คอลัมน์เวทีสาธารณะ: 'ชัยภูมิ-อะเบ' รัฐวิสามัญ 'ความจริง'

ข่าวทั่วไป 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

เครือข่ายติดตามความคืบหน้าคดีวิสามัญฆาตกรรม ชัยภูมิ ป่าแส และอะเบ แซ่หมู่ จัดเสวนาวิชาการวิสามัญฆาตกรรมและปริศนาความยุติธรรมทางอาญาที่ยังไม่เกิดคดีชัยภูมิ-อะเบ นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้กล่าวถึงภาพรวมสถานการณ์วิสามัญฆาตกรรมในประเทศไทย โดยระบุว่า การวิสามัญ คือการเสียชีวิตจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ กฎหมายให้เจ้าหน้าที่สามารถป้องกันตัวเองได้ในกรณีที่อยู่ในอันตราย แต่ต้องคำนึงถึงสัดส่วนในการใช้อาวุธด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งตรงนี้ต้องพิจารณา ไม่ใช่ว่าผู้เสียชีวิตมีมีดมีไม้ แต่เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธสงคราม ก็ทำให้เกิดการเสียชีวิต ดังนั้นจึงควรมีการไต่สวนการตายทุกกรณี ซึ่งจะทำให้เกิดการตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างสถาบันตุลาการกับตำรวจ

การวิสามัญไม่ได้มีการไต่สวนการตายทุกกรณี เพราะเจ้าหน้าที่จะให้เหตุผลว่าญาติไม่ติดใจ เช่น กรณีการเสียชีวิตที่ตากใบ สุดท้ายการไต่สวนการตายชี้ว่า ตายเพราะขาดอากาศหายใจ แต่ญาติไม่อยากมีเรื่องแล้ว เพราะต้องฟ้องตำรวจทหาร เขารู้สึกว่าไม่อยากจะมีเรื่อง หรือกรณีของ โจ ด่านช้าง ที่ในตอนแรกญาติให้สภาทนายความโจทก์ฟ้องให้ แต่ตอนหลังปรากฏว่าญาติไปถอนฟ้องหมดเลย ทนายเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำ บางทีญาติก็เหนื่อยที่จะมีเรื่องกับเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ คดีวิสามัญฆาตกรรมในสังคมไทยที่โด่งดังและเป็นที่สนใจของสาธารณะ เช่น การประกาศนโยบายสงครามกับยาเสพติดในสมัยรัฐบาลของนายทักษิณ ชินวัตร โดยจากรายงานของคณะกรรมการอิสระได้รวบรวมจำนวนคดีฆาตกรรมผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดว่ามีทั้งสิ้น 1,187 คดี มีผู้เสียชีวิต 1,370 คน ไม่รวมถึงคดีวิสามัญฆาตกรรมอีก 35 คดี มีผู้เสียชีวิต 41 คน รวมถึงคดีวิสามัญฆาตกรรมต่อผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนในทางอาญาในบางคดีนั้นกลับมีการร้องเรียนว่ามีความล่าช้า และไม่สามารถนำตัวผู้ต้องสงสัยมาสู่ชั้นพิจารณาคดีได้

โดยหนึ่งในคดีวิสามัญฆาตกรรมที่สังคมให้ความสนใจและมีข้อกังขาถึงข้อเท็จจริงในคดี คือ กรณีนายชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมเยาวชนชาติพันธุ์ลาหู่ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ทหารที่ตั้งจุดตรวจค้นยาเสพติดบริเวณด่านตรวจบ้านรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่านายชัยภูมิมียาเสพติดและต่อสู้ขัดขวาง และจะใช้อาวุธระเบิดขว้างใส่เจ้าหน้าที่ทหาร จึงทำให้เจ้าหน้าที่ทหารจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนยิงสังหารนายชัยภูมิ จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมานี้ ศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้อ่านคำสั่งไต่สวนการเสียชีวิตและมีคำสั่งชี้ว่าผู้ตายเสียชีวิตเพราะถูกยิงจากอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ทหาร โดยไม่ระบุว่าการเสียชีวิตเป็นการกระทำที่ชอบของเจ้าหน้าที่หรือไม่ ทั้งนี้ ในส่วนของการดำเนินคดีอาญานั้น ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นของพนักงานสอบสวน

ความจริงเกี่ยวกับการตายของนายชัยภูมิ ป่าแส ก็ยังคงมีความคลุมเครือ และสร้างความเคลือบแคลงใจให้แก่ฝ่ายญาติผู้ตายและสังคมไทย และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีประเด็นที่ถูกพูดถึงและเรียกร้องมาตลอดจากทางฝ่ายญาติผู้ตายและสาธารณชน คือ การขอให้มีการเปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุ แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้มีการเปิดเผยภาพวงจรปิดดังกล่าวแต่อย่างใด

นอกจากนี้ยังมีการเสียชีวิตของนายอะเบ ซึ่งถูกวิสามัญโดยเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งประจำอยู่ที่ด่านตรวจบ้านรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 ก่อนหน้าการเสียชีวิตของนายชัยภูมิ 1 เดือน โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่านายอะเบจะขว้างอาวุธระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ จึงจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนยิงสังหารเพื่อป้องกันตัว และนายอะเบมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋า โดยศาลจะนัดฟังคำสั่งการไต่สวนการเสียชีวิตของนายอะเบ แซ่หมู่ ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 นี้

ทั้งนี้ ในส่วนของกรณีนายชัยภูมิและนาย อะเบนั้น เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นสิ่งที่ควรจะทำก็คือ คุ้มครองผู้เห็นเหตุการณ์ ให้พยานเกิดความมั่นใจ และเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมมากขึ้น

รวมทั้งข้อเสนอถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อกรณีการวิสามัญฆาตกรรม 4 ข้อ ดังนี้ 1.ขอ ให้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ปฏิรูปตำรวจ ปฏิรูปทหาร ในการใช้อำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ 2.พัฒนากลไกการตรวจสอบถ่วงดุลการ ใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่โดยอัยการและศาลที่เป็น อิสระปราศจากการแทรกแซง 3.ให้ผู้เสียหาย สามารถเข้าถึงพยานหลักฐานในคดีตั้งแต่ในขั้นตอนการชันสูตรศพ การรวบรวมพยานหลักฐานและการพิสูจน์ความจริง 4.ให้มีการคุ้มครองพยาน รวมถึงครอบครัวผู้เสียหายด้วย.


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ