'ฉัตรชัย'รอด!อสส.ไม่ฟันเงินทอนวัด

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 00:00:48 น.

กรุงเทพฯ * เมื่อวันที่ 23 ก.พ. นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เปิดเผยผลการสั่งคดีฟอกเงินงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) หรือคดี เงินทอนวัดว่า เมื่อวันที่  1 ก.พ. พนักงาน สอบสวนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ได้ส่งสำนวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีตผู้อำนวยการ พศ. ซึ่งตัวยังหลบหนี, นายฉัตรชัย ชูเชื้อ ผู้อำนวยการ พศ. ซึ่งได้ประกันตัวในชั้นฝากขัง และนายสมเกียรติ ขันทอง  หรืออดีตพระครูกิตติพัชรคุณ อดีตเจ้าคณะอำเภอชนแดน จ.เพชรบูรณ์ และเจ้าอาวาสวัดลาดแค ซึ่งตัวถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 ก.พ.ซึ่งครบกำหนดการฝากขังวันสุดท้าย คณะทำ งานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตได้มีความเห็นสั่งฟ้องนายนพรัตน์ และอดีตพระครูกิตติพัชรคุณ ในความผิดฐานร่วมกันสมคบฟอกเงิน แต่นายนพรัตน์ได้หลบหนี พนักงานสอบสวนจึงออกหมายจับและให้ติดตามตัวผู้ต้องหามายื่นฟ้องภายในอายุความ 20 ปีนับจากวันเกิดเหตุ ส่วนนายฉัตรชัย คณะทำงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากหลักฐานยังไม่เพียงพอ โดยขั้นตอนอยู่ระหว่างส่งความเห็นดังกล่าวไปให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อทำความเห็นตามขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งหากเห็นแย้งก็จะต้องส่งสำนวนและความเห็นนั้นกลับมาให้อัยการสูงสุดพิจารณาชี้ขาดต่อไป

ภายหลังพนักงานอัยการยื่นฟ้องอดีตพระครูกิตติพัชรคุณ ศาลได้ประทับรับคำฟ้องไว้เป็นคดีดำ หมายเลข อท.38/2561 โดยศาลได้สอบคำให้การจำเลยในเบื้องต้นแล้ว จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลได้นัดพิจารณาและสอบคำให้การจำเลยในวันจันทร์ที่ 19 มี.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ทั้งนี้ญาติของอดีตพระครูกิตติพัชรคุณได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 700,000 บาทเพื่อขอปล่อยชั่วคราวในชั้นพิจารณาคดี  ขณะที่ศาลพิจารณาแล้วได้กำหนดวงเงินต้องยื่นหลักทรัพย์ 1.5 ล้านบาท แต่จนเมื่อสิ้นสุดเวลาทำการศาลในเวลา 16.30 น. ปรากฏว่าญาติของจำเลยไม่สามารถหาหลักทรัพย์ตามกำหนดได้ อดีตพระครูกิตติพัชรคุณจึงถูกคุมขังในเรือนจำต่อไป.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง