ถ้า กอ.รมน.เชื่อว่า 'บีอาร์เอ็น' อยู่ในภาวะ 'ขาลง'สิ่งที่ต้องทำคือ 'รุก' เข้าใส่อย่างฉับพลัน

ข่าวทั่วไป 2 กันยายน พ.ศ. 2560 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

เมือง ไม้ขม รายงาน หลังการปล้นรถยนต์จำนวน 6 คัน จากร้านขายรถมือ 2 วังโต้ คาร์เซ็นเตอร์ ต.นาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา เพื่อไปทำ คาร์บอมบ์ ของ โจรใต้ หรือ แนวร่วม ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น ซึ่งถือว่าเป็นการปฏิบัติการที่ ล้มเหลว ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก สำหรับปฏิบัติการของบีอาร์เอ็น เพราะนอกจากถูก กดดัน จากเจ้าหน้าที่ จนต้องทิ้งรถที่ปล้นมาถึง 5 คัน ทำเป็น คาร์บอมบ์ ไปได้ 2 คัน และที่เสียหายหนักคือ ต้องเสีย แนวร่วม กลุ่ม หน้าขาว ที่เป็นความหวังของบีอาร์เอ็น ในฐานะที่เป็น นักรบรุ่นใหม่ ไปอีก 1 คน จากการ แหกด่าน เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เกาะหม้อแกง ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ปฏิบัติการครั้งนี้จึงเป็นเรื่อง เสียข้าวเปลือก แต่ไม่ได้ไก่ กลับบ้าน

และจากเบาะแสของคนร้าย หน้าขาว ที่เสียชีวิต ยังเป็นเหตุให้ฝ่ายความมั่นคงสามารถรู้แหล่ง บ่มเพาะ รู้ตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิต ซึ่งนำมาถึงการตรวจค้นสถานที่ การเชิญตัวผู้เกี่ยวข้อง ทั้งที่ บาบอ เป็น อุสตาซ ในสถาบันการศึกษาที่ผู้เสียชีวิต ปฏิบัติหน้าที่อยู่ ซึ่งจากการควบคุมตัวตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เข้าสู่ขบวนการ ซักถาม ทำให้เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์พอสมควร ในการที่จะต่อ จิ๊กซอว์ ของกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มนี้ ส่วนอีกด้าน ในการติดตาม โจรใต้ ตามหมายจับในคดีนี้ มีการเข้ามอบตัวของผู้ถูกออกหมายจับ 1 คน โดยคนที่มอบตัวนั้น มีข้อสังเกตว่าเป็นการมอบตัวเพื่อให้การปฏิเสธ ว่าไม่ได้ร่วมกันทำผิด หรือเท่ากับเป็นการบอกว่า มามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ และอ้างมีพยานหลักฐาน ถิ่นที่อยู่ในวันเวลาที่มีการปล้นรถเกิดขึ้น

ซึ่งคงจะต้องติดตามรายละเอียดว่า เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานเพียงพอหรือไม่ในการ เอาผิด กับบุคคลที่ออกหมายจับ เพราะหลายต่อหลายคดี ที่เจ้าหน้าที่ เสียมวย เพราะพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ในการที่จะให้ อัยการ หรือ ศาล ลงโทษผู้ที่ถูกกล่าวหา

ที่ผ่านมาจะพบว่า โจรใต้ ที่ก่อเหตุตัวจริง มีหมายจับหลายหมาย ไม่เคย มอบตัว กับเจ้าหน้าที่ นอกจาก จมมุม เพราะถูก ล้อมจับ แต่ส่วนใหญ่แล้ว โจรใต้ หรือ แนวร่วม ที่ก่อเหตุอย่าง โชกโชน จะเลือกเอาวิธี สู้ตาย หรือไม่ก็ถูก วิสามัญ จากเจ้าหน้าที่มีการ วิเคราะห์ จากฝ่ายความมั่นคงที่ เห็นต่าง จากกลุ่มผู้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ ถึงความ ล้มเหลว ของการปล้นรถยนต์จาก วังโต้ คาร์เซ็นเตอร์ ถึงปฏิบัติการปล้นแล้วประกอบเป็น คาร์บอมบ์ ในทันที และนำไป ระเบิด เป้าหมายอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมงว่า

เป็นเพราะปฏิบัติการควบคุมพื้นที่ของฝ่ายความมั่นคงได้ผล ทำให้ โจรใต้ ไม่มีพื้นที่ในการ เคลื่อนไหว เหมือนในอดีต การนำรถที่ปล้นชิงมาไป ซุกซ่อน เพื่อประกอบเป็น คาร์บอมบ์ และรอจังหวะโอกาสในการนำ คาร์บอมบ์ ไป บอมบ์ เป้าหมายที่ต้องการ ไม่สามารถทำได้ง่ายเหมือนในอดีต แนวร่วม จึงใช้ปฏิบัติการ ปล้นเร็ว ระเบิดเร็ว ซึ่งเป็นการ พลิกแพลง ไปตามสถานการณ์และมีการ วิเคราะห์ ต่อไปว่า นอกจากเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมพื้นที่ได้มากขึ้นแล้ว ประชาชนในพื้นที่ยังให้ความร่วมมือในการ แจ้งข่าว ความเคลื่อนไหวของ แนวร่วม ต่อหน่วยงานของรัฐมากขึ้น หรือพูดง่ายๆ ว่า วันนี้คนในพื้นที่ซึ่งเป็น มุสลิม ส่วนหนึ่ง เบื่อหน่ายกับความไม่สงบที่ ยืดเยื้อ มาถึง 13 ปี เพราะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น ความร่วมมือระหว่างคนในพื้นที่กับหน่วยงานของรัฐจึงพัฒนาไปสู่แนวทางที่ดี ขึ้น

ซึ่งหาก วิเคราะห์ ในทางบวก และเชื่อว่าเป็นการ วิเคราะห์ จากข้อมูลที่ถูกต้อง สิ่งที่หน่วยงานความมั่นคงต้องเร่งดำเนินการ คือการเปิด แนวรุก ต่อขบวนการบีอาร์เอ็น ทั้งด้าน การทหาร และ การเมือง ให้มีความต่อเนื่องกว่าเดิมโดยเฉพาะในเรื่องการควบคุมพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่เคลื่อนไหวของขบวนการ ใน 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ด้วยวิธีการไม่ให้ แนวร่วม สามารถ เชื่อมต่อ พื้นที่ ระหว่างอำเภอต่างๆ เพราะจากการ แกะรอย การปล้นรถยนต์ ที่ อ.นาทวี จ.สงขลา เพื่อไปทำเป็น คาร์บอมบ์ ใน จ.ปัตตานี และยะลา ทำให้เจ้าหน้าที่ได้ ร่องรอย ที่เป็น ข้อมูล สำคัญ ว่าจุดไหนที่เป็นที่ประกอบระเบิด จุดไหนเป็นจุด นัดพบ ของคนในขบวนการ และทุกจุดที่ แนวร่วม นำรถที่ปล้นมาได้ไปทิ้ง นั่นต้องเป็นจุด นัดพบ ของขบวนการ เพื่อ พาหนี เมื่อ จนมุม ซึ่งจุดเหล่านี้คือ ที่มั่น และเป็นพื้นที่ซึ่ง แนวร่วม มี มวลชน ให้การช่วยเหลือการทำลายพื้นที่ การตัดพื้นที่ เพื่อไม่ให้การเชื่อมต่อของขบวนการได้ผล จะทำให้การปฏิบัติการของ โจรใต้ หรือ แนว ร่วม ขบวนการบีอาร์เอ็นทำได้ยากขึ้น และการบีบพื้นที่ให้แคบลง ก็จะทำให้ การข่าว เข้าใกล้ และ เห็นตัว ของ แนวร่วม ชัดเจนยิ่งขึ้น

สำหรับในงาน การเมือง หรืองานด้าน มวลชน นั้น การเปิดเวที พูดคุยสันติสุข การ พาคนกลับบ้าน และโครงการ สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เพียงเท่านี้ ยังไม่ได้ผลในการดับ ไฟใต้

เพราะในขณะที่เรามุ่งในการ แก้ คือแก้ เงื่อนปม ที่บีอาร์เอ็นผูกไว้ ด้วยการเสียเวลานั้น ฝ่ายของบีอาร์เอ็นไม่ได้สนใจกับการแก้ของหน่วยงานความมั่นคง เพราะบีอาร์เอ็นจะให้ ยุทธศาสตร์ ในการทำ คือทำไปเรื่อยๆ เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ตามแก้ไปทีละเรื่องที่บีอาร์เอ็นเป็นคนทำ

ดังนั้นสิ่งที่ทำให้บีอาร์เอ็นแพ้คือ ต้องหา จุดอ่อน ของบีอาร์เอ็น ทั้งในทางด้าน การเมือง และ การทหาร และกระทำต่อบีอาร์เอ็น เพื่อให้เขาเป็นฝ่ายแก้จากการทำของเรา จะทำให้บีอาร์เอ็นรุกหน้าทำต่อไปไม่ได้

เช่นในประเด็นของการที่บีอาร์เอ็นใช้นโยบายการศึกษา เชิงเดี่ยว ในพื้นที่ เราจะทำอย่างไรกับบีอาร์เอ็น เพื่อให้นโยบายนี้สะดุดและล้มเหลว เราจะทำอย่างไรกับการใช้ พหุวัฒนธรรม เพื่อ หักล้าง กับการสร้างสังคม เชิงเดี่ยว ของบีอาร์เอ็นถ้าจะใช้หลักของ กำปงตักวา ของ อิสลาม เข้าต่อสู้กับบีอาร์เอ็น ก็ต้องเร่งดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ หรือถ้าจะใช้หลัก พหุวัฒนธรรม ในการต่อสู้กับ สังคมเชิงเดี่ยว ของบีอาร์เอ็น ก็ต้องกำหนดให้ชัดว่า ให้ใช้ พหุวัฒนธรรม แบบไหน ถึงจะ ทลาย โครงสร้างสังคมเชิงเดี่ยวได้ผล

หรือถ้าเห็นว่าจำเป็นต้องใช้นโยบายปลูก ถั่วงอก ด้วยการนำเงิน 50 ล้านบาท เพื่อ แจกจ่าย ให้กับกลุ่ม ประชาสังคม เพื่อสร้างพวก เพื่อให้ เอ็นจีโอ และกลุ่มภาคประชาสังคมที่มีอยู่ 500 กลุ่มใน 3 จังหวัด ทำโครงการที่ ตอบโจทย์ ความไม่สงบในพื้นที่ ก็เร่งดำเนินการเพื่อหาผลสัมฤทธิ์

ถ้าเชื่อว่าขณะนี้บีอาร์เอ็นอยู่ในช่วง ขาลง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต้องเปิดเกมรุกอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าในห้วงของการแต่งตั้ง โยกย้าย ทุกหน่วยวุ่นวายอยู่กับเรื่อง ตำแหน่ง ก็ต้องให้ระวังว่า ในเดือนกันยายน-ตุลาคมที่จะถึง สถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้จะ พลิกกลับ เป็นความรุนแรงอีกครั้ง.


แท็ก รถมือ 2  

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ