คอลัมน์: กรองสถานการณ์: พิสูจน์ปราบโกง เซ่นวิญญาณ 'ยายเนื่อม'

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 7 สิงหาคม 2560 00:00:23 น.

นอกจากคดีสลายการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่ได้บทสรุปไปแล้วเมื่อวันที่ 2 ส.ค. หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษายกฟ้อง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ กับพวก

รวมไปถึงทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวก และคดีการละเว้นไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวจนก่อให้เกิดความเสียหาย ที่อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะมีคำพิพากษาในวันที่ 25 ส.ค.นี้แล้ว

ยังมีอีกคดีหนึ่งที่มีความสำคัญทางการเมืองไทยที่น่าจับตา เนื่องจากเป็นมหากาพย์มายาวนานหลายสิบปี ที่สำคัญไม่สามารถลากตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้แม้แต่คนเดียว สำหรับคดีทุจริต ซื้อขายที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ หลังศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ นัดอ่านคำพิพากษาในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ สมัยดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย

โดยเรื่องดังกล่าวคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลนายยงยุทธเอาไว้ตั้งแต่ปี 2555 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เนื่องจากเมื่อปี 2545 ขณะดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ใช้อำนาจรักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทยรับรองการซื้อขายที่ดินระหว่างวัดธรรมิการามวรวิหารกับบริษัท อัลไพน์ เรียลเอสเตท และบริษัท อัลไพน์ กอล์ฟแอนด์สปอร์ตคลับ ว่ามีความถูกต้อง ทั้งที่ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินธรณีสงฆ์ไม่สามารถขายหรือโอนได้

โดยศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบนัดอ่านคำพิพากษาวันที่ 29 ส.ค.นี้

เหตุที่คดีนี้มีความสำคัญ นอกเหนือจากนายยงยุทธเป็นนักการเมืองที่อยู่ในซีกพรรคเพื่อไทย เป็นอดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทยในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเป็นอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทยแล้ว แต่นี่ยังเป็นบทสรุปอีกว่า คดีทุจริตซื้อขายที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2533  หรือ 27 ปีที่แล้ว จะเอาคนผิดมารับผิดชอบสักคนได้หรือไม่

เพราะก่อนหน้านี้เคยมี ปลาใหญ่ อย่างนายเสนาะ เทียนทอง ขณะดำรงตำแหน่ง รมช.มหาดไทย รอดตัวไปแล้วครั้งหนึ่ง หลังจากคณะกรรมการ ป.ป.ช.เคยชี้มูลนายเสนาะเอาไว้ว่า ฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใด มอบให้ หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148

ซึ่งต่อมาคณะกรรมการ ป.ป.ช.ต้องเป็นโจทก์ฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเอง แต่ปรากฏว่าศาลยกคำฟ้อง เพราะโจทก์ไม่ได้นำตัวจำเลยมาฟ้องตามอายุความ นายเสนาะจึงรอดเพราะว่าขาดอายุความเสียก่อน

แต่กรณีของนายยงยุทธไม่มีปัญหาเรื่องอายุความ เพราะมีการชี้มูลภายหลังจากนายเสนาะ กรณีของนายยงยุทธจึงต้องลุ้นพอสมควรว่า จะสามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาเซ่นดวงวิญญาณของนางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา เจ้าของที่ดินผืนดังกล่าวได้หรือไม่

นอกจากนี้ยังเป็นการแสดงให้เห็นอีกครั้งว่า ตั้งแต่ตั้งศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ขึ้นมาในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อสร้างกลไกปราบปรามการทุจริตให้เข้มแข็ง จะทรงอานุภาพในการปราบโกงเพียงใด หลังก่อนหน้านี้ประเดิมพิพากษาจำคุกนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศ คดีทุจริตการจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติมาแล้ว.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง