คอลัมน์: มองเมือง: ชมประเพณีนบพระ-เล่นเพลง พลิกฟื้นสีสันนครชากังราว

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 00:00:40 น.
สรณะ  รายงาน

จังหวัดกำแพงเพชร หรือ "นครชากังราว" เป็นเมืองหน้าด่านของอาณาจักรสุโขทัย ปัจจุบันเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่ง เพราะมีโบราณสถานเก่าแก่ซึ่งก่อสร้างด้วยศิลาแลงหลายแห่งรวมอยู่ใน "อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร" ที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2534

นอกจากความสำคัญเชิงประวัติศาสตร์แล้ว ยังมีวัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนานเช่น "ประเพณีนบพระ-เล่นเพลง"

ทั้งนี้ นางพัศลินทร์ เศวตรัตน์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสุโขทัย รับผิดชอบสุโขทัย กำแพงเพชร และอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 1-10 มีนาคม 2561 นี้ ทางจังหวัดกำแพงเพชรร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรและ ททท. จะจัดงานประเพณีนบพระ-เล่นเพลง และงานกาชาดจังหวัดกำแพงเพชรประจำปี 2561 บริเวณวัดพระบรมธาตุ (พระอารามหลวง) ตำบลนครชุม และบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองกำแพงเพชร และอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ระยะเวลารวมทั้งสิ้น 10 วัน 10 คืน เพื่อเป็นการพลิกฟื้นประเพณีท้องถิ่นให้กลับมามีชีวิตชีวาและสร้างสีสันให้กับนครชากังราว เมืองแห่งอารยธรรมมรดกโลก ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน ประจำปี 2561 ของ ททท.

ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุโขทัย กล่าวต่อว่า ประเพณีนบพระ-เล่นเพลง ถือเป็นประเพณีโบราณ จังหวัดกำแพงเพชรมีการรื้อฟื้นประเพณีนี้มาจัดขึ้นตั้งแต่ปี 2526 คำว่า "นบ" เป็นคำโบราณ แปลว่า "ไหว้" ดังนั้น การ "นบพระ" จึงหมายความว่า "ไหว้พระ"   สำหรับคำว่าเล่นเพลง คือ การละเล่นสนุกสนานพื้นบ้าน โดยมีการร้องเพลงพื้นบ้าน มีชายหญิงร่วมร้องและร่ายรำเป็นที่สนุกภายหลังจากได้ทำบุญทำกุศลแล้ว

โดยผู้มาร่วมงานจะได้สนุกกับกิจกรรมมากมาย ทั้งกิจกรรมทางศาสนา วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการส่งเสริมอาชีพของประชาชน ถือเป็นการเปิดเมืองกำแพงเพชรซึ่งเป็นเมืองมรดกโลกให้ผู้คนภายนอกได้รู้จักมากยิ่งขึ้น โดยมีกิจกรรมภายในงานที่น่าสนใจดังนี้

1.พิธีบวงสรวงอดีตกษัตริยาธิราช กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 1 มีนาคม 2561 เวลา 06.20 น. ณ วัดพระแก้ว อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เพื่อบวงสรวงอดีตบูรพมหากษัตริยาธิราชทุกพระองค์ ที่ทรงปกปักแว่นแคว้นต่างๆ ในสยามประเทศ ให้ธำรงอยู่ตราบจนถึงปัจจุบัน

2.กิจกรรมทำบุญตักบาตร และร่วมเวียนเทียน เนื่องในวันมาฆบูชา กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 1 มีนาคม 2561 เวลา 07.30 น. ณ วัดพระบรมธาตุ (พระอารามหลวง) ตำบลนครชุม เพื่อสืบสานงานประเพณีการทำบุญตักบาตร (ช่วงเช้า) และเวียนเทียน (ช่วงค่ำ) ในวันมาฆบูชา ซึ่งได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่อดีต เพื่อสืบทอดและธำรงพระพุทธศาสนา

3.ร่วมชมขบวนแห่นบพระ พระยาลิไท และเจ้าเมืองต่างๆ กำหนดจัดในวันที่ 1 มีนาคม 2561 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป เริ่มขบวนบริเวณที่ทำการไปรษณีย์ ผ่านวงเวียนต้นโพธิ์ ข้ามสะพานแม่น้ำปิงไปยังวัดพระบรมธาตุ (พระอารามหลวง) โดยขบวนแห่เป็นการ

จำลองเหตุการณ์ที่พระยาลิไทได้นำพระมเหสี เจ้าเมือง ข้าราชบริพาร และไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน เดินทางไปนบพระธาตุ และสักการะต้นศรีมหาโพธิ์ พระบวรธาตุเจดีย์นครชุมที่ทรงสร้างขึ้น ซึ่งขบวนแห่จะประกอบไปด้วยขบวนช้าง ม้า เสลี่ยงคานหาม พระยาลิไท พระมเหสี และเจ้าเมืองต่างๆ ในอดีต จัดขบวนแถวยิ่งใหญ่ตระการตา  โดยได้รับเกียรติจากผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ปลัดจังหวัดกำแพงเพชร นายอำเภอทุกอำเภอ ร่วมขบวนแห่ แสดงเป็นเจ้าเมืองสำคัญต่างๆ ด้วยตัวเอง

4.ร่วมชมพิธีเปิดและการรำพุทธบูชา 3,000 คน  ในวันที่ 1 มีนาคม 2561 เวลาประมาณ 19.00 น. ณ วัดพระบรมธาตุ (พระอารามหลวง) ตำบลนครชุม บริเวณด้านหน้าพระบรมธาตุเจดีย์ ฝั่งแม่น้ำปิง พร้อมร่วมชมการรำพระพุทธบูชา 3,000 คน รอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์ เพื่อเฉลิมฉลององค์พระบรมธาตุเจดีย์ อายุครบ   661 ปี ซึ่งการรำพุทธบูชานี้จัดขึ้นเป็นปีแรกของจังหวัดกำแพงเพชร โดยผู้รำจะแต่งกายด้วยชุดนุ่งขาวห่มขาว ทัดดอกไม้สีขาว สวมสไบสีเหลืองประดับเข็มที่ระลึกงานประเพณี

ทั้งนี้ จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ตามหลักศิลาจารึก หลักที่ 3 (จารึกนครชุม) ได้บันทึกไว้ว่า พระยา

ลิไท แห่งราชวงศ์สุโขทัย โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระบรมธาตุเจดีย์เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และปลูกพระศรีมหาโพธิ์จากลังกา ที่วัดพระบรมธาตุเจดียาราม เมื่อปี พ.ศ.1900 ซึ่งเดิมเป็นพระเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ (ดอกบัวตูม) 3 องค์ ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน เพื่ออุทิศถวายพ่อขุนศรีอินทราทิตย์องค์หนึ่ง พ่อขุนรามคำแหงองค์หนึ่ง และพระเจดีย์ประจำรัชกาลอีก 1 องค์ รวมทั้งได้นำพระบรมสารีริกธาตุ 9 องค์ไว้ในพระเจดีย์องค์กลาง โดยภายหลังอาณาจักรได้เสื่อมถอยไปตามกาลเวลา จนกระทั่งได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ จนกลายเป็นเจดีย์สำคัญคู่บ้านคู่เมืองกำแพงเพชรจนถึงปัจจุบัน

5.ชมการแสดง แสง สี เสียง ย้อนรอยประวัติศาสตร์เมืองกำแพงเพชร ซึ่งกำหนดจัดแสดงจำนวน 2 วัน คือวันที่ 2 และ 3 มีนาคม 2561 เวลาประมาณ 18.00 น. เป็นต้นไป บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร รับชมเรื่องราวประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมืองกำแพงเพชร ตั้งแต่ยุคก่อตั้ง สู่ยุครุ่งเรือง ผ่านการแสดงแสง เสียง ที่มีฉากหลังเป็นโบราณสถานอันสวยงาม ซึมซับมนต์ขลังของอดีตกาล

ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุโขทัย กล่าวต่อว่า ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ กิจกรรมการแสดงและการประกวดด้านศิลปวัฒนธรรม นิทรรศการหมู่บ้านวัฒนธรรมจาก 11 อำเภอ และหมู่บ้านชาติพันธุ์ชนเผ่ากะเหรี่ยง (ปกาเกอะญอ), กิจกรรมรถนำเที่ยว, ชิม-ช็อปอาหารพื้นบ้านและสินค้าพื้นเมือง ทั้งสินค้า OTOP และสินค้ามาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน และร่วมลุ้นโชค ลุ้นรางวัล สนุกสนานกับกิจกรรมสลากกาชาดและมัจฉากาชาด

นอกจากความรุ่งเรืองทางด้านประวัติศาสตร์เชิงวัฒนธรรมที่หลากหลายแล้ว จังหวัดกำแพงเพชรยังมีธรรมชาติป่าเขา น้ำตกอันงดงาม เช่น อุทยานแห่งชาติแม่วงก์, อุทยานแห่งชาติคลองลาน, วัดป่าธรรมธารา, แก่งผาคอยนาง, วัดพระแก้ว และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ  อีกมากมาย

"จังหวัดกำแพงเพชร หรือนครชากังราว เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่เปี่ยมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ รวมทั้งมีแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ มากมายที่คนภายนอกอาจจะยังไม่ค่อยรู้จัก แต่เชื่อว่าทุกคนที่มีโอกาสเดินทางมาจะเกิดความภาคภูมิใจในความเป็นชาติไทย ขณะเดียวกันก็ได้รับทั้งความรู้และความสุขกลับออกไปอย่างแน่นอน" ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานสุโขทัย กล่าวปิดท้าย

ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจังหวัดกำแพงเพชร โทรศัพท์ 0-5570-5005-7 และ ททท. สำนักงานสุโขทัย รับผิดชอบสุโขทัย กำแพงเพชร และอุตรดิตถ์ โทรศัพท์ 0-5561-6228-9 หรือ

1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย และเว็บไซต์ www.tourismthailand.org/sukhothai, E-mail tasukho@tat.or.th
ททท.ชวนประกวดถ่ายภาพ 'มหัศจรรย์เมืองไทย เก๋ไก๋ทุกมุมมอง'

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานงานแถลงข่าว "โครงการประกวดภาพถ่ายเพื่อจัดทำปฏิทิน ททท. ประจำปี 2562" ในหัวข้อ "มหัศจรรย์เมืองไทย เก๋ไก๋ทุกมุมมอง" เพื่อเปิดโอกาสให้ช่างภาพทั้งมืออาชีพและสมัครเล่นจากทั่วประเทศไทย มีส่วนร่วมนำเสนอภาพถ่ายแหล่งท่องเที่ยวในมุมมองใหม่ผ่านปฏิทินท่องเที่ยวประเทศไทย โดยปฏิทิน ททท. ถือเป็นสื่ออีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ สร้างความประทับใจ รวมถึงประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวไทยให้เป็นที่รับรู้ต่อนักท่องเที่ยวทั่วโลกเป็นประจำทุกปี

ในปีนี้ ททท.จึงร่วมกับสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดำเนินโครงการประกวดภาพถ่ายเพื่อจัดทำปฏิทิน ททท. ประจำปี 2562 ในหัวข้อ "มหัศจรรย์เมืองไทย เก๋ไก๋ทุกมุมมอง" โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนไทยส่งผลงานภาพถ่ายท่องเที่ยวไทยในหลายรูปแบบ อาทิ การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ การท่องเที่ยวทางน้ำ การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยวชุมชน การท่องเที่ยวเชิงอาหาร การท่องเที่ยวเชิงกีฬา กิจกรรมหรืองานประเพณี และแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นสิ่งปลูกสร้างในยุคใหม่ เข้าประกวดเพื่อคัดเลือก 13 ภาพ สำหรับจัดทำทั้งในรูปแบบปฏิทินแขวน ตั้งโต๊ะ และดิจิทัล แจกจ่ายเผยแพร่ไปทั่วโลก

ทั้งนี้ ประชาชนทั่วไปสามารถส่งภาพถ่ายเข้าประกวดได้ ตั้งแต่วันที่ 1-30 เมษายน 2561 (สิ้นสุดเวลา 18.00 น.) โดยรางวัลชนะเลิศทั้ง 13 รางวัล จะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ 11 รางวัล จะได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท และรางวัลชมเชย 100 รางวัล จะได้รับรางวัลเป็นสมาชิกอนุสาร อ.ส.ท. ฟรี 1 ปี นอกจากนี้ ททท.ยังได้เตรียมนำภาพที่ได้รับรางวัลทุกภาพมาจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายร่วมกันอีกด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท. www.tourismthailand.org/tatphotocontest2018 และ Facebook : www.facebook.com/TATPhotographSection โทรศัพท์ 0-2250-5500 และ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง