จำลองป่วย!เลื่อนอ่านอุทธรณ์

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พุธที่ 17 พฤษภาคม 2560 00:00:35 น.

รัชดาฯ * ที่ห้องพิจารณา 710 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) บุกรุกทำเนียบรัฐบาลปี 2551 หมายเลขดำ อ.4925/2555 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต. จำลอง ศรีเมือง อายุ 82 ปี, นายสนธิ ลิ้มทองกุล อายุ 69 ปี, นายพิภพ ธงไชย อายุ 71 ปี, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อายุ 67 ปี, นายสมศักดิ์ โกศัย สุข อายุ 71 ปี อดีตแกน นำ พธม. และนายสุริยะใส กตะศิลา อายุ 44 ปี อดีตผู้ประสานงาน พธม. เป็นจำเลยที่ 1-6 ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกโดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 362, 365

จากกรณีเมื่อวันที่ 25 พ.ค.51 จำเลยกับพวกได้ปรา ศรัยชักชวนให้ประชาชนกดดันให้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นลาออกจากตำแหน่ง แล้วปิดล้อมเข้าควบ คุมทำเนียบรัฐบาล ห้ามข้าราช การเข้าปฏิบัติหน้าที่ ทำลายทรัพย์สินได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาไปเมื่อวันที่ 28 พ.ค.58 เห็นว่าจำเลยทั้งหกกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 365 และ 83 การกระทำของจำเลยผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุดฐานบุกรุกสถานที่ราชการ จำคุกคนละ 3 ปี แต่คำให้การเป็นประโยชน์แก่การ พิจารณา  มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำ เลยไว้คนละ 2 ปี ต่อมาจำเลยทั้งหกได้ยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดี

โดยในวันนี้ (16 พ.ค.) ศาลได้เบิกตัวนายสนธิ จำเลยที่ 2 จากเรือนจำกลางคลองเปรมมาฟังคำพิพากษา เนื่อง จากปัจจุบันนายสนธิถูกคุมขังในคดีต้องโทษตามคำพิพากษาศาลฎีกาคดีกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ส่วนนายพิ ภพ, นายสมเกียรติ, นายสมศักดิ์ และนายสุริยะใส จำเลยที่ 3-6 เดินทางมาศาล เนื่องจากได้ประกันตัวไประหว่างอุทธรณ์คดี วงเงินคนละ 200,000 บาท ขณะที่ พล.ต.จำลอง จำเลยที่ 1 ไม่ได้เดินทางมาศาล

เมื่อถึงเวลานัด นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความได้แถลงพร้อมส่งใบรับรองแพทย์แสดงต่อศาลว่า  พล.ต.จำลอง จำเลยที่ 1 ขอเลื่อนการฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ออกไปก่อน เนื่องจากจำเลยป่วยหนัก เข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลวชิระ ศาลสอบถามจำเลยที่เหลือแล้วไม่คัดค้าน อนุญาตให้เลื่อนการฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปเป็นวันที่ 19 มิ.ย.60 เวลา 09.00 น.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง