คอลัมน์: ไทยโพสต์: การเมืองขยับ-คสช.เดินสาย เริ่มเปิดหน้าในพื้นที่เลือกตั้ง

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 21 กรกฎาคม 2561 00:00:40 น.

กระแสการช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีออกจากถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา ทำให้ข่าวการเมืองหายไปจากพื้นที่ข่าวช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายว่า นักการเมืองไม่มีการเคลื่อนไหว หรือหยุดไปตามกระแสข่าวของหมูป่าอย่างที่เข้าใจกัน เพียงแต่ว่าปรากฏการณ์ถ้ำหลวงได้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือในทางบวกของทุกภาคส่วนของสังคมไทย และสังคมโลก เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงข้อดี ข้อเสีย ความบกพร่อง และประสบการณ์ใหม่ๆ ของทุกสาขาอาชีพที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ซึ่งทุกคนให้ความสนใจ

ขณะที่การเมืองที่กำลังขับเคลื่อนในวังวนการดูดนัก การเมืองให้มาร่วมงานในอนาคต เพื่อจัดตั้งรัฐบาลตาม แนวทางของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และยุทธศาสตร์ชาติ ตามแผนระยะยาวที่ได้กำหนดไว้ ภายใต้การประกาศตัวของกลุ่มสามมิตร ซึ่งถือเป็นเป้าใหญ่ในการเคลื่อนตัวของการเมือง โดยเฉพาะการลงพื้นที่หลายแห่งไปพบปะชาวบ้านถูกมองว่าเป็นการทำฐานเสียงให้กับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แม้จะมีการชี้แจงว่าต้องการลงไปสำ รวจความต้องการ และความเดือดร้อนของประชาชน

ทั้งนี้ มีรายงานว่า แกนนำกลุ่มสามมิตรจะพบปะพูดคุยกับบรรดาอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ตัดสินใจย้ายมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งครั้งหน้าทุกวันจันทร์ เพราะอยู่ในขั้นตอนการวางนโยบายต่างๆ ที่คาดว่าจะใช้หาเสียง โดยกลุ่มสามมิตรจะให้ความสำคัญกับการวางนโยบายระดับรากหญ้าเพื่อดูแลประชาชน รวมถึงเกษตรกร และในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ กลุ่มสามมิตรจะนัดพบกันครั้งใหญ่ของสมาชิกกลุ่มสามมิตรที่สนามกอล์ฟไพน์เฮิร์ทเพื่อกำหนดท่าทีทางการเมืองต่อไปด้วย

ในขณะที่รัฐก็มีกลไกต่างๆ ในการเข้าไปสำรวจความ เดือดร้อนของประชาชน เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางแก้ไข ปัญหา ไม่เฉพาะแค่ศูนย์ดำรงธรรมของกระทรวงมหาด ไทยยังมีศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการทุจริตภาครัฐ ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติจัดตั้งขึ้น กลไกของกองอำนวยการรักษาความสงบภายในราชอาณาจักร ผ่านการทำงานของกองทัพภาค ในขาของกองกำลังรักษาความสงบเรียบ ร้อย ซึ่งข้อมูลในพื้นที่ทุกภาคได้ถูกรวบรวมฐานข้อมูลของรัฐบาลในการกำหนดเป็นมาตรการและนโยบายในการแก้ไขปัญหาอยู่แล้ว

มิพักต้องเอ่ยถึงการลงพื้นที่ของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร และพบปะประชาชน ที่ภาพเหล่านั้นคงตีความเป็นอื่นไม่ได้ นอกไปจากการสร้างคะแนนนิยม ต่อนโยบายที่รัฐบาลทุ่มงบประมาณในการพัฒนาพื้นที่ และอัดฉีดเม็ดเงินเข้าไปช่วยเหลือคนจน มุ่งหวังให้การกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมส่งผลเป็นรูปธรรม ยืนยันในการก้าวย่างของรัฐบาลที่เชื่อมั่นว่าสิ่งที่กำหนดมานั้นมีผลประโยชน์ต่อประชาชนรากหญ้าอย่างแท้จริง

ยังไม่นับรวมการลงพื้นที่ของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในการประชุมร่วมกับหน่วยงานของตำรวจในพื้น ที่ ซึ่งเป็นหน่วยงานขับเคลื่อนในกระบวนการยุติธรรม ที่จะจัดการกับสิ่งผิดกฎหมาย และการกระทำนอกระบบ ที่เข้าไปหาผลประโยชน์กับผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร เพื่อเข้า ไปแก้ไขปัญหา ลดความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการที่ผิดกฎหมายของกลุ่มผู้มีอิทธิพล คนมีสี ที่เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ต่อส่วนเกินทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นมาแต่อดีต

จะเห็นได้จากการลงพื้นที่ของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไปที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบตามนโยบายของรัฐบาลในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน หลังจากมีประชาชนร้องเรียนขอ ความเป็นธรรมจากการเป็นหนี้นอกระบบจำนวนมาก โดยถูกเจ้าหนี้จัดทำสัญญาเอารัดเอาเปรียบ ไม่เป็นธรรม ในลักษณะนิติกรรมอำพรางหลายรูปแบบ ซึ่งเมื่อเข้าสู่กระ บวนการทางกฎหมายแล้ว ลูกหนี้มักเป็นฝ่ายเสียเปรียบ และถูกข่มขู่ คุกคามใช้ความรุนแรงตามมา

ทั้งนี้ ฝ่ายความมั่นคง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามขยายผล สืบสวนลูกหนี้ โดยสามารถเอาผิดกับผู้ปล่อยกู้ ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันให้บุคคลอื่นยืมเงินโดยคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด และร่วมกันปลอมแปลงเอกสารสิทธิ และใช้เอกสารสิทธิปลอม ซึ่งมีผลบังคับทั้งกฎหมายฟอกเงิน สู่การยึดทรัพย์และมาตรการทางภาษีตามมา โดยที่ผ่านมา การปฏิบัติการในพื้นที่ จ.ขอนแก่น และ จ.อุดรธานี สามารถช่วยเหลือและมอบโฉนดที่ดินคืนให้กับผู้เสียหายได้แล้วกว่า 150 ราย มูลค่าเกือบ 140 ล้านบาท พร้อมย้ำว่า การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบเป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญและถือเป็นวาระแห่งชาติ ที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในสังคม

ในห้วงระยะเวลานี้จึงนับได้ว่าเป็นการเข้าสู่โหมดการเปิดตัวของนักการเมืองในการดำรงฐานที่มั่น เปลี่ยนข้าง ย้ายค่าย ตามฤดูกาลในการแข่งขันในสนามเลือกตั้ง ยิ่งเมื่อหัวแถวขยับลงไปพบปะประชาชน มีภาพปรากฏตัวในพื้นที่ต่างๆ ตามมาด้วยกระแสข่าวพลังดูดนักการเมืองตามมา ก็ไม่มีอะไรที่ต้องปิดบังซ่อนเร้นจุดยืนกันให้ต้องคาดเดา การเปิดหน้าเพื่อเตรียมความพร้อมในช่วงนี้จึงคึกคัก และมีสีสันให้น่าติดตาม ว่าจังหวะก้าวในการลงพื้นที่ของตัวละครเหล่านี้จะส่งผลต่อผลแพ้ชนะในสนามเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง