คอลัมน์: โลกใบใหม่: การเผชิญหน้ากับสงครามการค้าที่ต้องเตรียมตัว!!!

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- เสาร์ที่ 21 กรกฎาคม 2561 00:00:00 น.
อภิชาต ทองอยู่
tapichart@hotmail.com

เส้นทางสายใหม่ยุคใหม่ของจีนหรือที่โลกรู้จักกันว่า one belt one road เป็นเส้นทางเศรษฐกิจจีนยุคที่ก้าวสู่ตลาดเสรีเต็มตัว เส้นทางเศรษฐกิจนี้เชื่อมต่อกับ 65 ประเทศทั่วโลกทางราง ทางถนน เป็นเส้นทางการค้าในศตวรรษใหม่ที่มีบทบาทสูงที่สืบทอดการดำรงอยู่ของทุนนิยมโลก และเป็นเส้นทางเศรษฐกิจที่ช่วยลดแรงกดดันให้จีนในแง่การค้า การจัดการพลังงาน และการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวม ที่ส่งสร้างให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ทำให้เศรษฐกิจจีนเติบโตอย่างมีพลัง

เดิมทีโลจิสติกส์และคมนาคมขนส่งทางการค้าของจีนใช้การเดินทะเลเป็นหลัก แต่เส้นทางทางทะเล จีนไม่มีอิสระมากเท่ากับการคมนาคมภาคพื้นทวีปที่ได้สร้างขึ้นใหม่ ร้อยละกว่า 80 ของสินค้าทางทะเลต้องเดินทางผ่านช่องแคบมะละกา ซึ่งปัจจุบันนี้ช่องแคบมะละการดูจะเล็กลงทุกขณะ สำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ของจีน ประกอบกับเส้นทางการขนส่งทางทะเลนั้นอเมริกาเป็นเจ้าพ่อคุมอยู่ คอยกำกับกำหนดกฎกติกามารยาทขึ้นมากมายร่วมกับยุโรปและกลุ่มโลกตะวันตก จึงสร้างความอึดอัดให้กับจีนไม่น้อย อีกทั้งอาณาบริเวณทะเลจีนใต้ จีนก็มีข้อพิพาทกับเพื่อนบ้านหลายประเทศ โลจิสติกส์การขนส่งและการคมนาคมภาคพื้นทวีปอย่าง One Belt One Road จึงกลายเป็นเส้นทางสำคัญเป็นตัวช่วยหลักเสริมการพัฒนาให้จีนจัดการด้านพลังงานและการค้าโลกได้อย่างดี นี่คือเหตุผลที่จีนลงทุนครั้งใหญ่กับเส้นทางสายไหมศตวรรษที่ 21 ที่มุ่งก้าวพ้นจากแรงกดดันของเศรษฐกิจการค้าที่ต้องขึ้นต่ออเมริกาในช่วงกว่า 4 ทศวรรษที่แล้ว!

การจัดวางภูมิเศรษฐกิจใหม่ของจีน ส่งผลต่อภูมิรัฐศาสตร์โลกและจีนอย่างมีนัยสำคัญ จีนได้หันมาให้ความสำคัญกับรัสเซีย ยุโรป และยูเรเซีย เพื่อบ่มเพาะเศรษฐกิจของตัวเองขึ้นมาในโลกยุคใหม่ จนสามารถลดการแทรกแซงของภูมิรัฐศาสตร์จากสหรัฐลงอย่างมีนัยสำคัญ และนำพาระบบเศรษฐกิจโลกออกจากเศรษฐกิจแองโกลแซกซอนสู่ระบบเศรษฐกิจพันธมิตร ด้วยการสร้างความร่วมมือกับทุกประเทศบนเส้นทางการค้าใหม่ที่เชื่อมโลก มีรัสเซียเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญในเศรษฐกิจยุคใหม่ ปัญหาจะมีบ้างก็จากช่วงเส้นทางเชื่อมต่อสู่อินเดีย ที่ญี่ปุ่นพยายามเข้าไปจับมือแน่นกับอินเดีย สร้างเส้นทางการค้าแนวตะวันออกตะวันตก ซึ่งรู้กันดีว่า ญี่ปุ่นนั้นแนบแน่นกับอเมริกา! อเมริกาใช้ญี่ปุ่นเชื่อมอินเดีย อาศัยช่องทางความบาดหมางของอินเดียกับจีน จากกรณีที่จีนสร้างเส้นทางเชื่อมกับปากีสถานที่อินเดียไม่พอใจ! ช่องว่างนี้เปิดทางให้วอชิงตันร่วมมือกับญี่ปุ่น แทรกตัวเข้าเชื่อมกับอินเดีย ซึ่งสร้างแรงกดดันให้จีนพอสมควรทีเดียว!

อย่างไรก็ดี การแข่งขันทางการค้าในกระแสเศรษฐกิจใหม่ของโลกวันนี้ จีนปรับสถานะขึ้นเป็นหัวขบวนโดยปริยาย การแข่งขันเป็นไปอย่างเข้มข้น จากอิทธิพลของภูมิเศรษฐกิจใหม่ของโลกยุคไร้พรมแดน ที่ขั้วอำนาจเศรษฐกิจของโลกทุกสายมุ่งขยายพื้นที่เศรษฐกิจการค้าสู่แอฟริกา อาเซียน และอินโดจีน มีญี่ปุ่นเป็นตัวแทนรัฐบาลวอชิงตันและผลประโยชน์ของตัวเอง ต่อกรกับจีนที่มีเงาการสนับสนุนจากรัฐบาลเครมลิน ในเวทีโลกอย่างเข้มข้น!

มาถึงวันนี้ สหรัฐอเมริกาได้ฉุดโลกก้าวข้ามการแข่งขันทางการค้าสู่สภาวะ "สงครามการค้า" ภายใต้นโยบายอเมริกาเฟิร์สต์! รัฐบาลวอชิงตันเดินหน้าถล่มรัฐบาลปักกิ่งเต็มสูบ มุ่งเปิดสงครามการเงินและการค้าเศรษฐกิจ ด้วยว่าสหรัฐอเมริกาวันนี้ขาดดุลการค้าหนักกับหลายๆ ประเทศ จนเป็นเหมือนลูกหนี้รายใหญ่ของโลกไปโดยปริยาย! เมื่อเทียบกับจีน เศรษฐกิจสหรัฐมีสภาพที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดอย่างหนัก ไม่มีความสามารถแข่งขันด้านราคาได้ จึงพยายามหันไปตั้งกำแพงภาษีนำเข้าเพื่อแก้ดุลการค้า! โดยบรรดาประเทศที่ถูกตั้งกำแพงภาษีที่ไร้เหตุผลตามนโยบายอเมริกาเฟิร์สต์ ไม่ว่าจีน ยุโรป ต่างก็เดินหน้าชน ตอบโต้ด้วยการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าจากสหรัฐอเมริกาเช่นกัน!

แน่นอนว่า สงครามการค้าโลกครั้งนี้ ต้นเหตุเกิดจากการยึดตัวเองของสหรัฐเป็นหลัก และการเลือกใช้ยุทธวิธีที่ไม่สร้างสรรค์ การตอบโต้จากกลุ่มประเทศคู่ค้าของอเมริกาจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงสงครามการค้าครั้งนี้ได้ ช้างสารชนกันหญ้าแพรกก็ต้องแหลกลาญเป็นธรรมดา ไม่มากก็น้อยตามธรรมชาติของการสงคราม! ซึ่งการที่ต้องกระโจนเข้าสู่สงครามการค้าของประเทศกลุ่มนำของโลกครั้งนี้ จีน ยุโรป และหลายๆ ประเทศ ได้วางมาตรการรับมือขณะที่ต้องตอบโต้กับสหรัฐไปด้วยหลายมาตรการ หลายประเทศเริ่มปรับตราสารหนี้ไปสู่เงินสกุลอื่นแทนดอลลาร์สหรัฐ และจับมือเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจกันเข้มข้นขึ้น อาทิ จีนกับเยอรมนีที่จับมือร่วมพัฒนาสัมพันธ์ทางการค้าเข้มข้นขึ้น รัสเซียก็จับมือทางเศรษฐกิจร่วมกับกลุ่มโอเปก สหรัฐอเมริกาวันนี้จึงไม่ใช่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจโลกอีกต่อไป ความเคลื่อนไหวในทิศทางเศรษฐกิจโลกเช่นนี้ ดอลลาร์สหรัฐจะค่อยๆ ลดบทบาทลงจากเวทีโลกทุกขณะอย่างมีนัยสำคัญ!

Global Trend 2300 วิเคราะห์ว่า การเข้าสู่สงครามการค้าครั้งนี้มีความซับซ้อน มีนัยทางภูมิรัฐศาสตร์โลกและการปรับตัวของภูมิเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม ชนิดที่เรียกว่าอย่ากะพริบตาเลยทีเดียว! พร้อมกับชี้ว่า ถ้าจีนและสหรัฐเข้าสู่สงครามการค้าเต็มรูปแบบ เศรษฐกิจโลกจะสูญเสียการเติบโตลงร้อยละ 1.4 และหากลุกลามเข้ายุโรปจะแย่หนักลงไปอีก การค้าของสหรัฐอาจลดลงถึงร้อยละ 70 โดยที่ "จีดีพีโลก" จะลดต่ำลงร้อยละ 2-3 มีผลให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่สภาวะถดถอยครั้งใหม่

สภาวะของสงครามการค้าที่ก่อตัวขึ้นจากลูกหนี้รายใหญ่อย่างสหรัฐจะส่งผลกระทบไปทั่วโลกอย่างเลี่ยงไม่ได้ เว้นแต่จะมีการตกลงเจรจากันได้! ซึ่งจะต้องติดตามดูกันต่อไป โดยที่จีน รัสเซีย อินเดีย และยุโรป ได้วางมาตรการป้องกันการเกิดภาวะวิกฤติครั้งนี้ไว้ล่วงหน้าพอสมควรแล้ว ไทยเราเองคงต้องพิจารณาถึงความปลอดภัยทางเศรษฐกิจที่มีอยู่ด้วยอย่างจริงๆ จังๆ เพราะถ้าเกิดเหตุลุกลามบานปลายขึ้นมา เราจะไม่อาจหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ด้านลบได้เลย ในฐานะของประเทศที่กำลังก่อรูปพัฒนาในทิศทางการปรับตัวครั้งใหม่ และในฐานะที่เป็นพันธมิตรเศรษฐกิจกับหลายขั้วที่กำลังโรมรันพันตูทางการค้าครั้งนี้! ไทยเราคงต้องหันมาพิจารณาถึงพื้นฐานการสะสมทุนสำรอง และการสะสมทุนสำรองเพื่อรักษาสภาพคล่องของระบบดอลลาร์ และอาจต้องคิดถึงกองทุนการออมพิเศษที่จะรับมือกับปัญหา รวมถึงการสำรองทองคำและเงินตราสกุลต่างๆ เพื่อป้องกันภัยทางเศรษฐกิจจากปัจจัยความเสี่ยงภายนอกที่ขยับเข้าใกล้มาทุกขณะ! รวมทั้งการชำระเงินด้วยสกุลเงินอื่นๆ นอกจากดอลลาร์สหรัฐด้วย นี่คือคำเตือนจากกูรูทางเศรษฐกิจที่ห่วงใยประเทศไทย!.

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง