พูดคุยสันติสุข แบบ 'ซื้อเวลา' ไม่ใช่ทางออกของการดับไฟใต้

ข่าวทั่วไป 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

เมือง ไม้ขม รายงาน ขบวนการบีอาร์เอ็นและพูโลจะมีอยู่จริงหรือไม่จริง และจะเป็นผู้ก่อเหตุความรุนแรงใน 14 ปีที่ผ่านมา จริงหรือไม่จริง วันนี้ยังกลายเป็นข้อ ถกเถียง กันระหว่าง นายใหญ่ ในพื้นที่ กับ นายใหญ่ หลายคนในคณะรัฐบาล ซึ่งคงจะไม่มีคำตอบที่ ชี้ชัด จากฝ่ายที่เป็นผู้บริหารประเทศอย่างแน่นอน แต่ผู้ที่รู้ดีที่สุดว่า สถานการณ์ความรุนแรงรอบใหญ่ที่ผ่านมาถึง 14 ปี โดยมีคนในพื้นที่ทั้ง พุทธ และ มุสลิม เป็นเหยื่อ ตกตาย ไปแล้วกว่า 7,00 คน บาดเจ็บหลายหมื่นคน มาจากการ สั่งการ ของใคร และบีอาร์เอ็นมีจริงหรือไม่ คนในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติในพื้นที่ย่อมมีคำตอบอยู่ในใจ ในขณะที่กลุ่มคน พุทธ หลายต่อหลายกลุ่ม ที่เคลื่อนไหวเป็นนักเลง คีย์บอร์ด ในโลกของ โซเชียล ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ได้สะท้อนข้อมูล ข้อเท็จจริง ของสาเหตุและสถานการณ์อย่าง เข้มข้น จึงอยู่ที่ผู้บริหารประเทศจะรับรู้และรับฟังหรือไม่

แต่...ที่แน่ๆ หลังจากที่เป็นข่าว จาก นายใหญ่ ในพื้นที่ ถึงการ สูญสิ้น ทั้งบีอาร์เอ็นและพูโลเพียงไม่กี่เพลา ขบวนการพูโลก็มีการแสดงตัวตนแบบ สวนควันปืน ด้วยการจัดประชุมประจำปีขึ้น เพื่อหา ผู้นำ คนใหม่ เนื่องจาก กาแม ยูโซะ ผู้นำคนเก่าเสียชีวิตไปแล้ว ตั้งแต่ปี 2560

การจัดประชุมของขบวนการพูโลครั้งนี้ มีประเด็นที่ควรแก่การสนใจอยู่ 3 ประเด็น ประเด็นแรก เป็นการประชุมหลังจากที่ เป็นข่าว ว่า ขบวนการพูโลไม่มีอยู่แล้ว และไม่ใช่เป็นผู้ก่อเหตุความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมองได้ว่าเป็นการประชุมอย่าง รีบด่วน เพื่อแสดงให้สังคมเห็นว่า พูโล ยังมีอยู่ประเด็นที่ 2 การประชุมครั้งนี้ พูโล เจตนาที่จะให้เป็น ข่าว ไปทั่วโลก โดยมีการ ส่งสาร ในโลกของ โซเชียลมีเดีย โดยมี สื่อ หลายประเทศให้ความสนใจ และนำเสนอข่าวการประชุมของขบวนการพูโลอย่างครึกโครม เพื่อที่จะยืนยันถึงสถานะของขบวนการว่า ยังคงอยู่ และยังมีการเคลื่อนไหวเพื่อบรรลุถึงเป้าหมายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ส่วนประเด็นที่ 3 การจัดประชุมครั้งนี้ จัดขึ้นในโรงแรมแห่งหนึ่งของกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่เป็น เพื่อนบ้าน ของไทย และในวันนี้รัฐบาลมาเลเซียยังมีสถานะในการเป็นผู้ อำนวยความสะดวก ในการ พูดคุยสันติสุข ระหว่างกลุ่ม มารา ปาตานี ซึ่งเป็นกลุ่มขบวนการแย่งแยกดินแดน กับตัวแทนของรัฐบาลไทย ที่มี พล.อ.อักษรา เกิดผล เป็นหัวหน้าคณะในความรู้สึกของ คนไทย โดยเฉพาะคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อได้เห็นข่าวการประชุมของ พูโล ที่ประชุมและแถลงข่าวในประเทศมาเลเซีย ย่อมที่จะเห็นผู้นำมาเลเซียเป็น จำเลย เป็นผู้สนับสนุน โอบอุ้มขบวนการแบ่งแยกดินแดน เพื่อสร้างความสูญเสียให้เกิดขึ้นกับผู้คนและแผ่นดิน ปลายด้ามขวานเพราะวันนี้ ทั้ง พูโล ทั้ง มารา ปาตานี และขบวนการ บีอาร์เอ็น ต่างอาศัยแผ่นดินมาเลเซียเป็น ฐานที่มั่น โดยได้รับการ โอบอุ้มจากรัฐบาลมาเลเซียมาทุกยุคทุกสมัย ดังนั้นการก่อการร้าย หรือการแบ่งแยกดินแดนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเทศมาเลเซียจึงเป็นประเทศที่ มีส่วนได้ส่วนเสีย อย่างปฏิเสธไม่ได้ยิ่งผู้ที่มี ส่วนได้ส่วนเสีย มาทำหน้าที่ในการอำนวยการพูดคุย ยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีความชอบธรรม และไม่มีความ เป็นกลาง อย่างแน่นอน ดังนั้น เวทีการ พูดคุยสันติสุข ที่อยู่ระหว่างการ สร้างความเข้าใจ ของกลุ่ม มารา ปาตานี กับตัวแทนของรัฐบาลไทย จึงถูกมองว่าเป็นเรื่อง ปาหี่ เป็นเรื่องการ ช่วยเหลือ เหล่าขบวนการให้บรรลุเป้าหมาย มากกว่าที่จะช่วยประเทศไทยให้ หลุดพ้น จากความรุนแรงของขบวนการแบ่งแยกดินแดน

สำหรับ บีอาร์เอ็น ซึ่งหน่วยข่าวความมั่นคงยังเชื่อว่าเป็นผู้ บงการ ในการก่อการร้ายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น หลังจากที่มีข่าวจาก ดาโต๊ะซัมซามิน ตัวแทนของรัฐบาลมาเลเซีย ซึ่งทำหน้าที่ อำนวยความสะดวก ในการ พูดคุยสันติสุข เคยรับปากว่า จะนำตัว ดูลเลาะ แวมะนอ เลขาธิการขบวนการบีอาร์เอ็นเข้าร่วมโต๊ะ พูดคุยสันติสุข ตามที่ผู้นำของประเทศไทยต้องการ เพื่อให้การ พูดคุยสันติสุข มี ตัวแทน ของทุกขบวนการ โดยเฉพาะ ปีกทางทหาร ของบีอาร์เอ็น ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการ พูดคุย และเป็นผู้ บงการ ให้มีการก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดความคืบหน้าล่าสุด คือการปฏิเสธจากดูลเลาะ แวมะนอ ด้วยการเดินทางออกจากประเทศมาเลเซียไปอาศัยอยู่ในประเทศอินโดนีเซียเป็นการ ชั่วคราว เพื่อรักษาหน้า และหาทางออกให้กับ ดาโต๊ะซัมซามิน ตัวแทนของรัฐบาลมาเลเซีย เพื่อจะให้ ตัวแทน เข้าร่วมประชุมแทน เพื่อที่จะไม่ต้องตัดสินใจในทุกเรื่องบนโต๊ะประชุม

นั่นหมายถึงการ ซื้อเวลา บนโต๊ะ พูดคุย ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของ ผู้กำกับการแสดง นั่นก็คือผู้แทนของรัฐบาลมาเลเซีย ซึ่งไม่ว่าจะเป็น ชาตินี้ หรือ ชาติไหน ก็จะไม่ยอมให้ กฎหมาย หรือ อำนาจ ในการ จัดการ กับขบวนการแบ่งแยกดินแดนเหล่านี้อย่างแน่นอน

และสาเหตุหนึ่งที่ผู้นำมาเลเซียเล่นบทบาทการ โอบอุ้ม ขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่เป็น เสี้ยนหนาม ตำเท้าของประเทศไทย คือ มาเลเซียเอง ก็อ่าน หมากกล ของฝ่ายไทยได้อย่างชัดเจนว่า ฝ่ายไทยเองก็ไม่มีความจริงใจในการ พูดคุย กับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนเหล่านี้ เพราะข้อเสนอของขบวนการแบ่งแยกดินแดนเป็นสิ่งที่ฝ่ายไทยรับไม่ได้ การเข้าสู่เวทีการ พูดคุยสันติภาพ ครั้งนี้ เป็นเพียงการ ซื้อเวลา ของฝ่ายไทย เป็นการ ยกระดับ ของฝ่าย ขบวนการ ซึ่งประเทศมาเลเซียมีความ ช่ำชอง ที่เห็นชัด และอ่านออกว่าเรื่องการ พูดคุยสันติสุข เป็นเรื่องการ นอนเตียงเดียวกัน แต่ฝันคนละเรื่อง เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นมาเลเซียจึงไม่ เปลืองตัว ที่จะใช้กฎหมายและอำนาจในการ จัดการ กับขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่มาเลเซียยังได้ประโยชน์จากการดำรงอยู่ของขบวนการทุกกลุ่ม

โดยหลักการ ซึ่งรัฐบาลอาจจะทำอยู่เงียบๆ หรือไม่ได้ทำเลย คือ การ ยุติ ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้ารัฐบาลมีหลักฐานที่แน่ชัดว่า มาจากขบวนการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งมีบีอาร์เอ็นเป็น แกนนำ และขบวนการบีอาร์เอ็นมีฐานที่มั่นในประเทศมาเลเซีย

วิธีการที่ถูกต้องคือการ เจรจา กับรัฐบาลมาเลเซีย เพื่อให้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะขบวนการที่อยู่ในประเทศมาเลเซีย และมาเลเซีย ชุบเลื้ยง เป็นภัยต่อประเทศไทย หาใช่การที่รัฐบาลจะต้องไป พูดคุย ทำความเข้าใจกับกลุ่ม มารา ปาตานี หรือกับ ดูลเลาะ แวมะนอ แต่อย่างใด เพราะที่ขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่ทำร้าย เข่นฆ่า คนไทยในแผ่นดินปลายด้ามขวาน ที่ทำได้ และอยู่ได้ เนื่องจากมี พี่เลี้ยง คือประเทศมาเลเซียเป็นผู้ อุปถัมภ์ ค้ำชูแต่...สุดท้ายแล้ว เชื่อเถอะ ไม่มีรัฐบาลไหนที่กล้าจะ พูดคุย เรื่องนี้กับผู้นำประเทศมาเลเซีย อย่าว่าแต่เรื่อง คอขาดบาดตาย อย่างนี้เลย แม้แต่เรื่อง อาชญากรรมข้ามชาติ เรื่องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ที่เป็นเรื่อง พื้นๆ วันนี้เรายังต้อง พูดคุยใต้โต๊ะ เพราะกลัวว่าการนำเรื่องเหล่านี้มาพูด บนโต๊ะ จะทำให้เสียบรรยากาศทางการเมือง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

เราเป็นประเทศที่มีมารยาท เรายอมรักษาบรรยากาศทางการเมือง โดยอาจจะยอมที่จะให้คนในแผ่นดินปลายด้ามขวานกลายเป็น เหยื่อ ของสถานการณ์ต่อไป และต่อไป เรายอมให้ประเทศมาเลเซีย ขี่คอ เราต่อไป จนกว่าจะเบื่อ และไม่ได้ประโยชน์จากขบวนการแบ่งแยกดินแดนแล้ว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่

เพราะฉะนั้น พี่น้องไทยที่ ปลายด้ามขวาน ต้อง ทำใจ และต้องช่วยตนเองให้อยู่กับความเลวร้ายในพื้นที่ให้ได้ด้วยความรู้และความสามารถของตนเอง.


แท็ก คณะรัฐบาล  

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ