คอลัมน์: ไทยโพสต์: ปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ ต้องบูรณาการล้างบาง

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- พุธที่ 11 กรกฎาคม 2561 00:00:40 น.

เหตุการณ์เรือฟีนิกซ์ล่มที่จังหวัดภูเก็ต จนทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ถือเป็นบทเรียนราคาแพงของประเทศไทยต่อนโยบายการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญต้องจริงจังและต่อเนื่อง รวมทั้งทุกภาคส่วน ทุกหน่วยงาน ที่มีอำนาจ ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันบูรณาการปราบปราม ชนิดที่เรียกว่าต้องรุมสกรัม เพื่อขุดรากถอนโคนทัวร์ศูนย์เหรียญเหล่านี้ให้สิ้นซาก อย่าปล่อยให้มีช่อง มีลู่ทางในการหลบเลี่ยงไปแตกหน่อก่อปัญหาขึ้นอีกเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

ตามข้อมูลที่พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ออกมาบอกผลการสอบสวนเหตุเรือล่มครั้งนี้คนในพื้นที่ ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการคนไทย ที่เป็นเจ้าของจริงๆ ได้ให้ข้อมูลว่าเจ้าของกิจการจริงๆ ไม่มีใครออกเรือในวันดังกล่าว เนื่องจากไม่มีใครอยากให้เรือเสียหาย ไม่ต้องการให้นักท่องเที่ยวได้รับอันตราย แต่บริษัทนอมินีเหล่านี้ออกเรือ เพราะมีการสั่งงานจากคนอื่น ซึ่งไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการ เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน หาผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว ไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ไม่คำนึงถึงผลของความเสียหายที่เกิดขึ้น

ที่สำคัญเจ้าของกิจการเหล่านี้ไม่ใช่นักลงทุนหน้าใหม่ แต่เป็นกลุ่มทัวร์ศูนย์เหรียญที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ปราบปรามอย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี 2558 แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวจะปราบปรามจนแตกกระเจิงกันไปพักใหญ่ แต่ก็หวนกลับมาเปลี่ยนวิธี เปลี่ยนรูปแบบ หันมาใช้นอมินีคนไทยเป็นเจ้าของบริษัทแทน เพราะนายทุนไม่สามารถเข้ามาถือครองกิจการในประเทศไทยได้ด้วยตนเอง จึงอาศัยการจ้างคนไทยมาเป็นเจ้าของบริษัท เมื่อจ้างคนไทยมาเป็นเจ้าของกิจการ จึงเข้าสู่วงจรการจ้างไกด์ที่ไม่ใช่คนไทย โรงแรมที่ให้พักก็เป็นโรงแรมที่ไม่ถูกต้อง เป็นการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว ผลร้ายจึงเกิดขึ้นตามมา ทำให้ประเทศไทยสูญเสียรายได้มหาศาล และเมื่อเกิดเหตุขึ้นเหมือนอย่างกรณีเรือล่มที่จังหวัดภูเก็ต มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเสียชีวิต ภาพลักษณ์ประเทศไทยในสายตาต่างชาติเรื่องความปลอดภัยก็เสียหายตามไปด้วย

เห็นด้วยกับแนวทางการแก้ปัญหาของพลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ ที่ประกาศจะดำเนินคดีกับคนไทยที่รับหน้าเป็นนอมินีต่างชาติด้วยมาตรการด้านกฎหมายดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพราะถ้าไม่มีคนไทยรับเป็นเจ้าของบริษัท คนต่างประเทศก็เข้ามาทำอะไรไม่ได้ จึงควรต้องดำเนินคดีกับคนไทยที่มาเป็นนอมินีอย่างจริงจัง รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบภาษี ตรวจสอบที่มาของเงินทุน

แต่แนวทางการแก้ปัญหาจะสำเร็จลุล่วงได้ ทุกภาคส่วนก็ต้องร่วมมือเหมือนอย่างที่รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวบอกเอาไว้ว่า "จากนี้ทุกส่วนต้องร่วมมือกัน ใครจะมาจดทะเบียนธุรกิจนำเที่ยว จะถูกตรวจสอบว่าปีที่ผ่านมามีการเสียภาษีเท่าไหร่ มีรายได้เท่าไหร่ จึงมาเป็นเจ้าของกิจการเงินทุนเป็นหลักล้าน เป็นการนำเงินมาจากไหน ถ้าเราไม่ปราบปรามตั้งแต่วันนี้ วิธีการอย่างนี้จะเข้ามาใช้ทรัพยากรในประเทศ และนำเงินออกไปนอกประเทศ การกระทำดังกล่าวคนไทยจะไม่มีที่ยืน ไกด์คนไทยจะไม่มีงานทำ"

เราสนับสนุนการแก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญอย่างจริงจังของรัฐบาล เห็นด้วยกับแนวทางและวิธีการของพลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ที่กำลังจะดำเนินการปราบปรามชนิดขุดรากถอนโคนทัวร์ศูนย์เหรียญเหล่านี้ แต่ทุกนโยบาย ทุกวิธีการ หากมีเพียงนโยบายจากรัฐบาล มีเพียงการปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงหน่วยงานเดียว ไม่มีการร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งการตรวจภาษี การตรวจการจัดตั้งบริษัท ความเข้มงวดในเรื่องการท่องเที่ยว ทัวร์ศูนย์เหรียญเหล่านี้ก็ยังจะหาวิธีหลบเลี่ยง หาวิธีแฝงตัวซ่อนเร้นเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายต้องบูรณาการทำงานร่วมกัน รุมสกรัมก๊กแก๊งทัวร์ศูนย์เหรียญให้หมดไปจากประเทศไทย.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง