คอลัมน์กระจกไร้เงา: ตรวจเข้มลงทะเบียนคนจน

ข่าวเศรษฐกิจ 18 กันยายน พ.ศ. 2560 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ครองขวัญ รอดหมวน

ตรวจสอบคุณสมบัติจนสามารถประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์จำนวน 11.4 ล้านคน จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 14.1 ล้านคน และมีผู้ผ่านเกณฑ์จำนวน 2.74 ล้านคน สำหรับโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2560 ซึ่งเป็นการตรวจสอบคัดกรองคุณสมบัติจาก 26 หน่วยงานตรวจสอบ ที่ดำเนินการแล้วเสร็จตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา

และกระทรวงการคลังได้เปิดช่องทางให้ตรวจสอบคุณสมบัติได้แล้วตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.2560 เป็นต้นไป ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การตรวจสอบด้วยตัวเองหรือขอความอนุเคราะห์จากเจ้าหน้าที่ที่หน่วยงานรับลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ ได้แก่ www.epayment.go.th www.mof.go.th และ www.fpo.go.th โดยพิมพ์เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักลงไปในช่องที่กำหนด ระบบก็จะทำการแจ้งผลการตรวจสอบกลับมา หรือสามารถตรวจสอบผ่านสายด่วน 6 หน่วยงานในเวลาราชการ ได้แก่ Call Center ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง 1359, Call Center ของ ธ.ก.ส. เบอร์ 0-2555-0555, Call Center ของธนาคารออมสิน 1115, Call Center ของ บมจ.ธนาคารกรุงไทย เบอร์ 0-2111-1111, Call Center ของกรมบัญชีกลาง เบอร์ 0-2270-6400 และเบอร์โทรศัพท์ของสำนักงานเขตกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต

หรือตรวจสอบ ณ ที่ทำการกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือหน่วยงานอื่นตามที่กรมการปกครองเห็นสมควร และสำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร โดยกระทรวงการคลังจะทำการส่งรายชื่อแยกตามจังหวัด อำเภอ และตำบล ส่งให้กระทรวงมหาดไทย และแยกเป็นรายเขตส่งให้กรุงเทพมหานคร เพื่อดำเนินการติดประกาศผู้มีสิทธิ์ได้รับสวัสดิการต่อไป

ประเด็นที่น่าสนใจประเด็นหนึ่ง คือ ในรอบการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยตามโครงการดังกล่าวนั้น เบื้องต้นมีข้อมูลที่ระบุว่ามีผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกมาลงทะเบียนรวมกว่า 600 คน โดยในจำนวนนี้ระบุว่าเป็นผู้จบการศึกษาระดับปริญญาเอกสูงถึง 500 คน ถือเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ และภายหลังการตรวจสอบของหน่วยงานที่รับผิดชอบ พบว่าในจำนวนผู้ที่ระบุว่าจบการศึกษาระดับปริญญาเอก 500 คน ได้มีการสุ่มตรวจก่อน 100 คนแรก พบว่ามีเพียง 5 คนเท่านั้นที่จบการศึกษาระดับดังกล่าวจริง แต่ที่มาลงทะเบียนในครั้งนี้นั้น ด้วยเหตุผลที่ว่า "อยู่ระหว่างการหางานทำ" ส่วนที่เหลืออีก 95 รายนั้นไม่ได้จบจริง

กระทรวงการคลังได้ชี้แจงในประเด็นดังกล่าวว่า ระดับการศึกษาไม่ได้เป็นข้อจำกัดในการลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการจากรัฐ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะมาลงทะเบียนได้ทั้งหมด แต่ก็อยู่ที่ความเหมาะสมด้วย ดังนั้น เช่นในกรณีนี้ก็ต้องไปตรวจสอบในรายละเอียดว่าคนที่เรียนจบสูงแบบนี้ทำไมถึงมาลงทะเบียน ซึ่งหากพบว่าเป็นคนเก่งและมีความสามารถก็อาจจะชวนเข้ามาทำงาน

ส่วนแนวทางในการรองรับเรื่องดังกล่าว ก็จะมีการเข้มงวดในการกรอกข้อมูลสำหรับผู้ลงทะเบียนมากขึ้น เพื่อเป็นการคัดกรองบุคคลที่เป็นกลุ่มมีรายได้น้อยอย่างแท้จริง ซึ่งถือเป็นเป้าหมายของโครงการในครั้งนี้

ดังนั้น จึงค่อนข้างน่าแปลกใจว่าเหตุใดจึงมีผู้จบการศึกษาในระดับที่สูงมาลงทะเบียนในครั้งนี้ด้วย บางส่วนอาจจะอยู่ระ หว่างการหางานทำจริง ซึ่งได้มีการตรวจสอบแล้ว แต่ก็มีบางส่วนที่ได้ยินแว่วๆ ว่า "ต้องการทดลองระบบ" ในการลงทะเบียนครั้งนี้ ว่าจะมีการคัดกรองผู้ที่ควรได้รับสวัสดิการได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ตามหลักเกณฑ์หรือไม่

และเมื่อผลออกมา จึงอาจเป็นการยืนยันด้านหนึ่งว่า "ระ บบมีประสิทธิภาพ" และน่าเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง เพราะมีการตรวจสอบและคัดกรองตามคุณสมบัติที่โครงการกำหนด จนพบว่ามีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์สูงถึง 2.74 ล้านคน โดยในการนี้ กระทรวงการคลังก็ได้เปิดให้ผู้ที่สอบตก สามารถ "ยื่นอุทธรณ์คุณสมบัติ" จนถึงวันที่ 29 ก.ย.นี้ โดยกระทรวงการคลังจะรวบรวมข้อมูลส่งให้หน่วยงานที่มีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอีกครั้ง ซึ่งจะใช้เวลาตรวจสอบ 1 สัปดาห์ และจะส่งผลการอุทธรณ์กลับมาให้กระทรวงการคลัง และจะประกาศผลการอุทธรณ์ในวันที่ 24 ต.ค.2560

ที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้จัดสวัสดิการต่างๆ ออกมา เพื่อเป็นการ "บรรเทาภาระค่าครองชีพของผู้มีรายได้น้อย" แต่ก็ต้องติดตามต่อว่าจะมีสวัสดิการอะไรออกมาเสริมหรือไม่ เพราะการบรรเทาอย่างเดียวคงไม่ใช่ "ทางออก" ที่ดีที่สุด หากแต่หวังว่าจะมีมาตรการที่ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้คึกคัก เฟื่องฟู ไม่แพ้เศรษฐกิจระดับบน จนสะท้อนออกมาเป็นตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง.


แท็ก คอลัมน์:  

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ