คอลัมน์: กรองสถานการณ์: บุกรวบ 'พุทธะอิสระ' เกินกว่าเหตุ แค่ 'บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม' ขอโทษพอหรือ?

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 29 พฤษภาคม 2561 00:00:12 น.

การจับกุม พุทธะอิสระ หรือ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ของกองปราบปราม ในคดีอั้งยี่ซ่องโจร จากกรณีสั่งการให้กลุ่มการ์ด กปปส.รุมทำร้ายตำรวจสันติบาลที่ลงพื้นที่หาข่าวการชุมนุม และคดีปลอมพระปรมาภิไธย ภปร. และ สก.เอาไว้หลังพระนาคปรก 1 ในปฐพี  อาจไม่สร้างแรงสะเทือนถึงรัฐบาลขนาดนี้ หากไม่มีเรื่องการ

"เปรียบเทียบ"

เพราะในวันเดียวกัน กองปราบปรามได้เข้าตรวจค้นและจับกุมพระผู้ใหญ่ใน 3 วัดดัง ประกอบด้วย  วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดสามพระยาวรวิหาร และวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ในคดีทุจริตเงินทอนวัด แต่กลับใช้ยุทธวิธีที่แตกต่างกันกับของ พุทธะอิสระ

3 วัดที่มีพระผู้ใหญ่ถูกข้อหาร้ายแรงอย่าง ทุจริต ถูกปฏิบัติอย่างนิ่มนวลและให้เกียรติ แต่กับ พระพุทธะอิสระ กองปราบปราม ลำพังการนำกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธครบมือ ยังพอเข้าใจได้สำหรับพุทธศาสนิกชนหากจะอ้างว่าเป็นคดีที่ร้ายแรง

แต่กิริยาของเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการในวันนั้น ทั้งกระโชกโฮกฮาก และใช้วาจาในลักษณะรุนแรงเกินกว่าเหตุ ทั้งที่ เป้าหมาย อยู่ในกุฏิ ไม่ได้แสดงอาการจะต่อสู้ขัดขืนแต่ประการใด

กลายเป็นกระแส ตีกลับ ตั้งข้อสังเกตว่า ปฏิบัติการในวันดังกล่าวต่อกรณี พุทธะอิสระ มีการฉวยโอกาสเอาแค้นเก่าตั้งแต่สมัยการชุมนุม กปปส.ที่เวทีแจ้งวัฒนะ ปะปนลงไปกับการปฏิบัติงานวันนั้น

บทลงเอยเรื่องการค้านประกัน และนำตัวมาสู่การ จับสึก อาจจะดู เสมอภาค หากเทียบกับรูปอื่นๆ ในคดีเงินทอนวัดที่ถูกจับได้ แต่เรื่องการปฏิบัติของกองปราบปรามที่ดูเกินกว่าเหตุ ทำให้ประเด็นของ พุทธะอิสระ ยังไม่จบ

และมันกระทบมาถึงตัวรัฐบาลเข้าเต็มๆ โดยเฉพาะอารมณ์ขุ่นมัวของมวลชนฝ่าย กปปส.ที่มีต่อ บิ๊กตู่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

เพราะทุกคนเข้าใจว่าก่อนปฏิบัติการครั้งนี้ บิ๊กตู่ เองย่อมต้องได้รับการรายงานให้ทราบก่อน เจ้าหน้าที่คงไม่อาจสามารถลงมือปฏิบัติโดยพลการ เนื่องจากเป็นพระผู้ใหญ่ระดับกรรมการมหาเถรสมาคม  (มส.) ถึง 3 รูป และอีกรูปเป็นอดีตแกนนำ กปปส.

เพียงแต่ "บิ๊กตู่" จะรู้หรือไม่ว่า เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติการรุนแรงถึงขนาดนี้ นั่นเป็นอีกเรื่อง?!?

แต่ในมุมมองของมวลชนฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลถือว่า คสช. เสียแต้ม จากเรื่องนี้ไปมากพอสมควร  ไม่ใช่เพราะการจับ พุทธะอิสระ แต่เพราะการปล่อยให้มีการลงมือแบบไม่ให้เกียรติกัน จนถูกค่อนแคะว่าไม่ต่างอะไรจากการเสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล

และไม่ใช่เฉพาะมวลชนฝ่าย กปปส.สนับสนุนเท่านั้น หลายฝ่ายยังเทคะแนนสงสารให้ พุทธะอิสระ จากกรณีการ ปฏิบัติสองมาตรฐาน อย่างชัดแจ้งของกองปราบปราม

หนำซ้ำยังมีการถ่ายคลิปเพื่อนำมาเผยแพร่ ประหนึ่งกับเป็นการประจานเพื่อสร้างความสะใจ ทั้งที่สุ่มเสี่ยงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลตามกฎหมาย

ถ้าวันนั้นกองปราบปรามทำการเข้าจับกุมลักษณะเดียวกันหมด บางทีเรื่องนี้อาจเงียบหรือซาไปแล้ว ต่างจากตอนนี้ที่กระแสแอนตี้ ตำรวจ ลามไปถึงขั้นให้ปลด บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา  ออกจากเก้าอี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รวมถึงชุดปฏิบัติงานในวันนั้นด้วย

มันเป็น มุมกลับ ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้รัฐบาลอย่างมาก ไม่เช่นนั้นคงไม่เห็น บิ๊กตู่ และ บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม รีบออกมาขอโทษต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ในเวลาไล่หลังกันไม่ถึง 1 ชั่วโมง

ขณะเดียวกัน กระแสต่อต้านการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในกรณี พุทธะอิสระ ที่แรงขึ้น ทำให้เมื่อวาน บิ๊กตู่ ต้องขยับจากคำว่า ขอโทษ มาสู่เรื่องมาตรการลงโทษเจ้าหน้าที่ที่ทำเกินกว่าเหตุ

ขณะที่ท่าทีล่าสุดจากตำรวจทั้ง บิ๊กแป๊ะ และ บิ๊กหมูพล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ยืนยันก่อนหน้านี้ว่าปฏิบัติตาม ยุทธวิธี ถูกต้องทุกอย่าง ยังคง นิ่ง  หลังจากผู้ใหญ่ในรัฐบาลออกมายอมรับและขอโทษว่าเกินกว่าเหตุจริงๆ

หนำซ้ำ บิ๊กแป๊ะ ยังพยายามหลบเลี่ยงที่จะให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ ซึ่งท่าทีดังกล่าวพอจะเป็นนัยได้เหมือนกันว่า อาจไม่มีการ กลับลำ จากนายตำรวจระดับสูงทั้ง 2 นาย เพราะจะเหมือนเป็นการ พลิกลิ้น ตามผู้มีอำนาจ และเท่ากับยอมรับว่าตัวเองผิด

และในทางเดียวกัน ข้อเรียกร้องที่ให้ปลดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง อาจเป็นเพียงได้แค่เสียงเรียกร้องที่ออกมาเท่านั้น แต่ไม่สามารถเอาผิดเจ้าหน้าที่ระดับสูงได้
เพราะ บิ๊กตู่ ก็ต้อง บาลานซ์ ระหว่างมวลชน กับเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาตัวเอง
ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงที่เรื่องนี้จะจบที่คำว่า "ขอโทษ" ที่มาจากปาก "บิ๊กตู่" และ "บิ๊กป้อม" เท่านั้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง