'มูลนิธิรพ.อภัยภูเบศร'หยิบ'ต้นผักเบี้ยใหญ่'ผลิตเครื่องสำอางชั้นดี

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 15 มกราคม 2561 00:00:53 น.

กรุงเทพฯ รพ.อภัยภูเบศร ปั้นแบรนด์เครื่องสำอาง เป็นสารสกัดจากต้นผักเบี้ยใหญ่เผยมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวเต่งตึงเหมือนทำโบท็อกซ์ เหมาะกับผู้มีผิวแพ้ง่าย ไม่ใส่สารกันบูดแอลกอฮอล์ หรือน้ำหอม

ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพญาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ขณะนี้อภัยภูเบศรได้นำสมุนไพรมาผลิตเป็นเครื่องสำอางเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยการปั้นแบรนด์เครื่องสำอางผักเบี้ยใหญ่ และได้ทดลองตลาด 1 ปีเต็ม ได้รับความนิยมจากผู้ใช้ในระดับที่น่าพอใจ โดยอภัยภูเบศรได้นำสมุนไพรพื้นบ้านชนิดนี้มาใส่ในกลุ่มเครื่องสำอาง เช่นคลีนซิงวอเตอร์ และมีอีกกว่า 9 รายการ ความพิเศษสำหรับผู้มีปัญหาผิวแพ้ง่ายคือไม่ใส่สารกันเสียพวกพาราเบนสี

"ผักเบี้ยใหญ่มีคุณสมบัติในการป้องกันแสง และยังทำให้ใบหน้าผุดผ่อง ชุ่มชื้นรวมทั้งแก้แพ้ ทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย หน้าเต่งตึงไม่ต้องฉีดโบท็อกซ์ พ่วงด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นพันปีแล้ว ที่ในต่างประเทศจึงนำสารสกัดจากผักเบี้ยไปผสในเครื่องสำอางสำหรับผิวที่แพ้ง่ายบอบบางมานานแล้ว เพราะมีความปลอดภัยมากกว่าแอลกอฮอล์ น้ำหอมไ

สำหรับกลยุทธการตลาดใหม่ของอภัยภูเบศรเน้นการกระจายสินค้าให้ทั่วถึง เข้าถึงง่ายมากขึ้นในแต่ละพื้นที่ พัฒนาระบบอีคอมเมิร์ช คือให้ข่าวสารความรู้และจำหน่ายออนไลน์ทางwww.abhaiherb.com และเป็นพี่เลี้ยงเปิดเอาต์เล็ตสมุนไพรอีกกว่า 13 ดรงพยาบาล ศูนย์ทั่วประเทศ เตรียมพัฒนารูปแบบแพรนไชส์ทั้งการจำหน่ายผลิตภัณพ์ และคาดว่าจะสามารถขยายตลาดสมุนไพรได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 ใน ปี 2561

ภญ.สุภาภรณ์กล่าวอีกว่า มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้พัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรทั้งหมด 3 กลุ่มหลัก คือ ยาอาหารเสริม และเครื่องสำอาง ซึ่งมีพื้นฐานมาจากการใช้จริง ประกอบการศึกษาวิจัยสมัยใหม่ และต้องตอบโจทย์ต่อผู้บริโภค รวมถึงรายได้จากการจำหน่ายได้กลับคืนสู้สังคมและเกษตรกรต่อไป เช่น อาหารเสริมจากน้ำมันรำข้าว จำหน่ายครั้งแรกในเดือนมิถุนายนปี 2560 ด้วยความตั้งใจอยากช่วยชาวนาเกษตรอินทรีย์ในเครือข่าย

ทั้งนี้ มูลนิธิพัฒนาสมุนไพรมามากกว่า 30 ปี บนพื้นฐานของธุรกิจเพื่อสังคมเนื่องจากกำไรมีการแบ่งปันช่วยเหลืองานบริการด้านสาธารณสุขของโรงพยาบาลร้อยละ 70 และใช้ในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม เช่น การช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ และพัฒนางานวิจัยต่างๆ อีกร้อยละ 30เป็นต้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง