ข่าวอินโฟเควสท์
21:02 ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงเกือบ 200 จุด บ่งชี้วอลล์สตรีทปรับตัวลง หุ้นเซมิคอนดัคเตอร์ฉุดตลาด   ดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้าร่วงลงเกือบ 200 จุดในวันนี้ บ่งชี…
20:32 โฆษกนายกฯอังกฤษชี้ภาคธุรกิจต่างให้การสนับสนุนร่างข้อตกลง Brexit   โฆษกของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า ภาคธุรกิจของอังกฤษต่างก็ให้…
20:16 อิรักเผยสามารถเริ่มต้นส่งออกน้ำมันจากแหล่งใกล้เมืองเคอร์คุกแล้ว   กระทรวงน้ำมันของอิรักเปิดเผยว่า อิรักได้เริ่มต้นส่งออกน้ำมันที่ผลิตจากบ่อน้ำม…
19:47 แหล่งข่าวเผย"แอปเปิล"ทำข้อตกลงกับ A24 ผลิตภาพยนตร์ให้กับบริษัท   แหล่งข่าวระบุว่า บริษัทแอปเปิล อิงค์ได้ทำข้อตกลงกับบริษัท A24 ซึ่งเป็นบริษัทใน…
19:24 "แลร์รี่ ซัมเมอร์ส"คาดสหรัฐมีโอกาส 50% เผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยในอีก 2 ปี   นายแลร์รี่ ซัมเมอร์ส อดีตรัฐมนตรีคลังสหรัฐ คาดการณ์ว่า สหรัฐมีโอกาส 5…

คอลัมน์: อาทิตย์เอกเขนก: 'อิตาลี'สวรรค์ของนักท่องเที่ยว

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม 2561 00:00:27 น.

เมื่อพูดถึง "อิตาลี" ทุกคนคงนึกถึงมิลาน หรือโรม ซึ่งอาจจะลืมไปว่าอิตาลียังมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมาช้านาน อย่างเช่น ปอมเปอี (Pompeii) โดยมีประวัตินำมาซึ่งโศกนาฏกรรมแห่งเมืองภูเขาไฟ ความรุ่งเรืองที่ล่มสลายลงในชั่วพริบตา เหลือทิ้งไว้เพียงซากปรักหักพัง น้อยคนนักจะไม่เคยได้ยินเรื่องราวของปอมเปอี เมืองมรณะที่คร่าชีวิตคนนับหมื่นแบบฝังทั้งเป็นเพราะลาวาภูเขาไฟ ภูมิหลังปอมเปอี

ปัจจุบัน "ปอมเปอี" กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศอิตาลี และได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ.1997 มีนักท่องเที่ยวมาเยือนเมืองแห่งนี้มากกว่า 2 ล้านคนต่อปี และมีภาพยนตร์มากมายที่เล่าถึงเรื่องราวต่างๆ ของเมือง ใครสนใจไปหามาชมกันได้

นอกจากสถานที่ทางประวัติศาสตร์ อิตาลียังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามอีกมากมาย ที่รอให้เหล่านักเดินทางไปสัมผัสความสวยงาม เริ่มจาก Positano (โพสิตาโน) เมืองเล็กๆ ริมชายฝั่งทะเลทางใต้ของอิตาลี ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีบ้านเก่าๆ คลาสสิก ที่มีสีสันสดใสไล่ตามภูเขาลดหลั่นกันไป ทางไปค่อนข้างเวียนหัว เพราะเป็นถนนไปตามไหล่เขา มีโค้งเยอะจนเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้สำหรับคนเมารถ

หลังชื่นชมกันจนหนำใจก็สมควรแก่เวลา มุ่งหน้าเดินทางสู่ เมืองนาโปลี ปัจจุบันเป็นเมืองใหญ่และเมืองของท่าเรือสำราญท่องเที่ยวในเขตทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ระหว่างนั้นก็ไม่พลาดเก็บ ภาพพระราชวังเนเปิลส์ ถือว่ามีความสวยงามเป็นอย่างมากเลยทีเดียว และมีความเก่าแก่อย่างมาก เป็นที่โดดเด่นอย่างยิ่งสำหรับเมืองแห่งนี้ ซึ่งที่นี่นับว่าเป็นอีกจุดที่มีนักท่องเที่ยวให้ความนิยมมาท่องเที่ยวอย่างมากเมื่อมาเที่ยวเนเปิลส์

จากนั้นก็เดินทางสู่ ท่าเรือ Naples เพื่อลงเรือเดินทางสู่จุดหมายคือ เกาะคาปรี (Capri) ต้องบอกเลยว่าเมื่อสายตาได้สัมผัส ณ เกาะแห่งนี้ ตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก ไม่แปลกเลยที่ว่ากันว่าเป็นสวรรค์ในการตากอากาศของเหล่าคนดัง นับลงมาตั้งแต่ราชาแห่งแคว้น ศิลปิน นักออกแบบ ดารา นักการเมือง เรื่อยมาจนถึงมวลหมู่เซเลบริตี้ชื่อดัง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เกาะสวรรค์แห่งนี้จะเนืองแน่นไปด้วยร้านรวงของสินค้าแบรนด์เนมราคาแพงระยับ โรงแรมหรูคุณภาพระดับ 6 ดาว

จากคำบอกเล่ามาว่า เกาะคาปรี ได้กลายเป็นสวรรค์ของเซเลบริตี้ชื่อดังของโลก เป็นเกาะที่มีไว้อัพเดตเทรนด์และอุณหภูมิของวงการแฟชั่น ถึงขนาดที่ว่าหากมาเยือนคาปรีในฤดูกาลแห่งปาร์ตี้ ก็จะได้เห็นบรรดาคนดังสวมใส่ชุดหรูๆ ของดีไซเนอร์เบอร์ต้นๆ ของโลกมาประชันกันอย่างไม่ยั้งมือ จึงไม่ใช่เรื่องที่ควรแปลกใจที่ย่านดาวน์ทาวน์ของเกาะแห่งนี้จะเป็นที่ตั้งของสารพัดร้านรวงของสินค้าแบรนด์เนมสุดหรู เพื่อเอาใจบรรดาคนดังมากรีดกราย จับจ่ายระบายเงินในกระเป๋า

"จากใจผู้เขียน ขอย้ำให้ฟังอีกครั้งแบบชัดๆ ว่าสีสันของคาปรีเป็นแบบนี้จริงๆ หรูหรา ฟู่ฟ่า จนบางคราก็อาจจะแลดูเวอร์ในสายตาของคนที่ไม่คุ้นเคยและเข้าใจ เกาะนี้ไม่ว่าจะเดินไปมุมไหน สวยงามไม่มีที่ติ ช่างเป็นบุญแก่ผู้ไปเยือนยิ่งนัก"

เมื่อมาเกาะคาปรี ยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาด นั่นคือ ถ้ำบลูก๊อตโต (Blue Grotto) ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากไปสัมผัสกับความสวยงามของถ้ำเรืองแสงแห่งนี้ เริ่มเดินทางด้วยเรือใหญ่จากเกาะคาปรี จากนั้นลงไปยังเรือเล็ก ลงได้ 4 คน

ต้องขอบอกว่า เป็นเวลาที่ตื่นเต้นที่สุดเวลาจะเข้าปากถ้ำซึ่งเตี้ยมาก ทุกคนจะเอนนอนซ้อนกันเพื่อให้ราบมากที่สุด คนเรือจะสาวเรือให้แล่นไปด้วยแรงดึงสาวโซ่ที่เตรียมไว้แล้ว เรือก็จะลอดผ่านปากถ้ำเข้าไปได้ เข้าไปแล้วเพดานถ้ำก็จะสูงตามปกติ มีแค่ช่วงปากถ้ำเท่านั้นที่ต่ำลงมา ความจริงเรือควรจะเข้าไปแล้วจอดนิ่งประมาณ 2 นาที เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงามภายในถ้ำ

"ครั้งนี้ถือว่าโชคดีมาก เนื่องจากไกด์เล่าว่า การที่นักท่องเที่ยวจะมาเยี่ยมชมความงดงามของถ้ำบลูก๊อตโตไม่ใช่เรื่องง่าย บางคนมาแล้วไม่ได้เข้าไปในถ้ำก็มี ถือว่าต้องเสี่ยงกันเลยทีเดียว เพราะการที่จะเข้าไปในถ้ำต้องดูปริมาณน้ำขึ้น-ลง ถือว่าโชคดีมากๆ ในวันที่ผู้เขียนไป น้ำอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนัก"

จากเนเปิลส์ก็เดินทางเข้ากรุงโรม เพื่อไปเยี่ยมชม โคลิเซียม (Coliseum) สนามกีฬากลางแจ้งขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เริ่มสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเวสเปเซียนแห่งจักรวรรดิโรมัน และสร้างเสร็จในสมัยของจักรพรรดิไททัส ในคริสต์ศตวรรษที่ 1 หรือประมาณปี ค.ศ.80 อัฒจันทร์เป็นรูปวงกลม ก่อด้วยอิฐและหินทราย วัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 50,000 คน ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆ ในปัจจุบัน นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญที่นักท่องเที่ยวมักจะเดินทางมาเยี่ยมชม

ต่อมาช่วงบ่ายเดินทางต่อไปยังน้ำพุเทรวี (Trevi Fountain) เป็นลานน้ำพุและอนุสรณ์สถานที่จัดได้ว่าสวยงามและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี โดยนอกจากในเรื่องของความสวยงามแล้ว ที่นี่ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับการโยนเหรียญอธิษฐานที่เป็นเสน่ห์ให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมกันอีกด้วย

เมื่อมาถึงกรุงโรมแล้ว แน่นอนว่าไม่ควรพลาดการก้าวเท้าไปเหยียบอีก "ประเทศ" ที่ไม่ไกลกันเลย นั่นคือ นครรัฐวาติกัน (Vatican) ซึ่งมีอำนาจอธิปไตยปกครองตนเอง เป็นเมืองหลวงแห่งศาสนจักรและที่ประทับของพระสันตะปาปา ประมุขสูงสุดแห่งศาสนา หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า "โป๊ป" นอกจากเป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธาแล้ว ยังเป็นแหล่งรวมศิลปวิทยาการอันยิ่งใหญ่ของโลกอีกด้วย

ภายในวาติกันมีวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St.Peter's Basilica หรือ Basilica di San Pietro) ซึ่งเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งอยู่ นับเป็นสถาปัตยกรรมยุคเรอเนสซองซ์ที่มีชื่อเสียงที่สุด ใช้เวลาสร้างถึง 150 ปี การมาท่องเที่ยวอิตาลีครั้งนี้ถือว่าคุ้มค่าอย่างมาก ได้ชมประวัติศาสตร์ที่นอกเหนือจากในห้องเรียน ครั้งนี้ได้มาสัมผัสด้วยตัวเองยังคงติดตาตรึงใจมิลืมเลือน.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง