คอลัมน์กากีกะสีเขียว

ข่าวทั่วไป 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 —หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

อนุโมทนาบุญกับ พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.), พล.ต.ต.วิวัฒน์ สีลาเขตต์ ผู้บังคับการกองทะเบียนพล (ผบก.ทพ.), พ.ต.อ.ญาณพงศ์ โสมาภา รองผู้บังคับการนครบาล 9 (รอง ผบก.น.9), พ.ต.อ.ชัชวาลย์ ทิพย์พิชัย นว.(สบ 4) ตร., พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผกก.สน.ดอนเมือง, พ.ต.อ.สุรินทร์ ชุมวรฐายี ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.ภ.8, พ.ต.อ.ประสาร หาญโกธา ผกก.สภ.กะรน จ.ภูเก็ต และข้าราชการตำรวจ รวม 67 นาย ที่เข้าร่วมโครงการ "อุปสมบทหมู่ข้าราชการตำรวจเฉลิมพระเกียรติเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9" ณ วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา ถึงวันที่ 11 สิงหาคม 2561 *

น่าจะเป็นอีกหนึ่งคดีสำคัญในการพิสูจน์ ฝีมือ นักสืบของ บิ๊กอู๊ด-พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ก่อนเข้าสู่ช่วงการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจระดับ "นายพล" วาระประจำปี 2561 ที่ปีนี้ บิ๊กอู๊ด มีลุ้นเต็มตัวจะติดยศ พล.ต.ท. นั่งเก้าอี้ ผู้บัญชาการ หรือ ผบช. แต่จะเหมาะกับเก้าอี้ ผบช. ตัวไหน อาจมีปัจจัยสนับสนุนจากผลงานการตรวจสอบข้อเท็จจริง สำนวนคดีอาญาที่ 418/2559 ของ สน.ดินแดง ที่มีคนร้าย 2 คนใช้อาวุธมีดและกำลังทำร้ายนายธนิต ทัฬหสุนทร จนถึงแก่ความตาย ต่อมาได้สรุปสำนวนเห็นควรสั่งฟ้อง นายณัฐพงษ์ หรือ โจ้ เงินคีรี และ นาย อาร์รีชัย หรือ เบนซ์ บุดดาวงศ์ ผู้ต้องหาทั้งสองในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น และพกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ส่งพนักงานอัยการและพนักงานอัยการได้ฟ้องผู้ต้องหาทั้งสองต่อศาลอาญา ต่อมาเมื่อวันที่ 23 ก.ค.61 ศาลอาญาได้มีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยเป็นผู้กระทำผิด และญาติของผู้ตายได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชนว่าคดีดังกล่าวนั้นไม่ได้รับความเป็นธรรม ตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวนของ สน.ดินแดง ที่ บิ๊กหยม-พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น.มอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะทำงาน เพราะไม่ว่าผลการตรวจสอบจะออกมาอย่างไร แต่ถ้าตอบคำถาม ตอบข้อสงสัยของสังคมได้กระจ่างทุกประเด็น ไม่มีสิ่งใดเคลือบแคลง ก็จะถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงของ บิ๊กอู๊ด *

กลุ่มนี้คงไม่ต้องลุ้นติดยศ พล.ต.ท. แค่ลุ้นจะได้นั่งเก้าอี้ ผบช. ที่ไหนมากกว่า สำหรับ 7-8 ลำดับแรกในบัญชีอาวุโสระดับ รองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) ประกอบด้วย พล.ต.ต.ธีรพล คุปตานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8, พล.ต.ต.พิทยา ศิริรักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5, พล.ต.ต.สุรพล อยู่นุช รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, พล.ต.ต.อัตชัย ดวงอัมพร รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล, พล.ต.ต.ประหยัชว์ บุญศรี รองผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี, พล.ต.ต.สุรพล วิรัตน์โยสินทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2, พล.ต.ต.อาชวันต์ โชติกเสถียร รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และ พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพราะทั้งหมดอยู่ในข่าย 33% ตามกฎ ก.ตร.ที่ต้องขยับสูงขึ้น โดยปีนี้เก้าอี้ ผบช. ว่างจากขยับขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. 9 ราย และว่างจาก ผบช. เกษียณอายุราชการ 14 ราย ทำให้ยอดรวม ผบช. ว่างทั้งสิ้น 23 ตำแหน่ง ตัดกลุ่มอาวุโสออกไปก็เหลืออีก 15 เก้าอี้ ให้ "นักวิ่ง" กลุ่มที่มีผลงาน ความรู้ ความสามารถ ได้ลุ้น ได้สู้ อย่างไรก็ต้องไม่ลืม 15 เก้าอี้ ถูกตีตราจองไปแล้ว 1 ของผู้ที่อยู่ลำดับ 124 บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) นอกนั้นรับประกัน ไฟแลบ!!! *

แม้ เดอะแจ๊ก-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะออกมาปฏิเสธเรื่องที่มีข่าวตำรวจโรงพักเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ไม่รับแจ้งความกรณีหญิงสัญชาติรัสเซียมีน้ำใจให้ชายไทยดื่มน้ำ แต่กลับถูกลักเอาโทรศัพท์มือถือแล้วหลบหนีไป ยืนยันพนักงานสอบสวนเวร สภ.เมืองพัทยา ได้ลงบันทึกประจำวันรับแจ้งความร้องทุกข์ไว้ดำเนินคดีกับคนร้ายตามกฎหมายแล้ว แต่ก็ยอมรับในประเด็นที่พนักงานสอบสวนถูกกล่าวหาไม่เดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุในทันทีว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่งถือเป็นความบกพร่องต่อหน้าที่ และผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาโทษทัณฑ์แล้ว รวมทั้งกำชับทุกฝ่ายให้เร่งสืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วต่อไปแล้ว พร้อมกับย้ำ บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้กำชับเรื่องในลักษณะดังกล่าวมาโดยตลอด ตั้งแต่การรับแจ้งเหตุ เมื่อได้รับแจ้งต้องรีบเดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุเพื่อรักษาสถานที่เกิดเหตุ หรือระงับเหตุโดยเร็ว และเมื่อรับแจ้งความร้องทุกข์ก็ต้องรีบสืบสวนสอบสวนนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย... เมื่อกำชับกำชากันมาตลอดดังอ้างแล้ว ยังเกิดความบกพร่องแบบนี้ ระดับหัวหน้าโรงพัก ระดับหัวหน้ากองบังคับการ ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลยหรือ ฝาก เดอะแจ๊ก นำเรียนท่าน ผบ.ตร.ที *

เป็นอันว่าเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา บิ๊กป้อมพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม งดเปิดบ้านรับประทานอาหารเช้ากับ "ผบ.เหล่าทัพ" ประจำสัปดาห์ หลังกลับจากการประชุม ครม.สัญจรที่ จ.อุบลราชธานี เจอกับอาการอาหารเป็นพิษ ทำให้การหารือกับ รมว.กลาโหมอาจต้องเลื่อนออกไป คาดว่าวันที่ 3 ก.ค.นี้คงได้ โผแรก ที่เขย่าแค่ในส่วนของกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ หลังจากนั้นจึงส่งถึงมือ บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถ้าหากไม่มีอะไรน่าเกลียดเกินงาม เชื่อว่า "บิ๊กตู่" ต้องปล่อยผ่าน เพราะในปีนี้ ผบ.เหล่าทัพและแม่ทัพภาคจะต้อง เป๊ะ และผ่านการเห็นชอบมาตามลำดับชั้น ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย *

ว่าด้วยเรื่องการขยับปรับทัพ ในส่วนของกองทัพภาค ไล่ตั้งแต่กองทัพภาคที่ 1 ชื่อของ บิ๊กบี้-พล.ต.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ รองแม่ทัพภาคที่ 1 คงได้ขยับขึ้นเป็น แม่ทัพภาคที่ 1 ตามคาด ส่วนกองทัพภาคที่ 2 คาดว่า บิ๊กแบล็ก-พล.ท.ธรากร ธรรมวินทร น่าจะเก้าอี้ติดกาว ได้นั่งต่ออีก 6 เดือน ขณะที่กองทัพภาคที่ 3 พล.ต.ฉลองชัย ชัยยะคำ รองแม่ทัพภาคที่ 3 เตรียมทหารรุ่น 20 (ตท.20) ที่นั่งในแผงแถลงข่าว "ถ้ำหลวง" น่าจะได้ขยับขึ้นมา เป็นแม่ทัพภาคที่ 3 คนใหม่ แทน บิ๊กตี๋-พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ ที่เข้าไปนั่งอยู่ใน 5 เสือ ทบ. ส่วนแม่ทัพภาคที่ 4 ยังเป็นชื่อของ บิ๊กเดฟพล.ต.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 (ตท.20) และยังมีชื่อของ บิ๊กตั้ง-พล.ต.สมพล ปานกุล รองแม่ทัพน้อยที่ 4 ขึ้นเป็นแม่ทัพน้อยที่ 4 แต่การโยกย้ายนายทหารครั้งนี้ ไม่ได้ปิดซองแค่การหารือจบแล้วลงตัว อาจต้องดูกันถึงรากถึงแก่นมากกว่าเมื่อก่อน สรุปสุดท้ายจะเป็นไปอย่างที่คาดเดาหรือไม่ต้องรอชม *

ในช่วงเช้าวันที่ 3 ส.ค.นี้ จะมีการทดสอบสมรรถภาพร่างกายประจำปีของ ผู้บังคับหน่วยกองทัพบก ตั้งแต่ระดับผู้บังคับกองพันขึ้นไปตามนโยบายของ บิ๊กเจี๊ยบ-พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ) ตามนโยบาย "SmartmanSmartsoldier" ปีนี้หลายคนอยากเห็น หมอภาคย์พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 "ฟิต แอนด์ เฟิร์ม" เพราะทุกปี "หมอภาคย์" ทำคะแนนได้ 100 หรือเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ปีนี้เลยถูกจับจ้องกับฉายา "หมอที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี" จะรักษาสถิติตัวเองได้หรือไม่ แต่คาดว่าผลทดสอบคงไม่หล่นลงจากเดิม แต่ที่แน่ๆ สปอตไลต์คงจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวของหมอผู้นี้มากขึ้นกว่าเมื่อก่อน ที่ครั้งนี้ย้ายการทดสอบจากสนามกีฬากองทัพบก วิภาวดีรังสิต มาที่สนามกีฬาแห่งใหม่ภายในโรงเรียนเสนาธิการทหารบก *

บรรยายใต้ภาพ

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ

พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน

พล.ต.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้

พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ