ข่าวอินโฟเควสท์
16:06 สื่อสหรัฐเผย CIA เชื่อ มกุฎราชกุมารซาอุฯเป็นผู้สั่งสังหาร "จามาล คาช็อกกี"   หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์รายงานว่า สำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (CIA) ไ…
15:30 ก.คลังสหรัฐเผยจีนลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4   กระทรวงการคลังสหรัฐเปิดเผยว่า จีนและญี่ปุ่นได้ลดการถือครองพันธบัตรของ…

คอลัมน์: ธปท.ห่วงสงครามการค้ายืด กดดันเศรษฐกิจ-ส่งออก คลังไม่กังวลพื้นฐานปึ้ก!

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2561 00:00:58 น.

ไทยโพสต์ * ธปท.ห่วงความขัดแย้งทางการค้าระหว่าง "สหรัฐประเทศคู่ค้า" ส่อเค้ายืดเยื้อและเข้มข้นต่อเนื่อง ชี้เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการขยายตัวของภาคส่งออกและเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า ด้านคลังระบุปัญหาไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เชื่อพื้นฐานเศรษฐกิจไทยแน่นปึ้ก มีภูมิคุ้มกันแข็งแกร่ง

นายดอน นาครทรรพ ผู้ อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐ กิจมหภาค ธนาคารแห่งประ เทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. มองว่าความขัดแย้งทางการค้า ระหว่างสหรัฐอเมริกาและประ เทศคู่ค้ามีแนวโน้มยืดเยื้อและเข้มข้นขึ้นต่อเนื่อง ไม่เฉพาะระหว่างสหรัฐกับจีนเท่านั้น แต่ ระหว่างสหรัฐกับยุโรป แคนาดาและเม็กซิโกด้วย

ทำให้ความเสี่ยงจากสง ครามการค้าโลกเป็นความเสี่ยง ที่สำคัญที่สุดต่อการขยายตัว ของการส่งออกและของเศรษฐ กิจไทยในระยะข้างหน้า ซึ่งประ มาณการมูลค่าการส่งออกสิน ค้าของไทยโดย ธปท.ล่าสุดที่ 9% ต่อปีในปี 2561 และ 5% ในปี 2562 เพียงนับมาตรการภาษีที่มีความชัดเจนแล้วเท่านั้น ทั้งนี้ กระแสการกีดกันการค้าโลกไม่ได้กระทบเฉพาะการค้าระหว่างประเทศ แต่รวมถึงการลงทุนระหว่างประเทศด้วย

นายศรพล ตุลยะเสถียร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะรอง โฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ความกังวลเรื่องสงคราม การค้าระหว่างประเทศสหรัฐ อเมริกากับประเทศจีนนั้น ไม่ ได้น่ากลัวอย่างที่คิดไว้ เนื่อง จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยมี ปัจจัยขับเคลื่อนมาจากเศรษฐ กิจภายในประเทศเป็นหลัก โดยพิจารณาจากรายละเอียดจีดีพีของไทย จะพบว่าการบริ โภคเพียงอย่างเดียวก็มีมูลค่าเกินครึ่งของมูลค่าจีดีพีแล้ว และเมื่อรวมกับการลงทุนและ การใช้จ่ายภาครัฐที่คิดเป็น 60-70% ของจีดีพี ซึ่งมีสัดส่วน ใหญ่เท่ากับภาคการส่งออกของไทย ดังนั้นเมื่อเกิดความ ผันผวนในต่างประเทศ เศรษฐ กิจไทยจึงยังมีภูมิคุ้มกันในประเทศค่อนข้างสูง

นอกจากนี้ ไทยไม่ได้ส่งออกไปสหรัฐและจีนเท่านั้น แต่ยังมีการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านในสัดส่วนที่สูงขึ้น ถือเป็นการกระจายความเสี่ยง ทำให้การส่งออกของไทยยังเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุถึงสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ว่า อาจส่งผลพลอยได้บางส่วนมายังการส่งออกสินค้าของไทยในช่วง 7 เดือนที่เหลือของปี 2561 แต่ท้ายที่สุดคาดว่าผลกระทบทางลบจะเกิดขึ้นในปี 2562 ผ่านปริมาณการค้าโลกที่ลดลง และหากสถานการณ์บานปลายไปมากกว่าการขึ้นภาษีในครั้งนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจจะพลิกกลับมาเป็นลบได้ ขึ้นอยู่กับรายการสินค้าที่จะเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มด้วย

"จากการประเมินในเบื้อง ต้นถึงผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนนั้น ไทยอาจได้รับผลพลอยได้บางส่วนจากการขึ้นภาษีนำเข้าของ ทั้งสองประเทศ โดยมองว่า การส่งออกพลาสติกและแผงวงจรไฟฟ้าไปตลาดสหรัฐจะได้อานิสงส์บวกบ้างแต่ไม่มาก เนื่องจากการผลิตอยู่ในระดับสูงแล้ว สถานการณ์สงครามการค้าดังกล่าวยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ซึ่งก็ยังมีความเสี่ยงที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ จึงยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามเพื่อประเมินสถาน การณ์อย่างใกล้ชิด" ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุ.

บรรยายใต้ภาพ
ดอน นาครทรรพ
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง