คอลัมน์ไทยโพสต์: 'คณะกรรมการสรรหา'ต้องสำนึกรู้รับผิดชอบ

ข่าวทั่วไป 23 เมษายน พ.ศ. 2561 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

อาจจะไม่มีคำจำกัดความอย่างเฉพาะเจาะจงสำหรับ "คณะกรรมการสรรหา" แต่ภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของคนที่เป็น "คณะกรรมการสรรหา" นับว่ามีความสำคัญตามนัยของตำแหน่ง และหน่วยงานที่ต้อง การสรรหาบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือคณะบุคคล ตลอดจนคณะทำงานเพื่อเข้าไปบริหารจัดการกิจการ หรือธุรกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งตามนโยบาย รวมทั้งตามที่กฎหมายได้กำหนดและบัญญัติไว้

เพราะคณะกรรมการสรรหาเป็นกระบวนการแรกที่จะ ตรวจสอบ กลั่นกรองบุคคลหรือกลุ่มบุคคลให้เข้าไปดำรงตำแหน่งหรือรับผิดชอบในหน้าที่ใดหน้าที่หนึ่ง จึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่คณะกรรมการสรรหาต้องมีความรู้ความสามารถ ความละเอียด รอบคอบ ตลอดจนต้องมีความซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรงไปตรงมา และมีจริยธรรมสำนึกในความรับผิดชอบเพื่อที่จะเลือกคนให้เหมาะกับงาน หรือตำแหน่งที่ได้รับมอบหมายให้สรรหา

บุคคลใดที่ได้ชื่อว่าเป็นคณะกรรมการสรรหา จึงมักได้รับการยกย่องชื่นชมว่า ต้องมีคุณสมบัติที่ดีไม่มากก็น้อย ถึงขั้นที่ได้รับความไว้วางใจมอบหมายให้เป็นผู้คัดสรรบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเข้าไปกระทำกิจการใดกิจการหนึ่ง หรือดำรงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง โดยเฉพาะคณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ และตำแหน่งหัวหน้างาน ผู้บริหารองค์กรต่างๆ เพื่อรับผิดชอบในการบริหารจัดการบ้านเมืองด้านใดด้านหนึ่ง ในฐานะตัวแทนของประชาชนทั้งประเทศ เพราะผู้ผ่านการสรรหาคนนั้นคือผู้บริหารผลประโยชน์ของส่วนรวมและกำหนดทิศทางในการดำเนินกิจการใดๆ ตามที่กฎหมายกำหนดนั่นเอง

เมื่อเกิดกรณีที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. มีมติเสียงข้างมาก 118 คะแนนต่อ 25 ไม่เลือกรายชื่อผู้สมควรได้รับเลือกเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามที่คณะกรรมการสรรหาเสนอมาให้ สนช. โดยพบว่ามีปัญหาด้านคุณสมบัติและความประพฤติรวม 8 คน ซึ่งอาจขัดกับมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 ..จึงปฏิเสธไม่ได้ที่จะต้องตอบคำถามว่า คณะกรรมการสรรหา กสทช.ที่มีนายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี เป็นประธานนั้น ทำหน้าที่ของตัวเองบกพร่องผิดพลาดหรือไม่และอย่างไร

คณะกรรมการสรรหา กสทช. ประกอบด้วย นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี ประธานกรรมการสรรหา, พลเอกวิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน, นายสุทธิโชค เทพไตรรัตน์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา, นายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการ ป.ป.ช., นางอรพิน ผลสุวรรณ์ สบายรูป กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน, นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และนายวิษณุ วรัญญู รองประธานศาลปกครองสูงสุด สมควรจะต้องมีคำอธิบายกับสังคมด้วยหรือไม่ กับการเททิ้งผู้ผ่านการสรรหา กสทช.ทั้ง 7 ด้าน 14 คน ของ สนช. หรือจะปล่อยให้ข้อครหาจากคลิปเสียงหลุดกรณี "ใบสั่ง" โหวต กสทช.เป็นคำตอบสุดท้ายให้สังคมถกเถียงและวิพากษ์วิจารณ์กันแบบไม่รู้จบ

กรณีที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ความผิดของผู้สมัคร และผู้ผ่านการสรรหาจนถึงขั้นนำเข้าไปพิจารณาในที่ประชุม สนช.เมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมาแน่นอน หลังจากมีกระบวนการในการทำงานของคณะกรรมการสรรหามาเป็นเวลานานกว่า 3 เดือน ซึ่งประธานกรรมการสรรหา นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรีเองก็ได้กำหนดกติกามารยาทในการทำงานของคณะกรรมการสรรหาภายใต้กฎหมายและประกาศให้สาธารณชนทราบ อาทิ ข้อ 11 ก่อนการพิจารณาเพื่อคัดเลือกผู้สมัคร ให้กรรมการสรรหาทุกคนกรอกแบบ แสดงความสัมพันธ์กับผู้สมัคร เพื่อบันทึกเป็นหลักฐาน และยังมีการกำหนดวิธีการในการทำงานด้วย

เป็นสถานการณ์ที่น่าสนใจและน่าสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่า คณะกรรมการสรรหาจะไม่ออกมาแสดงความรับผิดชอบหรืออธิบายต่อสาธารณะในประเด็นปัญหาที่ สนช.หยิบยกมาเป็นความชอบธรรมในการเททิ้งไม่ให้ผู้ผ่านการสรรหาแม้แต่คนเดียวได้รับการคัดเลือกเลย ...และขอตั้งข้อสังเกตว่า หากคณะกรรมการสรรหานิ่งเฉยและเห็นเป็นธุระไม่ใช่อีกต่อไป ด้วยข้ออ้างว่าอำนาจในการตัดสินใจเป็นเรื่องของ สนช. ต่อไปเราจะมีคณะกรรมการสรรหาไปทำไมให้เสียเวลาและเสียงบประมาณแผ่นดิน.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ