คอลัมน์: ไทยโพสต์: จัดระเบียบวงการสงฆ์ ก่อนเกิด 'วิกฤติศรัทธา'

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 26 พฤษภาคม 2561 00:00:54 น.

พันตำรวจโทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แจ้งความร้องทุกข์เอาไว้กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ป.) ก่อนหยุดยาวสงกรานต์ว่า มีพระผู้ใหญ่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด ไล่ตั้งแต่พระพรหมสิทธิ หรือ เจ้าคุณธงชัย เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร พระพรหมดิลก หรือ เจ้าคุณเอื้อน เจ้าอาวาสวัดสามพระยา และพระพรหมเมธี หรือ เจ้าคุณจำนงค์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ที่เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.)

ความคืบหน้าของคดี นับแต่พันตำรวจโทพงศ์พรแจ้งความต่อ ป.ป.ป. มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว โดยเฉพาะการส่งสำนวนไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ในเย็นวันที่ 11 เมษายน วันเดียวกันกับที่รับเรื่องจากผู้อำนวยการ พศ. และเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งเงินทอนวัดมาเป็นระยะ โดยเฉพาะการเข้าตรวจค้นบ้าน ร้อยโทฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา สังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) กองบัญชาการกองทัพไทย ภายในซอยมิสทีน เขตสะพานสูง เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังพบว่ามีการโอนเงินจากบัญชีพระผู้ใหญ่ไปให้ นางสาวนุชรา สิทธินอก แม่บ้านที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว จำนวน 25 ล้านบาท

จากจุดนั้น ทำให้เห็นจุดเชื่อมโยงกับพระผู้ใหญ่ 1 รูป ที่ถูกกล่าวหาคดีเงินทอนวัด จากนั้นแค่ 3 วัน ในวันที่ 19 พฤษภาคม กองปราบปรามได้เข้าตรวจค้นบ้านหลังใหญ่ ย่านบางกรวย จ.นนทบุรี หลังพบว่าผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ได้รับเงินโอนเข้าบัญชี จำนวน 5 ล้านบาท จาก พศ. กองปราบปรามใช้เวลาเพียงเดือนเศษ ก่อนที่จะเปิดปฏิบัติการตรวจค้น 3 วัดดัง ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา สิ่งที่น่าสนใจนับจากนี้ นอกจากรูปคดีที่กองปราบปรามดำเนินการคือ สถานะของพระผู้ใหญ่ทั้ง 3 รูป ใน มส. หลังคดีคืบหน้าถึงขั้นต้องฝากขัง และประกันตัว โดยตรงนี้ถือเป็นพระราชอำนาจของสมเด็จพระสังฆราช ตาม พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ปี 2535

ขณะที่ในการประชุมพระสังฆาธิการทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม สมเด็จพระสังฆราชทรงประทานพระโอวาทตอนหนึ่งว่า พระสังฆาธิการที่มาประชุมในที่นี้ย่อมทราบดีว่า เป็นเจ้าพนักงาน ตามกฎหมายในกฎหมายของบ้านเมือง ถ้าบุคคลใดมีตำแหน่งหน้าที่เป็นเจ้าพนักงาน ก็ย่อมอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกันคือ ถ้าปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ บุคคลผู้เป็นพนักงานย่อมต้องได้รับผลร้ายตามกฎหมายของบ้านเมืองอย่างไม่มีข้อยกเว้น

วันเดียวกัน คอมมานโดกองปราบปราม จำนวน 1 กองร้อย ได้ควบคุมตัวพระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จังหวัดนครปฐม ไปขออำนาจศาลอาญารัชดาฯ ฝากขัง ในความผิด 2 ข้อหา คือ ปล้นทรัพย์ กับเป็นหัวหน้าอั้งยี่ ซ่องโจร ซึ่งเป็นความผิดที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 ขณะที่มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่ม กปปส. พร้อมแจ้งข้อหาเพิ่มเติมคือ แอบอ้างใช้พระปรมาภิไธย ภปร. และ ส.ก. กรณีสร้างพระเครื่องพระนาคปรก รุ่นหนึ่งในปฐพี ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 250 และ 252 ด้วย

ทั้งนี้ การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำการกวาดล้างใหญ่ กับพระผู้ใหญ่และพระชื่อดังในวันเดียวกัน ย่อมถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีไฟเขียวให้ดำเนินการอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด  โดยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติไม่ต้องกลัวว่าการทำงานครั้งนี้จะเจอตอ และจะได้รับผลกระทบในหน้าที่การงานของตัวเองในอนาคต เพราะจะว่าพระที่ถูกจับกุมในข่าวล้วนมีแบล็กที่ดี หากไม่ได้รับสัญญาณใดๆ เจ้าหน้าที่คงไม่แอคชั่น กันพรึ่บพรั่บยิ่งกว่าจับโจร หรือนักการเมืองหนีคดีที่ทุจริตคิดคดโกงบ้านโกงเมืองอย่างที่ออกมาเป็นคลิป

ไม่อาจปฏิเสธว่าปฏิบัติการที่เกิดขึ้นคือจุดเริ่มต้นของการจัดระเบียบวงการผ้าเหลือง ที่กำลังเกิดวิกฤติศรัทธาจากสังคมเป็นอย่างมาก ทั้งพุทธพาณิชย์ ลัทธิ ไสยศาสตร์ เครื่องราง ของขลัง การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองโดยไม่ใช่กิจของสงฆ์ จนมีการร้องทุกข์กล่าวโทษจนกลายเป็นคดีความ นำไปสู่การจับกุมดำเนินคดี รวมไปถึงการหนีการควบคุมตัวของพระผู้ใหญ่ กลายเป็นข่าวใหญ่โตเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

ตามความหมายของพระสงฆ์ ระบุว่า หมู่สาวกของพระพุทธเจ้า ผู้ซึ่งฟังคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าแล้วเลื่อมใส สละเรือนออกบวช ถือวัตร ปฏิบัติ ตามพระธรรมวินัยที่พระบรมศาสดาสั่งสอนและกำหนดไว้ แต่ในปัจจุบัน ภาพของพระสงฆ์ และวัฏปฏิบัติที่ไหลไปตามโลกที่หมุนด้วยลัทธิบริโภคนิยม ทุนนิยม แวดล้อมไปด้วยสิ่งเร้าที่หนักหน่วงกว่าในอดีต จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่พระสงฆ์ในยุคใหม่ยิ่งต้องทำจิตใจที่ตั้งมั่น อดทนต่อกิเลส ไม่ไหลลงที่ต่ำ เพราะในฐานะที่เป็นตัวแทนในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา มีผู้คนกราบไหว้ นับถือ ยิ่งต้องระมัดระวังและดำรงตนให้เป็นที่เลื่อมใส ศรัทธา นำศาสนาเข้าสู่พุทธศาสนิกชน เพื่อความสงบ ร่มเย็นในจิตใจ

ปฏิบัติการตั้งต้น ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นการจัดระเบียบสงฆ์ อาจถูกมองว่าเป็นเรื่องการเมือง เลยไปถึงการกลบข่าวการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งในช่วงครบรอบ 4 ปีการรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แต่อีกนัยหนึ่ง น่าจะเป็นการส่งสัญญาณให้วงการสงฆ์ได้ปฏิรูปและจัดระเบียบกันเอง โดยใช้วาระก่อนวันวิสาขบูชา ในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ เป็นช่วงเบิกฤกษ์ก่อนที่จะเข้าสู่สัปดาห์พระพุทธศาสนา วันที่พุทธศาสนิกชนสวดมนต์ ไหว้พระ ตักบาตร เวียนเทียน ด้วยจิตใจที่ใสสะอาด ไร้ข้อกังขากับพระสงฆ์ของประเทศไทย.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง