คอลัมน์: ท่านขุนน้อย: 4 ปีที่ผ่านไป...กับอีก 4 ปีในอนาคตเบื้องหน้า

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พุธที่ 23 พฤษภาคม 2561 00:00:17 น.
ณ ลีลาแห่บุปผากระบี่

มากันแค่หลักร้อย...เห็นว่า ตกประมาณ 300-400 ราวๆ มนั้น ยังไงๆ มันคงลำบาก ยากที่จะบรรลุจุดมุ่งหมาย ได้ตามที่ปรารถนาและต้องการอยู่แล้วแน่ๆ สำหรับบรรดากลุ่มคนที่ อยากจะเลือกตั้ง ทั้งหลาย เจอกับตำรวจที่มากันระดับเป็นหลักพัน หรือประมาณ 2,000 นาย เป็นอย่างน้อย ม็อบทั้งหลายก็เลยต้องติดแหง็กอยู่ภายในธรรมศาสตร์ ไม่สามารถขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวตามใจปรารถนาได้เลยแม้แต่น้อย...

ยิ่งต้องเจอกับ ฝนค้างฟ้า ตกลงมาในระดับหูดับ-ตับไหม้ ทั้งหนัก ทั้งนาน นับเป็นชั่วโมงๆ ความพยายามเสกสรร ปั้นแต่ง ให้บรรยากาศการประท้วง การชุมนุม หวนคืนกลับมาคึกคัก โครมคราม ให้จงได้ มันเลยออกไปทางเปียกๆ แฉะๆ กระสุนด้าน ยิงยังไงก็ยิงไม่ออกไปด้วยประการฉะนี้ และนั่นก็คงทำให้รัฐบาล คสช.ท่านสามารถถอนหายใจ โล่งอก โล่งคอ ไปได้ตลอดจนถึงสุดท้ายปลายทางของ โรดแมป นั่นแหละ เพราะอย่างที่เคยว่าๆ เอาไว้แล้วว่า...โดย เงื่อนไข และ เหตุปัจจัย มันคงไม่ถึงขั้นที่จะนำไปสู่การหักโค่น ล้มคว่ำ ทำลาย กันได้เลย...

จนกว่าการเลือกตั้งปีหน้า...จะผ่านพ้นไปเรียบโร้ยย์ย์ย์แล้วนั่นแหละ แนวโน้มที่จะส่งผลให้เกิด  เงื่อนไข และ เหตุปัจจัย อันจะนำไปสู่ความสุกงอม ไม่ต่างไปจาก ทุเรียนภูเขาไฟ ลูกละแสนห้า  มันถึงมีโอกาสเป็นไปได้ขึ้นมามั่ง โดยเฉพาะถ้าหากหัวหน้ารัฐบาล คสช. อย่างท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ที่อยู่ยาวมาแล้ว 4 ปี ท่านต้องการที่จะอยู่ต่อ อยู่ยาวว์ว์ว์ ไปเป็น 8 ปี หรือ 20 ปี ก็แล้วแต่อันนั้นนั่นแหละ...ที่มันจะเริ่มส่งกลิ่นหอมหวน รัญจวนใจ เรียกให้ผู้คนอยากฉีกทุเรียน บิ๊กตู่ ในระดับหลักหมื่น หลักแสน หรืออาจจะหลักล้านได้อีกครั้ง อีกครา...

เพราะไม่ว่ารัฐบาลไหนต่อรัฐบาลไหน...ถ้าลองอยู่ยาวมานานถึง 4 ปี ความรัก ความหลงใหล แบบชนิดพร้อมจะแหกทวารดม มันย่อมต้องลดๆ ย่อมต้องเสื่อมลงไป ตามธรรมชาติทางอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนอย่างมิอาจปฏิเสธได้ ยิ่งเป็นอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนใน สังคมไทย ด้วยแล้ว ที่แม้จะ รักง่าย แต่ค่อนข้าง หน่ายเร็ว อย่างเป็นพิเศษ ถึงจะแต่งเพลง แต่งกลอน อีกซักกี่บท ต่อกี่บท โอกาสที่จะดำรง รักษา ความรัก ความศรัทธา ความไว้วางใจ ให้ต่อเนื่อง ยาวนาน เหมือนอย่างที่โพลบางโพลเขา ชง ให้ มันออกจะ ขัดธรรมชาติ อยู่แล้วแน่ๆ ด้วยเหตุนี้...บรรดาผู้ต้องการจะเห็นความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ให้สามารถดำเนินต่อเนื่องสืบไปได้อีกนานเท่านาน ควรต้องหาทาง คิดใหม่-ทำใหม่ ควบคู่ไปด้วย มากกว่าจะยึดเอา บิ๊กตู่ เป็นสรณะไปในทุกเรื่อง ทุกราว ทุกขั้นตอนและทุกๆ ช่วงของเหตุการณ์...

แม้ว่าตัวของ บิ๊กตู่ เอง...ท่านจะรู้สึกว่า 4 ปี...แค่แว็บเดียว ยังอยากทำอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย เยอะแยะ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าโดยความรู้สึกของ ผู้อื่น ที่น่าจะมีจำนวนไม่น้อยอยู่เหมือนกัน อาจรู้สึกว่ามันออกจะยืดเยื้อ ยาวนาน พอกับ 40 ปีเอาเลยก็เป็นได้ และอะไรที่เคยได้ทำๆ ไปแล้ว ก็มีอีกหลายรายต่อหลายราย ที่มันดันคิดว่าไม่ได้ทำอะไรเลย นั่งเถียงกันเรื่อง เสียของ หรือ ได้ของ ยังไม่แล้วเสร็จจนตราบเท่าทุกวันนี้ ดังนั้น...การคิดจะทำอะไรต่อมิอะไรที่ยังมีอยู่อีกเยอะแยะ มากมาย มันคงต้องอาศัยบรรยากาศที่เอื้ออำนวยให้อย่างเป็นพิเศษ จะไปใช้บรรยากาศเดิมๆ กรรมวิธีเดิมๆ มันไม่น่าจะเหมาะ หรือไม่น่าจะสอดคล้องกับความเป็นไปของสถานการณ์มากมายซักเท่าไหร่...

แต่ก็นั่นแหละ...ในเมื่อ บิ๊กตู่ ท่านก็ดูจะลงเรี่ยว ลงแรง เอาไว้เยอะแล้ว คว้าใครต่อใครออกมาจาก บ่อเกรอะ ชนิดเต็มไม้ เต็มมือกันไปหมด การ คิดใหม่-ทำใหม่ ที่ว่า มันจึงจะไป หักพร้าด้วยด้ามเข่า หรือไปเหนี่ยว ไปรั้ง มากมายจนเกินไป มันคงไม่ต่างไปจาก มือไม่พาย-แต่เอาตีนราน้ำ อะไรทำนองนั้น ซึ่งกลับจะก่อให้เกิดแรงเสียดสี เสียดทาน ขึ้นมาใหม่โดยใช่เหตุ สู้ปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปโดยธรรมชาติ ไปจนสุดสาย สุดป่าน ของมันแล้วนั่นแหละ ถึงค่อยๆ สาว ค่อยๆ ดึง ให้กลับคืนมาสู่ ความสมดุล มันถึงจะเป็นไปได้ โดยไม่ถึงกับฉิบหาย วายวอด กันซักเท่าไหร่นัก...

แต่ยังไงๆ...ก็คงต้องเตรียมการเอาไว้ซะแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะการกำหนดระยะห่าง ระยะเคียง ระหว่าง ตัวตนของปัจเจกบุคคล กับ สถาบันและองค์กร ไม่ให้พัวพันใกล้ชิดแบบอีนุงตุงนังจนเกินไป  หรือห่างไปแบบไม่สามารถเห็นหน้า เห็นหลัง อะไรได้เลย คือไม่ว่าตัวบุคคลจะเสื่อมโทรมลงไป ด้วยเหตุไหน อย่างไร หรือในช่วงระยะไหนก็ตาม แต่ชาติบ้านเมืองยังคงต้อง เดินหน้า ต่อไป อย่างมิอาจชะงักรั้งได้โดยเด็ดขาด พูดง่ายๆ ว่า...ไม่ว่า พงศาวดาร 3 ก๊ก จะสู้กันไปถึงขั้นไหน แบบไหน แต่ที่สำคัญก็คือ ก๊กที่ 4  นั่นแหละ ที่จะต้องหาทางควบคุม คอนโทรล ให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปเพื่อ ส่วนรวม เพื่อ ผลประโยชน์แห่งชาติ เป็นที่ตั้งให้จงได้...

ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Tsutomu Shimomura ... "We call things we don't understand  complex, but that means we haven't found a good way of thinking about them.- เราเรียกสิ่งที่เราไม่เข้าใจว่าความซับซ้อน ทั้งที่จริงๆ แล้ว มันหมายถึงเรายังไม่พบวิธีคิดที่เหมาะสมสำหรับสิ่งเหล่านั้นต่างหาก..."

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง