คอลัมน์: รายงานพิเศษ: หน.เพื่อไทย-แคนดิเดตนายกฯ เส้นทางสุดารัตน์ไม่ราบรื่น

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พฤหัสบดีที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 00:00:02 น.

การเดินทางมาพักผ่อนฉลองเทศกาลตรุษจีนของทักษิณและยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ประเทศจีนและฮ่องกงในช่วงสัปดาห์นี้ ถูกโยงมาถึงข่าวแกนนำพรรคอดีต ส.ส.เพื่อไทย ต้องการความชัดเจนจากทักษิณในเรื่อง "หัวหน้าพรรคเพื่อไทย" แม้จะมีการปฏิเสธจากแกนนำพรรคเช่น ภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ที่      ร่อนแถลงการณ์ปฏิเสธความเคลื่อน ไหวในเรื่องการหาตัวหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ด้วยเหตุผลง่ายๆ ยังไม่ถึงเวลา แต่ก็มีเหตุที่ต้องขยายความ

เพราะด้วยความที่ "พรรคเพื่อไทย" เป็นพรรคใหญ่ การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นก็ยังถูกคาดหมายว่าจะชนะการเลือกตั้ง มี ส.ส.เข้ามามากที่สุด อย่าง "อีสานโพล" ของศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ขอนแก่น ที่เผยผลสำรวจหัวข้อ "คนอีสานกับการ (จะได้) เลือกตั้ง" ซึ่งสำรวจระหว่างวันที่ 2-4 ก.พ.2561 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,161 ราย ในภาคอีสาน 20 จังหวัด ซึ่งต้องไม่ลืมว่าภาคอีสานมี ส.ส.มากที่สุด

โดยผลสำรวจได้ถามว่า จะสนับสนุนพรรคการเมืองในการเลือกตั้งครั้งหน้า พบว่าอันดับหนึ่ง ร้อยละ 39.7 สนับสนุนพรรคเพื่อไทย รองลงมา ร้อยละ 26.9 เป็นกลุ่มรอ คือพรรคทางเลือกอื่นๆ หรือยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใด ตามมาด้วย ร้อยละ 10.4 สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 6.6 สนับสนุนพรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 3.4 สนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 0.9 สนับสนุนพรรคชาติไทยพัฒนา ร้อยละ 0.7 สนับสนุนพรรคชาติพัฒนา และร้อยละ 0.7 สนับสนุนพรรคพลังพลเมือง ขณะที่ร้อยละ 10.7 จะไม่ไปเลือกตั้งหรือไม่เลือกพรรคใด

ซึ่งผลสำรวจที่เพื่อไทยมีคะแนนนิยมในภาคอีสานมากที่สุดดังกล่าว ก็เป็นเรื่องที่ไม่เหนือความคาดหมายของหลายฝ่าย แม้แต่ คสช.เองก็ตาม

ความที่เพื่อไทยมีโอกาสสูงที่จะชนะการเลือกตั้ง อีกทั้งเป็นพรรคการเมืองที่มีกลุ่มก๊วนการเมืองมากมายหลายกลุ่ม โดยฐานเสียงใหญ่ บทบาทหลักของคนในพรรค จะอยู่ที่คีย์แมนซึ่งดูแลพื้นที่เลือกตั้ง "ภาคเหนือ-ภาคอีสาน" ซึ่งเป็นสองภาคที่พรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส.ในการเลือกตั้งแต่ละครั้งแบบเป็นกอบเป็นกำมาตั้งแต่ยุคไทยรักไทย-พลังประชาชน มาจนถึงพรรคเพื่อไทย แม้การเลือกตั้งบางครั้งคนของเพื่อไทยตั้งแต่ยุคไทยรักไทย-พลังประชาชน จะได้ ส.ส.ในพื้นที่ภาคกลาง-กรุงเทพ มหานคร เข้ามาจำนวนไม่น้อย แต่ด้วยพื้นที่-เขตเลือกตั้ง ยังไงก็ยังเทียบกับภาคเหนือ-อีสานไม่ได้

ด้วยเหตุนี้ทำให้ที่ผ่านมาบทบาท-สุ้มเสียงของแกนนำ-คีย์แมนเพื่อไทยสายอื่นๆ เช่น ภาคกลางกทม. หรือกลุ่มใกล้ชิดตระกูลชินวัตร- กลุ่มทุน ก็ยังเสียงดังสู้สายเหนืออีสานไม่ได้

เรื่องดังกล่าวจึงเป็นสาเหตุสำคัญเรื่องหนึ่งที่ทำให้ "บารมี-การยอมรับ" ในตัวของ "คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยสาย กทม." ยังไม่ได้รับเครดิตการยอมรับ แรงหนุน จากคนในพรรคเพื่อไทย ให้ขึ้นมาเป็นผู้นำพรรค-หัวหน้าพรรคเพื่อไทย หรือแม้แต่แคนดิเดตนายกฯ ของเพื่อไทย ที่จะประกาศชื่อตอนหาเสียงเลือกตั้ง เพราะยังมองว่า สุดารัตน์ ยังไม่สามารถแสดงฝีมือให้เห็นเป็นที่ยอมรับได้ ในการเป็นแม่ทัพใหญ่ให้กับเพื่อไทยในสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และสนามเลือกตั้ง ส.ส.กทม. ที่ฝ่ายเพื่อไทยแพ้ให้กับประชาธิปัตย์เกือบทุกแมตช์ แม้ต่อให้จะมีข่าวมาตลอดว่าตระกูล "ชินวัตร" ที่เป็นเจ้าของพรรคเพื่อไทยตัวจริงไฟเขียว-หนุนหลังสุดารัตน์แล้ว แต่ข่าวดังกล่าวพอคนเพื่อไทยตรวจสอบไปยังคนในตระกูลชินวัตรในบางโอกาส เช่น ตอนไปพบทักษิณที่ต่างประเทศ ก็พบว่าสัญญาณจากคนตระกูลชินวัตร โดยเฉพาะแม้แต่กับทักษิณก็ยังไม่ชัดเสียทีเดียว

โดยมีกระแสข่าวว่า เคยมีแกนนำพรรคเพื่อไทยบางคนเลียบๆ เคียงๆ ถามเรื่องผู้นำพรรคเพื่อไทยกับทักษิณ ตอนบินไปพบทักษิณที่ต่างประเทศ แต่ก็ไม่มีคำตอบใดๆ จากทักษิณ ซึ่งคำตอบที่ทักษิณมักจะบอกกับคนที่สอบถามเรื่องนี้ ก็จะออกมาในทำนองว่า "ยังเหลือเวลาอีกนานกว่าจะมีการเลือกตั้ง ยังไม่ต้องรีบตัดสินใจ รอให้ใกล้ๆ ก่อน ค่อยมาว่ากัน" เมื่อในพรรคเพื่อไทย นอกจากคนในพรรคทุกกลุ่ม ทุกก๊วน ก็ไม่หนุนเต็มตัว แถมยังจะมีแรงต้านเสียด้วยซ้ำ อีกทั้งสัญญาณจากคนตระกูลชินวัตร ทั้งทักษิณ-คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร-เจ๊แดง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ก็ไม่เคลียร์ว่าจะเอาอย่างไร

จากที่เคยคิดจะสู้ ดันตัวเองขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพื่อไปสู่การเป็นแคนดิเดตนายกฯ เมื่อจับกระแสต่างๆ ดูแล้ว เส้นทางในการขึ้นเป็นผู้นำพรรคไม่ใช่เรื่องง่าย

จึงอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ระยะหลังมีข่าวทำนองสุดารัตน์อาจเริ่มลังเลเสียแล้ว แต่จะถึงขั้นล้มเลิก เปลี่ยนใจ ไม่เอาแล้วกับเก้าอี้ผู้นำพรรคเพื่อไทย หลายกระแสข่าวจากคนเพื่อไทยบอกว่าคงยังไม่ถึงขั้นนั้น ช่วงนี้อยู่ระหว่างรอประเมินสถานการณ์และทิศทางลมก่อนว่าจะลุยหรือจะถอย.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง