ข่าวอินโฟเควสท์
07:22 โฆษกรัฐบาลฮ่องกงออกโรงประณามเหตุประท้วงรุนแรงในฮ่องกง   โฆษกรัฐบาลฮ่องกงได้ออกมาประณามเหตุโจมตีโดยกลุ่มผู้ก่อเหตุจลาจลที่สวมใส่หน้ากากและก่อเหต…
07:06 (REPEAT) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 319.92 จุด ขานรับสหรัฐ-จีนประกาศข้อตกลงการค้าบางส่วน   ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเ…
07:02 ปธน.สี จิ้น ผิง ออกโรงเตือนกลุ่มผู้ประท้วงชาวฮ่องกง ชี้ผู้แบ่งแยกจีนจะพบกับจุดจบ   ประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ของจีน ได้ออกโรงเตือนกลุ่มผู้ประท้วง…
17:00 ญี่ปุ่นเร่งระดมกำลังช่วยเหลือ หลังไต้ฝุ่น "ฮากิบิส" คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วถึง 25 ราย   ญี่ปุ่นได้เร่งระดมกำลังช่วยเหลือไปยังทุกภาคส่วนในวันนี้ หล…
16:03 จีนเผยนักลงทุนต่างชาติถือครองพันธบัตรสกุลเงินหยวนมากขึ้นในเดือนก.ย.   นักลงทุนต่างชาติเข้าถือครองพันธบัตรสกุลเงินหยวนมากขึ้น ณ สิ้นเดือนก.ย. หล…

กกพ.ตรึงค่าไฟงวดกย.-ธค. ดึงกองทุน6,000ล้านอุ้ม หนุนลดพีก100เมกะวัตต์

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 12 มิถุนายน 2561 00:00:01 น.

สามย่าน * กกพ.แย้มค่าเอฟทีงวดหน้ายังไม่ขยับ โวมีเงินมาอุดหนุนอีก 6 พันล้านบาท ชี้ราคาน้ำมันที่สูงจะสะท้อนค่าไฟในช่วงต้นปี 62 พร้อมนำร่องโครงการดีมานด์ เรสปอนส์ ลดพีก 100 เมกะวัตต์เดือน ส.ค. ร่วม 3 การไฟฟ้าเกณฑ์เอกชนที่มีศักยภาพเข้าร่วม ตั้งเป้าลดจริง 500 เมกะวัตต์ภายในปี 67

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล โฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า สำหรับแนวโน้มค่าไฟฟ้าในงวดต่อไป คือ เดือน ก.ย.-ธ.ค.2561 มีโอกาสที่ กกพ.จะตรึงราคาค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ให้อยู่ที่ 3.5966 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เท่าเดิม บนพื้นฐานราคาน้ำมันดิบที่ 60-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจาก กกพ.มีเงินสะสมในกองทุนจากค่าปรับของโรงไฟฟ้าเอกชนที่ไม่ดำเนินตามแผนอยู่ประมาณ 6,000 ล้านบาท โดยสามารถนำมาตรึงราคาค่าไฟฟ้าได้ ขณะเดียวกันค่าเอฟทีจะสะท้อนราคาก๊าซและราคาน้ำมันเตาย้อนหลัง 6-12 เดือน ดังนั้นอาจจะยังไม่ส่งผลต่อค่าไฟฟ้างวดปลายปีนี้ แต่อาจจะมีผลในงวดต้นปี 2562

"ค่าเอฟทีงวดที่แล้วคำ นวณบนพื้นฐานราคาน้ำมันดิบประมาณ 50 เหรียญต่อบาร์เรล แต่ขณะนี้ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น 20 เหรียญต่อบาร์เรล ดังนั้นเอฟทีงวดสุดท้ายของปีนี้ต้องมาคำนวณอีกครั้งว่าจะบริหารอย่างไร โดยต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความต้องการใช้ไฟฟ้า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง อัตราการแลกเปลี่ยน" นายวีระพลกล่าว

ขณะเดียวกัน กกพ.ได้ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อจัดทำโครงการนำร่องมาตรการความร่วมมือลดการใช้ไฟฟ้า (ดีมานด์ เรสปอนส์) ในช่วงคริติคอล พีก ไพรส์ซิ่ง หรือช่วงที่มีความต้อง การใช้ไฟฟ้าขั้นวิกฤติ โดยจะ เป็นการลดค่าไฟแทนการจ่ายเงินชดเชย เพื่อจูงใจให้ผู้ใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ประเภท 4 หลีกเลี่ยงการใช้ไฟฟ้าช่วง 13.30-15.30 น. ซึ่งจะนำร่องทดลองในเดือน ส.ค.นี้ ก่อนที่จะประมวลผลและออกมาเป็นมาตรการกำหนดใช้ จริงเพื่อลดความต้องการใช้ไฟ ฟ้าสูงสุด (พีก) ในปี 2562 และต่อไป โดยตั้งเป้าหมายจะลดการใช้ไฟฟ้าลง 500 เมกะวัตต์ภายในปี 2567

"กกพ.ตั้งเป้าลดการใช้ไฟฟ้าช่วงคริติคอล พีก ลงไม่น้อยกว่า 100 เมกะวัตต์ ภายในเดือน ส.ค.นี้ โดยเชื่อมั่นว่าโครงการดังกล่าวจะลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและพัฒนาเป็นมาตรการถาวร เพื่อเป็นส่วนในการลดภาระลง ทุนขยายโรงไฟฟ้าโดยรวม (พีก กิ้งแพลนต์) ของ กฟผ. ได้ในระยะยาว" นายวีระพลกล่าว.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง