กลุ่มรักษ์เชียงของหมดหวังรัฐยุบคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง

ข่าวบันเทิง 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

กรุงเทพฯ * แนะสร้างมาตรฐานธรรมาภิบาลข้ามแดน หวั่นทุนไทยในเพื่อนบ้านสร้างผลกระทบ "ครูตี๋" เสนอภาคประชาชนเคลื่อนเอง ชี้หมดหวังรัฐเป็นปากเสียงแทน

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่จุฬาลงกรณ์มหา วิทยาลัย กรุงเทพฯ คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบในการลงทุนข้ามพรมแดนของไทยและสถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯ ได้ประชุมหารือปัญหาและแนวทางการพัฒนา ธรรมาภิบาลข้ามแดน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยมีผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ นักอนุรักษ์และชาวบ้านเข้าร่วมกันคับคั่ง

นายมนตรี จันทวงศ์ คณะทำงานติดตามความรับผิดชอบในการลงทุนข้ามพรมแดนของไทย กล่าวว่า การลงทุนไทยในอาเซียน 10 ปีผ่านมาคือ สิงคโปร์ โดยธรรมาภิบาลและบรรษัทภิบาลได้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกาเอาไว้ โดยภาคเอกชนใช้คำว่าบรรษัทภิบาล ทั้งนี้ ยกตัวอย่าง 5 โครงการการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านที่ควรมีการตรวจสอบในเรื่องธรรมาภิบาล ทั้งในเรื่องความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ประกอบด้วย 1.โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายในเมียนมา 2.โครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีในลาว 3.โครงการเขื่อนปากแบงในลาว 4.โครง การปลูกอ้อยและโรงงานน้ำตาลโอโดเมียนเจย ประเทศ กัมพูชา 5.โครงการเหมืองแร่ดีบุกเฮงดาในเมียนมา

นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวว่า เรื่องธรรมาภิบาลเป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่ทำให้บ้านเมืองและสิ่งแวดล้อมเดือดร้อน ซึ่งถ้ารอแต่ภาครัฐคงไม่ไหว สิ่งสำคัญต้องผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คือต้องเกิดจากภาคประชาชนอย่างอย่างแท้จริง เช่น กรณีจีนซึ่งเริ่มคิดอะไรบางอย่างเกี่ยวข้องกับธรรมาภิบาล เพราะผู้แทนบริษัทจีนลงมาคุยกับชาวบ้านริมแม่น้ำโขงบ่อยขึ้น เขาเห็นว่าควรมีการพัฒนาในการพูดคุยและสอดรับกับการที่จีนเชิญกลุ่มรักษ์เชียงของไปคุยที่จีน ซึ่งเราบอกว่าการสร้างเขื่อนในจีนมีผลกระทบกับท้ายน้ำ เราเสนอว่าต้องมีการพูดคุยกันผ่านภาคประชาสังคม เพราะรอรัฐบาลไม่ได้ จึงควรหารือผ่านภาคประชาสังคม เพราะที่ผ่านมาเราไม่ได้เข้าไปต่อรองในเรื่องธรรมาภิบาลเลย

"เราบอกว่าต้องยกระดับความโปร่งใส ให้ข้อมูลกับชาวบ้านเต็มที่ ยกตัวอย่างเรื่องสร้างเขื่อน คุณให้นักวิชาการบ้านเราและชาวบ้านเข้าไปร่วมศึกษาได้มั้ย ซึ่งทางจีนสนใจ สิ่งสำคัญคือเราต้องช่วยกันผลักดันให้ภาคประชาชนได้เข้าไปมีโอกาสต่อรองมากขึ้น ต่อไปควรมีเวทีประชาชนคุยกับรัฐบาลจีน หากรอรัฐบาลไม่มีทาง แม้แต่คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง หรือเอ็มอาร์ซี ก็พึ่งไม่ได้ เราเสนอให้ยุบเสียด้วยซ้ำ" นายนิวัฒน์กล่าว.

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ