไม่ได้เลย ทั้งบนถนนหลวงและสายชนบทต่างๆ ยกเว้นตามทุ่งนาและไร่อ้อย ตนเห็นว่าไม่เป็นธรรมกับผู้ที่ซื้อรถมาใช้ซึ่งเป็นคนจน คนหาเช้า กินค่ำ

ส่วนนายสมบัติ สวามีชัย ครู คส.3 โรงเรียนบ้านไพรขลา ต.ไพรขลา อ.ชุมพลบุรี กล่าวว่า คนที่อยู่ตามชนบทต้องอาศัยผู้ที่มีรถยนต์กระบะในการพาไป ไม่ว่าจะไปโรงพยาบาล เยี่ยมญาติ งานศพ งานบวช งานแต่ง หรืออีกหลายๆ งานที่ต้องเกื้อหนุนกัน พึ่งพาอาศัยกันตามวิถีของคนชนบท ถ้าหากนั่งรถโดยสารไปวันหนึ่งไปไม่ถึงที่หมายแน่นอน อย่างไปทุ่งกุลาร้องไห้มันไม่มีรถโดยสารผ่าน จะให้ไปได้อย่างไร หากไม่ให้คนนั่งกระบะท้ายรถ ตรงนี้เดือดร้อนแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ท่ามกลางกระแสคัดค้านการบังคับใช้กฎหมายรัดเข็มขัดและห้ามนั่งกระบะท้าย ในที่สุดเย็นวันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ต.จิรวันต์ แก้วแสงนอก ผบก.จร., พล.ต.ต.สมชาย เกาสำราญ ผบก.ทล., พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น., นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมขนส่งทางบก, นายณัทพงศ์ เชิดชู รองอธิบดีกรมขนส่งทางบก ร่วมกันชี้แจงการบังคับใช้กฎหมาย

พล.ต.อ.เดชณรงค์กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้สั่งการให้ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการ อำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา และรัฐบาลได้ออกคำสั่งมาตรา 44 ที่ 14-15/2559 ให้บังคับใช้กฎหมายด้านจราจร แต่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ผ่านโลกโซเชียลจำนวนมาก รัฐบาลจึงมอบให้คณะทำงานมาชี้แจงกับพี่น้องประชาชนว่า ในกรณีที่มีคำสั่งห้ามนั่งท้ายรถกระบะและห้ามนั่งแค็บในรถยนต์ 2 ประตูนั้น สามารถอนุโลมได้ไปจนถึงช่วงหลังสงกรานต์ แต่ไม่ระบุช่วงเวลา ซึ่งคณะทำงานจะต้องมีการพูดคุยกันอีกครั้ง ในกรณีที่นั่งท้ายกระบะ ห้ามประชาชนนั่งบริเวณขอบกระบะ หากเจ้าหน้าที่พบเห็นก็จะต้องมีการเตือน แต่จะไม่มีการปรับ ส่วนบริเวณภายในกระบะหรือแค็บนั้น สามารถนั่งได้ตามความเหมาะสม ซึ่งรัฐบาลไม่ได้ระบุว่าจะต้องนั่งกี่คน ขณะที่การคาดเข็มขัดนิรภัยยังคงบังคับใช้ไปตามเดิม โดยเฉพาะรถตู้โดยสารสาธารณะ

ในส่วนการบังคับใช้กฎหมายจับปรับผู้ที่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ค่าปรับที่เสียไปแล้วจะเอาคืนไม่ได้.
บรรยายใต้ภาพ
ตำรวจขอนแก่นตั้งด่านตรวจจับผู้ฝ่าฝืนกฎหมายใหม่ ออกใบสั่งมือเป็นระวิงโดยเฉพาะผู้ที่นั่งกระบะท้าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง