ข่าวอินโฟเควสท์
08:47 สนง.สถิติจีนเผยกำไรภาคอุตสาหกรรมช่วงเดือนม.ค.-ก.พ.ร่วงลง 14%   สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า กำไรของบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่…
08:41 ภาวะตลาดทองแดงนิวยอร์ก: ทองแดงปิดลบ 0.1% เหตุเงินดอลล์แข็งกดดันตลาด   สัญญาทองแดงตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (26 มี.ค.) หลังได้รับแรงกดดันจากส…
08:39 WICE ส่งบ.ย่อยลงทุนราว 37 ลบ. ร่วมทุนกับพันธมิตรจีน ตั้งบ.ขนส่งและโลจิสติกส์ในจีนตอนใต้   บมจ.ไวส์ โลจิสติกส์ (WICE) แจ้งว่าเมื่อวานนี้ (26 มี.…
08:38 ปฏิทินหุ้น ประจำวันที่ 27 มี.ค. 2562   ปฏิทินหลักทรัพย์รวบรวมจากข่าวที่บริษัทจดทะเบียนแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ จนถึงวันที่ 26 มีนาคม 2562 กุมภาพันธ์…
08:17 บลจ.กสิกรไทย ขายหุ้น SPALI จำนวน 0.1307% คงเหลือถือ 4.8741%   สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่าเมื่อวันที่ 21…

กกพ.ตรึงค่าไฟงวดกย.-ธค. ดึงกองทุน6,000ล้านอุ้ม หนุนลดพีก100เมกะวัตต์

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 12 มิถุนายน 2561 00:00:01 น.

สามย่าน * กกพ.แย้มค่าเอฟทีงวดหน้ายังไม่ขยับ โวมีเงินมาอุดหนุนอีก 6 พันล้านบาท ชี้ราคาน้ำมันที่สูงจะสะท้อนค่าไฟในช่วงต้นปี 62 พร้อมนำร่องโครงการดีมานด์ เรสปอนส์ ลดพีก 100 เมกะวัตต์เดือน ส.ค. ร่วม 3 การไฟฟ้าเกณฑ์เอกชนที่มีศักยภาพเข้าร่วม ตั้งเป้าลดจริง 500 เมกะวัตต์ภายในปี 67

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล โฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า สำหรับแนวโน้มค่าไฟฟ้าในงวดต่อไป คือ เดือน ก.ย.-ธ.ค.2561 มีโอกาสที่ กกพ.จะตรึงราคาค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ให้อยู่ที่ 3.5966 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เท่าเดิม บนพื้นฐานราคาน้ำมันดิบที่ 60-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจาก กกพ.มีเงินสะสมในกองทุนจากค่าปรับของโรงไฟฟ้าเอกชนที่ไม่ดำเนินตามแผนอยู่ประมาณ 6,000 ล้านบาท โดยสามารถนำมาตรึงราคาค่าไฟฟ้าได้ ขณะเดียวกันค่าเอฟทีจะสะท้อนราคาก๊าซและราคาน้ำมันเตาย้อนหลัง 6-12 เดือน ดังนั้นอาจจะยังไม่ส่งผลต่อค่าไฟฟ้างวดปลายปีนี้ แต่อาจจะมีผลในงวดต้นปี 2562

"ค่าเอฟทีงวดที่แล้วคำ นวณบนพื้นฐานราคาน้ำมันดิบประมาณ 50 เหรียญต่อบาร์เรล แต่ขณะนี้ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น 20 เหรียญต่อบาร์เรล ดังนั้นเอฟทีงวดสุดท้ายของปีนี้ต้องมาคำนวณอีกครั้งว่าจะบริหารอย่างไร โดยต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความต้องการใช้ไฟฟ้า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง อัตราการแลกเปลี่ยน" นายวีระพลกล่าว

ขณะเดียวกัน กกพ.ได้ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อจัดทำโครงการนำร่องมาตรการความร่วมมือลดการใช้ไฟฟ้า (ดีมานด์ เรสปอนส์) ในช่วงคริติคอล พีก ไพรส์ซิ่ง หรือช่วงที่มีความต้อง การใช้ไฟฟ้าขั้นวิกฤติ โดยจะ เป็นการลดค่าไฟแทนการจ่ายเงินชดเชย เพื่อจูงใจให้ผู้ใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ประเภท 4 หลีกเลี่ยงการใช้ไฟฟ้าช่วง 13.30-15.30 น. ซึ่งจะนำร่องทดลองในเดือน ส.ค.นี้ ก่อนที่จะประมวลผลและออกมาเป็นมาตรการกำหนดใช้ จริงเพื่อลดความต้องการใช้ไฟ ฟ้าสูงสุด (พีก) ในปี 2562 และต่อไป โดยตั้งเป้าหมายจะลดการใช้ไฟฟ้าลง 500 เมกะวัตต์ภายในปี 2567

"กกพ.ตั้งเป้าลดการใช้ไฟฟ้าช่วงคริติคอล พีก ลงไม่น้อยกว่า 100 เมกะวัตต์ ภายในเดือน ส.ค.นี้ โดยเชื่อมั่นว่าโครงการดังกล่าวจะลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและพัฒนาเป็นมาตรการถาวร เพื่อเป็นส่วนในการลดภาระลง ทุนขยายโรงไฟฟ้าโดยรวม (พีก กิ้งแพลนต์) ของ กฟผ. ได้ในระยะยาว" นายวีระพลกล่าว.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง