สสส.ผนึกซับบ์สามัคคีประกันภัย สคอ.ภาคีเครือข่าย รณรงค์คาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารตอนหลังลดความรุนแรงอุบัติเหตุ

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 21 พฤศจิกายน 2560 00:00:15 น.

สสส.ผนึกภาคีเครือข่าย ซับบ์สามัคคีประกันภัย สำนักงานเครือข่ายช่วยลดอุบัติเหตุ กรมการขนส่งทางบก Thai Roads  Foundation บริษัท All Thai Taxi แท็กซี่สุวรรณภูมิ  "อันตรายที่คาดไม่ถึงจากการไม่คาดเข็มขัดแถวหลัง" ทุกเทศกาลวันหยุดยาว และวันทำงาน เปิดตัวเหยื่อจากการไม่คาดเข็มขัดนิรภัยที่นั่งตอนหลังประสบอุบัติเหตุเป็นอัมพาตทั้งตัว ต้องนั่งวีลแชร์ตลอดชีวิต ช่วงป่วยแค่ยกมือปัดยุงกัดที่แขนยังทำไม่ได้ ชีวิตรันทด ชีวิตเปลี่ยนจากทำงานประจำเป็น Part Time ขายเตียงคนไข้ รถเข็นไฟฟ้าทางออนไลน์ ส่งสินค้าทางไปรษณีย์ สสส.แจงอุบัติเหตุแรงเท่ากับตกจากตึก 5 ชั้น ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยใกล้ไกลเท่ากัน แรงกระแทกรุนแรง หากคาดเข็มขัดนิรภัย ลดลง 40% ซับบ์ฯ ขอเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ด้วยการปลุกจิตสำนึกคาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง กรมการขนส่งทางบกแจงตัวเลขรถบรรทุกสินค้า คนขับถูกปรับไม่เกิน 500 บาท ผู้โดยสารถูกปรับ 5,000 บาท

งานแถลงข่าวโครงการ "รณรงค์คาดเข็มขัดนิรภัยแถวหลัง" ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุกสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมรณรงค์ โดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานเครือข่ายช่วยลดอุบัติเหตุ และ ซับบ์สามัคคีประกันภัย (บริษัทประกันใหญ่อันดับ 6 ของประเทศ) กรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยหน่วยงานพันธมิตร Thai Roads Foundation บริษัท All Thai Taxi แท็กซี่สุวรรณภูมิ ณ ห้องรอยัลมณียาบอลรูมเอ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ เสวนาเรื่อง "อันตรายที่คาดไม่ถึงจากการไม่คาดเข็มขัดแถวหลัง" โดยผู้ประสบอุบัติเหตุสูญเสียจริง พิมพ์ประวีณ์ สมยานุสรณ์ ผู้ดำเนินรายการ พรหมินทร์ กัณธิยะ ผอ.สำนักงานเครือข่ายช่วยลดอุบัติเหตุ

พรหมินทร์ กัณธิยะ ผอ.สำนักงานเครือข่ายช่วยลดอุบัติเหตุ (สคอ.)กล่าวว่า ขอส่งสัญญาณบุญกุศลให้คนไทยทั้งประเทศสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพราะขณะนี้คนไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่ใช้รถกันทุกหลังคาเรือน ทั้งรถ 3 ประเภท รถปิกอัพ รถเก๋ง รถมอเตอร์ไซค์ อุบัติเหตุจึงเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก ขณะนี้เครือข่ายแท็กซี่ร่วมงานกับพวกเราในการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. และ ซับบ์สามัคคีประกันภัย วันนี้ชีวิตกลับด้านของคนที่ประสบอุบัติเหตุเพราะไม่คาดเข็มขัดนิรภัยที่นั่งตอนหลังมานั่งอยู่กับเราเพื่อให้ข้อมูล พิมพ์ประวีณ์ สมยานุสรณ์ พนักงานบริษัทอัญมณีรายใหญ่ย่านบางนา ทำหน้าที่ประสานงานการผลิต ประสบอุบัติเหตุบนทางด่วนบางนา

พิมพ์ประวีณ์ สมยานุสรณ์ นั่งบนเก้าอี้วีลแชร์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า เล่าว่าเป็นคนอ่อนนุช วันเกิดเหตุไปงานเลี้ยงกับหัวหน้างาน 2 คนตั้งแต่ 5 โมงเย็นถึงเที่ยงคืน หลังจากนั้นหัวหน้าคนหนึ่งขับรถ โดยมีหัวหน้าอีกคนหนึ่งนั่งคู่กันคาดเข็มขัดนิรภัย ส่วนตัวเองนั่งที่นั่งตอนหลังของคนขับ ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยแต่อย่างใด ขับมาตามเส้นทางถนนบางนา-ตราดเพื่อมายังที่พักของบริษัทอัญมณีที่ กม.1 ยูเทิร์นกลับรถที่ กม.2 เพื่อเข้ามาที่หอพักบริษัท ระหว่างทางกลับมาตอนนั้นสติยังดีอยู่ จำได้ว่ารถหมุนถึง 8 รอบ ชนกับเกือกม้าตรงที่ยูเทิร์น รอบสุดท้ายชนแรงมาก ใช้มือเกาะเบาะหน้าไว้แต่เอาไม่อยู่ ตัวหลุดกระเด็นกระดอนในรถ คอกระแทกกับประตูทางออกและลงไปนั่งอยู่ที่พื้นด้านล่าง หัวหน้าที่นั่งข้างคนขับเบาะพับลงมาทับอีกทีหนึ่ง สาเหตุที่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยที่นั่งตอนหลังเพราะคิดว่าไม่จำเป็น

"ตอนนั้นแขนขาขยับไม่ได้ พูดก็ไม่ได้ มูลนิธิปอเต็กตึ๊งเปิดประตูรถพาไปโรงพยาบาล ถ้าวันนั้นกระเด็นออกมานอกรถแล้วมีรถสวนมาพอดีก็ไม่รอด ถือได้ว่ายังโชคดีมีชีวิตรอด แต่คิดอีกทีหนึ่งถ้าตายไปเลยก็ไม่ต้องรับสภาพความพิการ 18 ปี ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะ ตอนนั้นกำลังได้รับการส่งเสริมให้เป็นหัวหน้างาน สมัยนั้นให้เงินครอบครัวแต่ตอนนี้กลายเป็นครอบครัวต้องให้เงินกับเรา" พิมพ์ประวีณ์ กล่าวเสียงสั่นเครือพิมพ์ประวีณ์ กล่าวว่า จากชีวิตที่ Active ทำงานประจำ ต้องเปลี่ยนตัวเองมาทำงาน Part Time เป็นตัวแทนขายวีลแชร์ผู้สูงอายุ เตียงสำหรับคนไข้จากประเทศญี่ปุ่น ส่งเป็นพัสดุทางไปรษณีย์ ใช้หมายเลขโทรศัพท์ 08-0808-3694 โดยเปิด facebook: phinpawisomyanusorn ชีวิตเดิมมีความฝันความหวัง ตั้งเป้าหมายว่าอายุเท่านี้จะต้องมีบ้านเป็นของตัวเอง มีรถของตัวเอง แต่สุดท้ายเราต้องกลายเป็นคนพิการนั่งรถเข็น นอนอยู่โรงพยาบาล 4 เดือน ต้องซ่อมร่างกายจากการถูกกระแทกอย่างรุนแรง กระดูกต้นคอหักทับเส้นประสาท การเคลื่อนไหวตั้งแต่หัวไหล่จนถึงปลายเท้าไม่รู้สึก ต้องใช้แรงหัวไหล่พยุงตัว ตอนแรกๆ ทำอะไรไม่ได้ นอนอยู่ในหอผู้ป่วยของโรงพยาบาล ยุงกัดแค่ตัวเดียวแค่ยกมือเพื่อปัดยุงยังทำไม่ได้ ไม่สามารถร้องเรียกพยาบาลได้ ได้แต่สวดมนต์ว่าเราเป็นถึงขนาดนี้เลยหรือ ยกมือปัดยุงยังทำไม่ได้ ตอนนั้นคิดว่าชีวิตช่างเศร้ารันทดเหลือเกิน เราจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร"

หลังจากบำบัดรักษาโดยบริษัทอัญมณีรายใหญ่ย่านบางนาออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด แต่ยังให้อยู่ที่หอพักของบริษัทจนถึงทุกวันนี้ ขณะนี้ก็เข้ามาร่วมรณรงค์กับมูลนิธิเมาไม่ขับ ยังใช้ชีวิตเหมือนกับคนปกติ เป็นเหมือนพลเมืองชั้นสอง ต้องใช้รถเข็น การใช้ชีวิต การเดินทางก็ลำบาก ต้องมีคนมาดูแลด้วย หยิบน้ำดื่มแก้วหนึ่งยังไม่สามารถหยิบมาดื่มได้ ต้องอาศัยคนอื่น เป็นความคับแค้นใจอย่างมาก "เรารู้ว่าคนพิการลำบากมาก เราไม่อยากให้คนอื่นลำบากเหมือนเรา ดังนั้นจึงรณรงค์เพื่อช่วยเหลือชีวิตคนพิการเป็นเวลาสิบกว่าปีมาแล้ว คนไม่เป็นอย่างเราจะไม่มีวันรู้ ขณะนี้มีหลายองค์กรให้ความร่วมมือเกี่ยวกับโครงการรณรงค์เมาไม่ขับ ฯลฯ อุบัติเหตุมีอยู่มากมายบนท้องถนน เข็มขัดนิรภัยมีความสำคัญเกิน 100% ถ้าวันนั้นคาดเข็มขัดนิรภัย วันนี้คงไม่ต้องมานั่งรถเข็นอย่างที่เห็นอยู่นี้ ผู้พิการจากอุบัติเหตุทางรถยนต์มีอยู่ในทุกอำเภอของเมืองไทย มีน้อยรายที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อยอมรับสภาพอยู่ต่อเพื่อสังคมด้วย" พิมพ์ประวีณ์ พูดจบก็ร่ำไห้พรหมินทร์ กัณธิยะ กล่าวสรุปว่า ขอให้ทุกท่านที่นั่งอยู่ในที่นี้ช่วยกันถ่ายทอดบอกกล่าวด้วยว่า กรุณาช่วยกันคาดเข็มขัดนิรภัยด้วย ผู้บังคับบัญชา หัวหน้างาน เดินทางไปไหนอย่าอายที่จะบอกลูกน้องให้คาดเข็มขัดนิรภัยด้วย

ดร.ลีวีอู เวดราสโก Technical Officer World Health Organization (WHO) กล่าวว่า ขณะนี้ WHO และทั่วโลกช่วยกันรณรงค์ให้มีการคาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง มีตัวเลขที่น่าตกใจว่าคนทั่วโลก 1.2 ล้านคน จาก 100 กว่าประเทศทั่วโลกประสบอุบัติเหตุโดยไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย หรือเฉลี่ยวันละ 66 คน

นิตยา พิริยะธรรมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า พฤติกรรมของผู้โดยสารส่วนใหญ่จะคาดเข็มขัดนิรภัยแถวหน้าจนเป็นนิสัยแล้ว ในขณะที่ผู้โดยสารเบาะหลังยังไม่คุ้นชินกับการคาดเข็มขัดนิรภัย เป็นสาเหตุให้เกิดความเสียหายทางทรัพย์สินและชีวิตเมื่อเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซับบ์ฯ ขอเป็นส่วนหนึ่งของสังคมผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้วยการปลุกจิตสำนึกผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบ สติกเกอร์ ป้ายติดรถยนต์

วิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. และ ภาคีเครือข่าย ให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างต่อเนื่อง เพราะอุบัติเหตุทางถนนคร่าชีวิตคนไทยสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก สาเหตุจากการดื่มสุราแล้วขับรถเร็ว ไม่สวมหมวกนิรภัย รวมถึงการไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ส่งผลกระทบให้เกิดความรุนแรง ขณะนี้คนเข้าใจผิดว่านั่งโดยสารเบาะหลังแล้วปลอดภัยกว่าเบาะหน้า ทำให้เกิดความชะล่าใจ ไม่คาดเข็มขัดทั้งๆ ที่เข้าใจผิด ไม่ว่าจะนั่งรถใกล้หรือไกลที่เบาะหลังโดยไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถพุ่งไปข้างหน้าปะทะกับคนหรือวัตถุ ในตัวรถแรงปะทะจะเทียบเท่ากับการตกจากตึก 5 ชั้น ส่งผลให้คนที่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยกระแทกกับกระจก ชนเก้าอี้ หรือคนที่นั่งในรถบาดเจ็บรุนแรงได้

กมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า หากผู้โดยสารไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ห้ามนำรถออกจากสถานีขนส่งหรือจุดจอด ทั้งนี้การณรงค์ในช่วงเทศกาลหยุดยาวมีบทลงโทษตามกฎหมายจราจรทางบก หากผู้รับหรือผู้โดยสารที่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยในรถยนต์ส่วนบุคคล รถกระบะ รถแท็กซี่ ถูกปรับคนละ 500 บาท หากเป็นรถโดยสารขนาดใหญ่ รถตู้โดยสาร รถทัวร์ รถบรรทุกสินค้า คนขับถูกปรับไม่เกิน 500 บาท ผู้โดยสารถูกปรับ 5,000 บาท

อนึ่ง วรรณพร ปันทะเลิศ ตัวแทน Thai Roads Foundation ภาคีเครือข่าย ทั้งนี้มีตัวแทนกลุ่มแท็กซี่All Thai Taxi แท็กซี่สุวรรณภูมิ เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วย.

บรรยายใต้ภาพ
ตัวแทนแท็กซี่รับป้ายติดรถยนต์คาดเข็มขัดนิรภัยช่วยให้คุณปลอดภัย
งานอภิปรายบนเวที
"อันตรายที่คาดไม่ถึงจากการไม่คาดเข็มขัดแถวหลัง" พิมพ์ประวีณ์ สมยานุสรณ์, พรหมินทร์ กัณธิยะ ผอ.สำนักงานเครือข่ายช่วยลดอุบัติเหตุ เป็นพิธีกร
ภาพหมู่ในวันแถลงข่าวอันตรายที่คาดไม่ถึงจากการไม่คาดเข็มขัดแถวหลัง"
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง