ลูกบิ๊กติ๊กกดดันไขก๊อกทหาร

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 21 สิงหาคม 2560 00:00:38 น.
กรุงเทพฯ * บิ๊กติ๊กเผยลูกชายลาออกจากทหารแล้ว เหตุกดดัน-ไม่สบายใจ กระเทือนครอบครัวตำแหน่งบิ๊กตู่ พร้อมเตรียมศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ

เมื่อวันอาทิตย์ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และอดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นน้องชายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ร.ต.ปฏิพัทธ์ จันทร์โอชา หรือหมวดป้อง บุตรชายคนเล็ก ได้ลาออกจากราชการทหารแล้วว่า ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่งบุตรชายของตนเองได้ลาออกจาก ราชการทหารมานานแล้ว เนื่อง จากอยากไปศึกษาต่อด้านสาขานิเทศศาสตร์ที่ประเทศอังกฤษ เพราะเขาจบปริญญาตรีด้านนี้มา อีกทั้งอยากไปเรียนภาษาด้วย ส่วนเป็นเพราะถูกหลายฝ่ายจับตามอง จนทำให้รู้สึกกดดันเนื่องจากเป็นหลานชายของนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น ทุกอย่างก็เพื่อความสบายใจของเขาเอง

"ทุกอย่างเพื่อความสบาย ใจของเขาเอง เขาไม่สบายใจ ที่ผ่านมาเรื่องของเขากระทบกระ เทือนถึงทั้ง พ่อแม่และนายกฯ จึงคิดว่าไปเรียนต่อดีกว่า" พล.อ. ปรีชากล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ หมวดป้องลาออกจากราชการทหารหลังรับราชการมาได้ประมาณ 1 ปี  หลังจากที่ใช้วุฒิปริญ ญาตรีสาขาสื่อสารมวลชน ภาควิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร บรรจุเข้ารับราชการทหารสัญญาบัตรยศร้อยตรีเมื่อเดือน เม.ย.59 ในตำแหน่งนายทหารปฏิบัติการกิจการพลเรือนของกองทัพภาคที่ 3 จ.พิษณุโลก ซึ่งขณะนั้นถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องความเหมาะสม  หลังมีการเผยแพร่เอกสารบรรจุรับราชการของกระทรวงกลาโหมในโซเชียลมีเดีย โดยในขณะนั้น พล.อ.ปรีชาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม

โดยมีเอกสารเผยแพร่ตีตราลับของกระทรวงกลาโหม โดยกรมเสมียนตราได้สั่งการให้บรรจุนายปฏิพัทธ์ จันทร์โอชา อายุ 25 ปี เข้ารับราชการในตำแหน่งรักษาราชการนายทหารปฏิบัติการ กิจการพลเรือน กองทัพภาคที่ 3 และแต่งตั้งยศเป็นว่าที่ร้อยตรี ซึ่งนายปฏิพัทธ์เป็นบุตรชายของ พล.อ. ปรีชา  จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม และเป็นหลานชายแท้ๆ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ. ปรีชามีบุตรชาย 2 คน คือ นายปฐมพล จันทร์โอชา ลูกชายคนโต และ ร.ต.ปฏิพัทธ์ จันทร์โอชา ลูกชายคนเล็ก โดยนายปฐมพลเคยปรากฏข่าวเป็นคู่สัญญารับเหมาก่อสร้างหน่วยงานในกองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า

สำหรับความคืบหน้าการไต่สวนกรณีปรากฏข้อมูลว่า หจก.แห่งหนึ่งในพิษณุโลก ซึ่งมีนายปฐมพล  เป็นคู่สัญญารับเหมาหน่วยงานในกองทัพภาคที่ 3 จำ นวน 7 โครงการ มูลค่ากว่า 97 ล้านบาท และเป็นคู่สัญญากับ สนง.ทรัพยากรน้ำภาค 9 อีก 1 สัญญา มูลค่ากว่า 44 ล้านบาท และเป็นคู่สัญญากับ อบจ.พิษณุโลกอีก 3 สัญญา มูลค่ากว่า 13 ล้านบาท รวมวงเงินทั้งสิ้นกว่า 155 ล้าทบาท ในขณะที่ หจก.ดังกล่าวเพิ่งจดทะเบียนเมื่อปี 2555 มีทุนจดทะเบียนเพียง 1.5 ล้านบาทเท่านั้น

ซึ่งนายศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้เอาผิด พล.อ.ปรีชา ฐานกระทำอัน การเข้าข่ายพระราชบัญญัติว่าด้วย ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคา ต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 ประกอบมาตรา 100 แห่ง พ.ร.บ. ป.ป.ช.2542 และแก้ไขเพิ่มเติม และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างชั้นแสวงหาข้อเท็จจริง ยังไม่ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง