คอลัมน์: ซุบซิบการบ้าน นินทาการเมือง

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 00:00:59 น.

"เปรมชัย เสือดำ" ไปแล้ว เจ๊บ้า"เบิ่น-หวยอลเวง 30 ล้านก็เริ่มชัด ใกล้จบ แต่ประเด็นของ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมยังไม่จบ ล่าสุด นางทิชา ณ นคร ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและเยาวชน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ยื่นรายชื่อที่รวบรวมผ่านทางเว็บไซต์ Change.org จำนวน 80,018 ชื่อถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อเรียกร้องให้ พล.อ.ประวิตรแสดงสปิริตด้วยการลาออกจากตำแหน่ง แต่ทั้งหมดคงเป็นเพียง "เสียงแผ่วเบา" ไปไม่ถึงเจ้าตัว เมื่อ "เสธ.ต้อง" พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ออกมาย้ำว่า "นายไม่ออก" โดยระบุยังมีประชาชนยอมรับในการทำงานด้านความมั่นคงของท่านอยู่

จังหวัดภายใต้โครงสร้างของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน) ตอนนี้กำลังเด้งรับ "ไทยนิยมยั่งยืน" ตามแบบฉบับ "โมเดลจีน" กันอย่างคึกคัก เพราะระดับนโยบายทั้งกระทุ้ง-ทั้งล้วง ให้ทันกับช่วงเวลาที่กำหนดไว้ตามแผน เห็นข้าราชการหน้าดำ-หน้าแดง เหล่าบรรดาลิ่วล้อ-หางเครื่อง ได้ทีออกมา "ตีกิน" โหนกระแสซื้อใจข้าราชการระดับล่าง หนึ่งในนั้นก็มี "วรชัย เหมะ"  อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ที่พกทฤษฎีขึ้นมาสัพยอก คสช.ว่า "เป็นประชาธิปไตยจอมปลอม" เพราะไปบอกแต่แนวทางที่รัฐบาลทำอยู่ เป็นการหาเสียงโดยเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นการเอาเปรียบพรรคการเมือง โดยเฉพาะข้าราชการที่ต้องลงพื้นที่...ฟังแล้วเหมือนหนังม้วนเก่าเมื่อคราว "เพื่อแม้ว"  ครองอำนาจ ไม่ผิดเพี้ยนกันเท่าไหร่

"แผนที่ประเทศ" จากการสร้างกลไกในการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มีความคืบหน้าเป็นระยะๆ  ล่าสุด "ปรเมธี วิมลศิริ" เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่ออนาคตของประเทศไทยในระยะ 20 ปี ระหว่างปี 2560-2579 เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มภาคีการพัฒนาในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศเกี่ยวกับร่างยุทธศาสตร์เบื้องต้นทั้ง 6 ด้าน และนำเสนอการจัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติเบื้องต้น และจะมีการประชุมครั้งสุดท้ายจัดขึ้นที่ภาคใต้ในวันที่ 22 ก.พ. ที่ จ.สงขลา จากนั้นจะนำความคิดเห็นทั้งหมดประมวลเสนอต่อคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 6 คณะ โดยวางกรอบระยะเวลาดำเนินการซึ่งเตรียมเสนอคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติในวันที่ 9 เม.ย. และนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในวันที่ 9 พ.ค. ก่อนที่จะนำเสนอให้ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาในวันที่ 8 ก.ค. และนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายในวันที่ 18 ก.ค.

แม้จะฉาบไปด้วยความเป็น "ไทยแลนด์ 4.0" ทว่าคนใน "เจนเนอเรชัน" อย่าง "ลุงตู่-ลุงป้อม" ย่อมเชื่อเรื่องโชคลางและศรัทธาเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นจะบอกว่า "ไม่แคร์-ไม่หวั่นไหว" คงกระไรอยู่ เหตุ "อ่างบัวแตก" จึงวิพากษ์วิจารณ์กันว่าเป็นลางร้ายของรัฐบาลรับตรุษจีน ถือเป็นลางไม่ดี แม้ "นายกฯ ลุงตู่"  จะเมินไม่สนใจเมื่อมีการติดโคมเต็งลั้งจำนวน 6 คู่บริเวณประตูทางเข้าออกโดยรอบทำเนียบรัฐบาล ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนในวันนั้น โดยมีคำอธิบายจาก พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า การติดโคมจีนดังกล่าวในทำเนียบรัฐบาลนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นผู้สั่งการผ่านทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินการประดับเพื่อความเป็นสิริมงคลและเพื่อร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีนกับคนไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทย นอกจากนี้ในอนาคตก็จะมีการพิจารณาในเทศกาลอื่นๆ ด้วย...แม้จะไม่ได้พูดเรื่องโชคลาง แต่ก็เป็นคำสั่งจาก "ลุงตู่" ชัดๆ นะ (จบข่าว).

บรรยายใต้ภาพ
พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ
วรชัย เหมะ
พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง