คอลัมน์กา@ครั้งหนึ่ง: ประเทศไทยในตำนานจีน (5)

ข่าวทั่วไป 8 ตุลาคม พ.ศ. 2560 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

แผ่นดินเกียเจ๋งปีที่ ๕ เปิ๋ยซุด (ตรงปีจอ พ.ศ.๒๐๖๙) ราชทูตเสี้ยมหลอก๊กมาเจริญทางพระราชไมตรีแผ่นดินเกียเจ๋งปีที่ ๓๒ กุ่ยทิ้ว (ตรงปีฉลู พ.ศ.๒๐๙๖) เสี้ยมหลอก๊กอ๋อง ให้ราชทูตนำช้างเผือกกับสิ่งของในพื้นประเทศจะมาถวาย ครั้นมาถึงกลางทางช้างเผือกนั้นตายเสีย ราชทูตก็เอาเพชรพลอยประดับงาช้างเผือกใส่ถาดทองคำ พร้อมกับหางช้างเผือกมาถวาย พระเจ้าสี่จงฮ่องเต้ก็ยินดีทรงเห็นว่ามีความตั้งใจจริง จึงรับสั่งให้เจ้าพนักงานเอาสิ่งของตอบแทนให้เป็นอันมาก แผ่นดินเกียเจ๋งปีที่ ๓๗ โบ้วโหง็ว (ตรงปีมะเมีย พ.ศ.๒๑๐๑) ราชทูตเสี้ยมหลอก๊กมาเจริญทางพระราชไมตรี แผ่นดินเกียเจ๋งปีที่ ๓๘ กีบี้ (ตรงปีมะแม พ.ศ.๒๑๐๒) ราชทูตเสี้ยมหลอก๊กมาเจริญทางพระราชไมตรี แผ่นดินเกียเจ๋งปีที่ ๓๙ แกซิน (ตรงปีวอก พ.ศ.๒๑๐๓) ราชทูตเสี้ยมหลอก๊กมาเจริญทางพระราชไมตรี

ในระหว่างแผ่นดินโล่งเข่ง (โล่งเข่งนั้นนามแผ่นดินพระเจ้ามกจงฮ่องเต้กษัตริย์ที่ ๑๒ วงศ์เหม็ง พระเจ้ามกจงฮ่องเต้กษัตริย์ที่ ๑๒ วงศ์เหม็ง พระเจ้ามกจงฮ่องเต้ครองราชสมบัติเตงเป๊า ตรงปีเถาะ พ.ศ.๒๑๑๐ อยู่ในรัชกาล ๖ ปี) ชาวตงมั่งงิวก๊ก ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกันกับเสี้ยมหลอก๊กมาขอธิดาเสี้ยมหลอก๊กอ๋องๆ ไม่ให้ ชาวตงมั่งงิวก๊กโกรธยกกองทัพมาตีเสี้ยมหลอก๊กแตก ก๊กอ๋องผูกศอสิ้นพระชนม์ สี่จื๊อ (โอรสที่จะได้ราชสมบัติ) ถูกชาวตงมั่งงิวก๊กจับเอาไป และเก็บริบเอาดวงตราซึ่งเทียนเฉียว (เมืองสวรรค์ หมายความว่า ประเทศจีน) ให้ไปด้วย

ครั้นฉื่อจื๊อ (โอรสคนที่ ๒) ของเสี้ยมหลอก๊กอ๋องขึ้นครองราชสมบัติ ก็ให้ราชทูตนำสิ่งของในพื้นประเทศมาถวาย เมื่อแผ่นดินบ้วนเละปีที่ ๑ กุ่ยอี้ว (ตรงปีระกา พ.ศ.๒๑๑๖ บ้วนเละนั้นนามแผ่นดินพระเจ้าสินจงฮ่องเต้กษัตริย์ที่ ๑๓ วงศ์เหม็งอยู่ในรัชกาลที่ ๔๗) มีราชสาส์นมาขอความยกย่องกับดวงตราพระเจ้าสินจงฮ่องเต้ก็ประทานให้

แต่นั้นต่อไป ชาวตงมั่งงิวก๊ก ยกกองทัพมาย่ำยีเสมอ สืออ๋อง (เจ้าองค์ที่สืบสมบัติ) ก็มีความมุ่งหมายจะแก้แค้นไม่ช้านานพวกข้าศึกยกกองทัพมาอีก สืออ๋องก็ตระเตรียมพลทหารยกออกต่อสู้โดยความสามารถ ตีพวกข้าศึกพ่ายแพ้ฆ่าลูกตงมั่งงิวก๊กอ๋องตาย พวกข้าศึกก็แตกหนีกลับไป เสี้ยมหลอก๊กมีอำนาจมาแต่ครั้งนั้น ก็เลยยกกองทัพไปตีจินละก๊ก (อยู่ใกล้เคียงเมืองญวน) แตก จินละก๊กอ๋องก็ยอมเป็นเมืองขึ้น ตั้งแต่นั้นต่อไป ชาวเสี้ยมหลอก๊กยกกองทัพไปเที่ยวทำสงครามทุกๆ ปี จนมีอำนาจแผ่ไพศาลไปตลอดถึงประเทศที่ใกล้เคียง

แผ่นดินบ้วนเละปีที่ ๖ โบ้วอิ๊น (ตรงปีขาล พ.ศ.๒๑๒๑) เสี้ยมหลอก๊กอ๋องให้ราชทูตนำสิ่งของในพื้นประเทศมาถวาย

แผ่นดินบ้วนเละปีที่ ๒๐ หยิมสิน (ตรงปีมะโรง พ.ศ.๒๑๓๕) ชาวเยะป๋าน (ญี่ปุ่น) ยกกองทัพไปตีเฉียวเซียน (เกาหลี) ในปีนั้นเสี้ยมหลอก๊กอ๋องให้ราชทูตนำสิ่งของในพื้นประเทศมาถวาย กับมีราชสาส์นมาว่า จะขอยกกองทัพลอบไปตีเยะป๋านก๊ก (ประเทศญี่ปุ่น) ตัดกำลังตอนหลังชาวเยะป๋านเสีย พระเจ้าสินจงฮ่องเต้รับสั่งให้ขุนนางผู้ใหญ่หารือกัน ขณะนั้นจงคี (ขุนนางในที่ว่าการอุปราช) ชื่อเซกเชงเห็นตามข้อความในราชสาส์นที่มีมา แต่เลี้ยงกวางจงต๊ก (เทศาภิบาลสำเร็จราชการสองมณฑลคือมณฑลกวางตงกับมณฑลกวางซี) ชื่อเซียวเง่น มีหนังสือบอกมายังเมืองหลวงว่า ขออย่าได้ยอมให้ชาวเสี้ยมหลอก๊กยกกองทัพไปเป็นอันขาด พระเจ้าสินจงฮ่องเต้ทรงเห็นด้วยก็ไม่ยอม

แผ่นดินบ้วนเละปีที่ ๓๙ ซินหาย (ตรงปีกุน พ.ศ.๒๑๕๔) ราชทูตเสี้ยมหลอก๊กมาเจริญทางพระราชไมตรี

แผ่นดินบ้วนเละปีที่ ๔๕ เตงจี๋ (ตรงปีมะเสง พ.ศ.๒๑๖๐) ราชทูตเสี้ยมหลอก๊กมาเจริญทางพระราชไมตรี

แผ่นดินบ้วนเละปีที่ ๔๗ กิบี้ (ตรงปีมะแม พ.ศ.๒๑๖๒) ราชทูตเสี้ยมหลอก๊กมาเจริญทางพระราชไมตรี

แผ่นดินเทียนคี้ปีที่ ๓ กุ่ยหาย (ตรงปีกุน พ.ศ.๒๑๖๖) เทียนคี้นั้นนามแผ่นดินพระเจ้าฮีจงฮ่องเต้กษัตริย์ที่ ๑๕ วงศ์เหม็งอยู่ในรัชกาล ๗ ปี ราชทูตเสี้ยมหลอก๊กมาเจริญทางพระราชไมตรี

แผ่นดินชงเจงปีที่ ๗ กะซุด (ตรงปีจอ พ.ศ.๒๑๗๗ ชงเจงนั้นนามแผ่นดินพระเจ้าจ่างเลียดฮ่องเต้กษัตริย์ที่ ๑๖ วงศ์เหม็งอยู่ในรัชกาลที่ ๑๗ ปี วงศ์เหม็งลำดับ ๑๖ กษัตริย์ จำนวนปีในรัชกาล ๒๗๗ ปี ต่อวงศ์เหม็งไปนั้น คือวงศ์เชงในปัจจุบันนี้) ราชทูตเสี้ยมหลอก๊กมาเจริญทางพระราชไมตรี

แผ่นดินชงเจงปีที่ ๘ อิดหาย (ตรงปีกุน พ.ศ.๒๑๗๘) ราชทูตเสี้ยมหลอก๊กมาเจริญทางพระราชไมตรี

แผ่นดินชงเจงปีที่ ๙ เปิ๊ยจื๊อ (ตรงปีชวด พ.ศ.๒๑๗๙) ราชทูตเสี้ยมหลอก๊กมาเจริญทางพระราชไมตรี

แผ่นดินชงเจงปีที่ ๑๖ กุ่ยบี้ (ตรงปีมะแม พ.ศ.๒๑๘๖) ราชทูตเสี้ยมหลอก๊กมาเจริญทางพระราชไมตรี แต่ในเสี้ยมหลอก๊กนั้นชาวประเทศสร้างศาลซามป๊อทำรูปจงกวาง (ขุนนางในกรมขันที) ชื่อเจียนห้อไว้สักการะบูชา

แผ่นดินสูนตี้ปีที่ ๙ หยิมสินจับยี่ง้วย (ตรง ณ เดือนยี่ ปีมะโรง พ.ศ.๒๑๙๕ ตรงรัชกาลพระเจ้าปราสาททอง) เสี้ยมหลอก๊กอ๋องให้ราชทูตนำเครื่องบรรณาการมาถวาย ขอเปลี่ยนตรา พระเจ้าสี่โจ๊วเจียงฮ่องเต้รับสั่งให้เจ้าพนักงานเปลี่ยนให้ตามประสงค์ ตั้งแต่นั้นก็ส่งเครื่องบรรณาการมาเสมอ

แผ่นดินฆังฮีปีที่ ๓ กะสินชิดง้วย (ตรง ณ เดือน ๙ ปีมะโรง พ.ศ.๒๒๐๕ ตรงแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช) ขุนนางเผ่งหลำอ๋องซือเสียงค้อฮี้ ทูลพระเจ้าเสี่ยโจ๊วหยินฮ่องเต้ว่าเสี้ยมหลอก๊กอ๋องให้ราชทูตเอาของกำนัลมาให้แต่หาได้รับไว้ไม่ และขออนุญาตว่า แต่นี้ต่อไปห้ามไม่ให้ผู้ใดรับของกำนัลต่างประเทศ พระเจ้าเสียโจ๊วหยินฮ่องเต้ก็อนุญาตพวกขุนนางเปียนพวน (ขุนนางรักษาปลายเขตแดน) ต๊กบู๊ (เทศาภิบาลและปลัดเทศา) ก็ประพฤติตามรับสั่ง

แผ่นดินฆังฮีปีที่ ๔ อิดจี๋จับอิดง้วย (ตรง ณ เดือนอ้าย ปีมะเส็ง พ.ศ.๒๒๐๖ ตรงแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์) เสี้ยมหลอก๋กอ๋องเซียน เลียดพะละเจียวกู๊โล่ง พะละม้าฮู้ลกควนสือเอี่ยวธีย่าพูอาย (สมเด็จพระเจ้ากรุงพระมหานครศรีอยุธยาผู้ใหญ่) ให้ขุนนางควนสือสิงลาเย่ไหมติลี้ (ออกขุนศิริราชไมตรี) เป็นราชทูตนำราชสาส์น ซึ่งเขียนอักษรในแผ่นทองคำกับเครื่องบรรณาการลงเรือข้ามทะเลมาถวาย ราชสาส์นมีใจความว่า

เสี้ยมหลอก๋กอ๋องเซียนเลียดพะละเจียวกู๊โล่ง พะละม้าฮู้ลกควนสือเอี่ยวธีย่าพูอาย ขอถวายคำนับทูลไต้เชงฮ่องเต้กษัตริย์องค์ใหม่ ซึ่งขึ้นดำรงโลก อานุภาพแผ่ไพศาลประหนึ่งพระอาทิตย์ส่องอยู่กลางอากาศ ต่างประเทศทั้ง ๔ ทิศก็สยอสยองขอพึ่งบุญบารมี ข้อความที่ได้สั่งสอนหมื่นประเทศก็ขอบคุณ ข้าพเจ้าผู้เป็นเจ้าประเทศน้อยขอบคุณเทียนเฉียว (เมืองฟ้า) ประหนึ่งน้ำที่ประพรมระลึกอยู่ในใจเสมอทุกเวลามิได้ขาด บัดนี้ตั้งใจให้ราชทูตมาถวายเครื่องบรรณาการ โดยความเคารพนับถือด้วยมิได้หมายแลกเปลี่ยนสิ่งของที่ตอบแทน จึงแต่งให้ราชทูตอกควนสือสิงลาเย่ไหมติลี้ (ออกขุนศิริราชไมตรีราชทูต) อุปทูตอกควนซิดมุตอัวดิ (ออกขุนสมุทวาที) ตรีทูตออกคอนสือเซียะเภาะอัวดิ (ออกขุนศรีศุภวาที) ไถ่ทงสือ (ล่าม) สีเกียดเต้เต๊นกับขุนนางอีกหลายนาย ลงเรือข้ามทะเลนำราชสาส์น ซึ่งเขียนอักษรในแผ่นทองคำ แต่ราชสาส์นเป็นเซกจือ (หนังสือสังกฤต) กับสิ่งของในพื้นประเทศมา ก้วงแซ้ (มณฑลก้วงตัง) ขุนนางเจ้าพนักงานนำราชทูตกับสิ่งของนาถวายณเกียซือ (กรุงปักกิง) ถวายความเคารพโดยความตั้งใจ ตามตำแหน่งประเทศที่อยู่ไกล แล้วแต่จะโปรด ข้าพเจ้าผู้น้อยนบนอบเทียนเสี่ย (เจ้าฟ้า) ขอเดชานุภาพเป็นที่พึ่งด้วย จึงได้มีราชสาส์นมาทูลให้ทรงทราบ

พระเจ้าเสี่ยโจ๊วหยินฮ่องเต้รับสั่งให้เจ้าพนักงานเอาสิ่งของตอบแทนให้ตามธรรมเนียม

แผ่นดินฆังฮีปีที่ ๗ โบ๊ซินจับอิดง้วย (ตรง ณ เดือนอ้าย ปีวอก พ.ศ.๒๒๐๙ ตรงแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์) เสี้ยมหลอก๊กอ๋องให้ราชทูตอกควนสือสิงลาเย่ไหมลิตี้ นำเครื่องบรรณาการมาถวาย.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ