สปส.ให้สิทธิ์ผู้ป่วยมะเร็ง3ระยะไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 29 สิงหาคม 2560 00:00:03 น.

แรงงาน * เลขาฯ ประกันสังคมชี้ให้สิทธิ์ผู้ป่วยรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวทั้ง 3 ระยะ ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ยันคนไข้ไม่ใช่หนูทดลองยา เป็นแนวทางมาตรฐานของประเทศ

วันที่ 28 ส.ค. นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรังแบบมัยอีลอยด์ระยะ 3 ล่ารายชื่อผ่านโซเชียลเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนกฎเกณฑ์ในการเบิกจ่ายยารักษามะเร็งดังกล่าว เพราะกำหนดให้เบิกจ่ายในมะเร็งระยะแรกเท่านั้นว่า ในการเจ็บป่วยทุกครั้ง ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบจะได้รับการรักษาโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจนสิ้นสุดการรักษา ยืนยันว่าผู้ป่วยรายดังกล่าวก็ไม่ต้องจ่ายเงินรักษาเพิ่มแต่อย่างใด ซึ่งเกณฑ์ในการจ่ายยาอิมาตินิบเพื่อรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวระยะแรกเป็นแนวทางมาตรฐานของประเทศ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งและโลหิตวิทยา ร่วมกับราชวิทยาลัยฯ ร่วมกันกำหนด ไม่ใช่ สปส.กำหนด ดังนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในสิทธิ์ใดทั้งประกันสังคม บัตรทอง หรือสวัสดิการข้าราชการ ก็ใช้หลักเกณฑ์เดียวกันทั้งหมด

"ทั้งนี้ จากการประชุมของผู้เชี่ยวชาญในการทบทวนการรักษาหลายๆ โรค รวมถึงมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรังแบบมัยอีลอยด์ เมื่อวันที่ 6 ส.ค. มีการยืนยันตามแนวทางเดิมว่ายาอิมาตินิบมีผลดีมากกว่าผลข้างเคียงกับผู้ป่วยระยะแรก แต่ในระยะที่สองและสาม พบว่าผลข้างเคียงมีมากกว่าผลดี เมื่อไม่ได้ผลยังมียาตัวอีก 2 ตัวที่สูงขึ้นไป และสิทธิประกันสังคมก็ครอบคลุมตลอดการรักษาคือ ยานิโลทินิบ และยาดาซาตินิบ ซึ่งอยู่ในบัญชียา จ.2 หากเป็นไปตามข้อบ่งชี้ในการใช้ แพทย์สามารถสั่งใช้ได้ ดังนั้นจึงเห็นว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของราคา เพราะยาอีก 2 ตัวมีราคาแพงกว่าตัวแรก ผู้ป่วยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเช่นกัน" เลขาธิการ สปส.กล่าว

นพ.สุรเดชกล่าวว่า ข้อบ่งชี้ต่างๆ เพื่อไม่ให้คนไข้เป็นหนูลองยา โดยผู้ป่วยรายนี้ตรวจพบมะเร็งที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า จากนั้นจึงไปรักษากับโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม คือ รพ.สระแก้ว และส่งต่อมายัง รพ.รามาธิบดี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ผู้เชี่ยว ชาญ หากพิจารณาการรักษาแล้วว่าระยะที่สมควรใช้ก็สั่งจ่ายยาอิมาตินิบได้ แต่ไม่เป็นตามข้อบ่งชี้ รพ.ต้นสังกัดจะไม่สามารถเบิกเงินกับทาง สปส.ได้ หากเกิดอะไรขึ้นกับผู้ป่วย แพทย์ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ทั้งนี้ ตนไม่ทราบว่าแพทย์ทำความเข้าใจกับผู้ป่วยรายนี้อย่างไร ก่อนที่จะมีล่ารายชื่อทางโซเชียล สปส.เคยทำความเข้าใจมาแล้ว 2 ครั้ง.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง