เรื่องเล่าจากฝาบ้าน: ความทรงจำของลุงหล้า ครั้งเมื่อรับเสด็จในหลวงร.9

ข่าวบันเทิง 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ภาพกาดริมทางขึ้นดอยอินทนนท์ซึ่งคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินเลือกชาและผลไม้อบแห้งหลากชนิด และทิวต้นพญาเสือโคร่งสองข้างถนนลาดยางทันสมัย คงเป็นภาพคุ้นตาของหลายคน แต่ท่ามกลางความเจริญที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมโดยรอบบ้านขุนกลาง จังหวัดเชียงใหม่นี้ บ้านไม้เล็กๆ หลังหนึ่งในหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้งที่สร้างขึ้นอย่างเรียบง่าย ยังคงสภาพไม่ต่างจากเมื่อเกือบ 40 ปีก่อน แตกต่างจากเพื่อนบ้านใกล้ๆ ที่หันไปสร้างบ้านจากอิฐและปูน อะไรทำให้เจ้าของบ้านหลังนี้ไม่รื้อถอนหรือแม้แต่ต่อเติมใดๆ และเจ้าของยังตั้งใจจะดูแลรักษามันอย่างดีไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใดก็ตาม

วิโรจน์ พนากำเนิด หรือลุงหล้า เจ้าของบ้าน เล่าถึงเหตุผลว่า เพราะในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยเสด็จฯ มาที่บ้านหลังนี้ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2534 เมื่อครั้งเสด็จฯ เยี่ยมหมู่บ้านชาวม้งที่

บ้านขุนกลาง จังหวัดเชียงใหม่ และในคราวนั้นลุงหล้าได้มีโอกาสพูดคุยกับพระองค์ท่านที่บ้านของลุงหล้านี่เอง

"พระองค์ทรงทราบว่าชาวม้งมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากจน ประกอบอาชีพด้วยการปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอย ทรงถามว่า นอกจากปลูกฝิ่นขายและทำไร่เลื่อนแล้วแล้วมีรายได้จากพืชอื่นอีกหรือเปล่า พร้อมทรงแนะนำผมและชาวบ้านให้เลิกปลูกฝิ่น เพราะเป็นต้นตอของยาเสพติด หันมาปลูกเกษตรไม้ดอกแทน ทรงตรัสบอกอีกว่า ทั้งผมและชาวบ้านไม่ต้องห่วงเรื่องตลาดรับซื้อ เพราะพระองค์จะทรงจัดการให้มีคนมารับซื้อถึงที่เอง นอกจากนั้นพระองค์ท่านยังพระราชทานคำแนะนำเกี่ยวกับการทำเกษตรแผนใหม่ มี

ภาพถ่ายรูปที่ในหลวงทรงร่วมพิธีผูกดวงชะตาตามวิถีชาวเขาบริเวณหลังบ้าน และทรงพูด

คุยอย่างเป็นกันเอง" ลุงหล้าเล่า

ก่อนหน้าที่พระองค์ท่านจะเสด็จฯ มา ชาวบ้านในหมู่บ้านประกอบอาชีพปลูกฝิ่นเพื่อยังชีพ และยังทำไร่เลื่อนลอย เปลี่ยนพื้นที่เพาะปลูกไปเรื่อยๆ เนื่องจากพื้นที่ดินตรงไหน ไม่สามารถเพาะปลูกได้อีกเพราะดินขาดความอุดมสมบูรณ์ มีวัชพืชมากเกินไป ซึ่ง

วิธีการดังกล่าวเป็นนผลให้มีการตัดไม้ทำลายป่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อพระบาทสมเด็จ

พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้ทรงส่งเสริมทักษะและความสามารถเพื่อช่วยให้ชาวเขามี

ความรู้ความสามารถทำการเกษตรอย่างถูกวิธี เพื่อให้พวกเขาตั้งหลักแหล่งอยู่ในที่ถาวรได้โดยไม่เคลื่อนย้ายทำไร่เลื่อนลอยเหมือนแต่ก่อน โดยทรงให้เจ้าหน้าที่จากโครงการ

หลวงคอยมาชี้แนะและดูแล ลุงหล้าและชาวบ้านอย่างใกล้ชิด ทรงสอนปลูกเกษตร

ไม้ดอก ในส่วนชาวบ้านที่ไม่มีการปลูกไม้ดอกก็ทรงช่วยเหลือโดยเปิดโอกาสให้เป็น

พนักงานในโครงการหลวงเพื่อสร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน

ปัจจุบัน ชาวเขาในหมู่บ้านมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาก สถานีวิจัยโครงการหลวงดอยอินทนนท์ ที่ในหลวงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งเมื่อปี 2522 (ปัจจุบันคือสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์) เปลี่ยนเนินเขาที่เต็มไปด้วยดอกฝิ่นให้กลายมาเป็นไร่ที่เต็มไปด้วยไม้ดอก ไม้ประดับ พืชผัก ไม้ผลหลากหลายชนิด จากการทำไร่เลื่อนลอยเป็นอาชีพหลักก็กลายมาเป็นการทำเกษตรแบบถาวร ซึ่งช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับชาวเขา ในขณะที่เด็กๆ ก็ได้มีการศึกษา ได้นำความรู้ที่ได้มาพัฒนาท้องถิ่น และมีความภาคภูมิใจในบ้านเกิดของตน

ลุงหล้าบอกว่า มักจะเล่าเรื่องราวเมื่อครั้งในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ มาเมื่อ 40 ปีก่อนให้ลูกหลานฟัง เพราะนี่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านเผ่าม้ง

"ที่ผ่านมาผมหวังจะได้พบกับพระองค์ท่านอีกครั้ง แม้ว่าในวันนี้อาจจะทำได้แค่มากราบลาก็ตาม และหลายครั้งผมที่หันไปมองผนังไม้ในห้องนั่งเล่นก็ยังเห็นภาพพระองค์ประทับบนพื้นไม้ตรงนั้นซ้อนทับขึ้นมา ราวกับเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน"

ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา คณะผู้บริหารกรุงศรี ออโต้ ได้เดินทางไปที่ชุมชนม้งเพื่อศึกษาถึงเส้นทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เคยเสด็จพระราชดำเนินมา ตลอดจนโครงการหลวงที่พระองค์ท่านทรงริเริ่มไว้เมื่อ 30 กว่าปีก่อน จึงมีโอกาสได้พบกับลุงหล้าและสอบถามถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ด้วยความรู้สึกประทับใจที่ลุงหล้าถ่ายทอดออกมา คณะผู้บริหารจึงได้ชวนคุณลุงและครอบครัวมากราบพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่กรุงเทพฯ

ลุงหล้าซึ่งไม่เคยมากรุงเทพฯ และไม่เคยขึ้นเครื่องบินเลยสักครั้ง ได้เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี ทั้งพูดคุยกับลูกหลานที่เคยเดินทางบ่อยๆ แต่คืนก่อนที่จะเดินทางลุงหล้าก็ยังคงนอนไม่หลับ เพราะความตื่นเต้นและตื้นตันเต็มแน่นอยู่ในหัวใจ เพราะพรุ่งนี้ลุงหล้าจะได้ร่วมส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 สู่สวรรคาลัยแล้ว

เช้าตรู่วันที่ 6 เมษายน ลุงหล้าและครอบครัวเดินทางมาถึงบริเวณหน้าพระบรมมหาราชวัง ในมือถือพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มองเผินๆ แล้วอาจดูเหมือนภาพพระราชกรณียกิจทั่วไป แต่หากดูโดยละเอียดแล้วจะพบว่าชายในชุดชาวเขาเผ่าม้งที่ยืนฟังพระองค์อยู่ตรงกลางรูปนั้นคือลุงหล้าในวัยหนุ่ม

แม้ว่าภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทจะเต็มไปด้วยพสกนิกรนับร้อย แต่บรรยากาศกลับสงบนิ่ง ลุงหล้าเล่าประสบการณ์การได้เข้ากราบพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่า เมื่อหันไปมองคนรอบข้างก็พบว่าต่างมาที่นี่ด้วยความตั้งใจหนึ่งเดียว

"ผมอธิษฐานในใจว่า "ในหลวงเปิ้นอยู่บนสวรรค์แล้ว ขอให้ท่านส่องแสงลงมาให้ลูกหลานมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี" ลุงหล้าเล่า.

บรรยายใต้ภาพ

วิโรจน์ พนากำเนิด หรือลุงหล้า ขณะรอกราบพระบรมศพ

ลุงหล้า ครอบครัว และเพื่อน ขณะรอกราบพระบรมศพที่พระบรมมหาราชวัง

ลุงหล้าในบ้านไม้หลังเล็กที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยเสด็จฯ เมื่อเกือบ 40 ปีก่อน

ผู้บริหารกรุงศรี ออโต้ ล้อมวงฟังลุงหล้าที่ดอยอินทนนท์ เล่าถึงเมื่อครั้งในหลวงเสด็จฯ มาที่นี่


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ